'อนุทิน' เผยเจรจาลดค่าการกลั่นน้ำมัน ต้องไม่บีบบังคับเกินไป ขายแล้วไม่คุ้มอาจหยุดกลั่นจนปัญหาทวีเพิ่ม

นายกฯ เผยใกล้ได้ข้อสรุปเจรจาลดค่ากลั่น บอกต้องไม่บีบบังคับเกินไป หวั่น หยุดกลั่นปัญหาทวีเพิ่ม ย้ำ ราคาต้องเป็นไปตามกลไกตลาด อุ้มตลอดไม่ได้ แต่รัฐหามาตรการอื่นด้วยแทน ยืนยัน ช่วงสงกรานต์​น้ำมันพอ เปิดสาเหตุเงียบเรื่องไอ้โม่ง เพราะไม่อยากให้ข่าวรั่ว ชื่นชมเจ้าหน้าสืบเชิงลึก แค่ 1 สัปดาห์​ รู้เส้นทางทั้งหมด

4 เมษายน 2569 - เมื่อเวลา 15.20 น. ที่โลตัส บางกะปิ​ นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ นายก​รัฐมนตรี​และ​รมว.มหาดไทย​ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องของการลดค่ากลั่น ว่า ใกล้จะได้ข้อสรุปแล้ว พยายามเจรจากับโรงกลั่น แนะนำตัวเลขต่างๆมาหารือกัน เท่าที่ได้รับรายงานมา ทุกรายยังให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หวังว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า

เมื่อถามย้ำว่า แนวโน้มน่าจะได้ลดราคาใช่หรือไม่ นายอนุทิน ชี้ไปที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ก่อนจะกล่าวว่า ประธานบอร์ด ปตท.อยู่นี่ ขณะนี้กำลังดูตัวเลขอยู่ พยายามเจรจาลดราคาอยู่ แต่ก็ต้องให้ทางโรงกลั่นน้ำมันอยู่ได้ด้วย ไม่ใช่ไปบีบบังคับ จนรู้สึกว่าหากขายแบบนี้แล้วไม่คุ้มค่าการกลั่น เกิดเขาหยุดกลั่นน้ำมันขึ้นมา ก็จะยิ่งทำให้ปัญหาทวีเพิ่มขึ้นไปอีก ขณะนี้ที่ได้รับรายงานมา ก็มั่นใจว่าปริมาณน้ำมัน โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์จะเพียงพอ

เมื่อถามว่าลงพื้นที่วันนี้ก็มีคนมาร้องเรียนเรื่องของราคาน้ำมันให้ช่วยเหลือ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องอธิบายให้ทุกคนได้ฟัง ส่วนใหญ่จะบ่นเรื่องน้ำมันแพง แต่จริงๆแล้วราคาตรงนี้ กองทุนน้ำมันยังอุ้มอยู่ลิตรละประมาณ 17 บาท แต่อุ้มตรงนี้ ไปตลอดไม่ได้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องหาช่องทางอื่นในการลดภาระให้กับประชาชน ซึ่งการเจรจาค่าการกลั่นก็เป็นอีกทางหนึ่ง แต่สิ่งที่รัฐบาลอยากจะขอความร่วมมือจากประชาชน ค่าน้ำมันไทยไม่ได้เป็นคนกำหนดและไทยไม่มีทรัพยากรประเภทนี้ อยู่ในประเทศ ต้องพึ่งพาการนำเข้า 100% ดังนั้นช่วงไหนที่มีวิกฤตการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ก็จะต้องใช้น้ำมันให้ประหยัดมากขึ้น

"ไม่ใช่การโยนภาระให้ประชาชน แต่จากที่เคยใช้รถคนละคัน ก็อาจจะต้องไปไหนมาไหนด้วยกัน บ้านไหนที่มีรถไฟฟ้า อาจจะต้องนำรถไฟฟ้าออกมาใช้มากขึ้น ส่วนการไปเติมน้ำมันก็ให้ไปเติมแบบในภาวะปกติ ไม่ต้องขนแกลลอน​ไปตุนเอาไว้ เพราะจะทำให้เกิดการขาดน้ำมันในระบบ" นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามว่าการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จะมีเรื่องวิกฤตพลังงานอยู่ด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มี โดยจะเป็นการพูดถึงการปรับโครงสร้างพลังงาน ในช่วงที่โลกมีวิกฤตการณ์ ความขัดแย้งในภูมิภาคที่ส่งออกน้ำมัน รวมถึงการเตรียมพร้อมสภาวะ​ข​าดแคลนน้ำมัน และสภาวะความผันผวนของราคาน้ำมัน

เมื่อถามว่า มีการรายงานความคืบหน้ากรณีน้ำมันหาย 57 ล้านลิตรแล้วหรือไม่ นายอนุทิน​ กล่าว​ว่า​ ขณะนี้ทุกหน่วยงานดำเนินการขยายผล และพร้อมดำเนินคดีกับผู้ที่ค้ากำไรเกินควร รวมไปถึงผู้ที่กักตุนน้ำมัน เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย การที่ได้ตรวจสอบพบ ถือเป็นการที่ทำให้เราควบคุมปริมาณน้ำมันที่ออกจากโรงกลั่น เพราะต้องการให้น้ำมันจากโรงกลั่น ทุกลิตรไปถึงมือพี่น้องประชาชน และสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ไม่ใช่นำไปกักตุนเอาไว้เพื่อเก็งกำไร แบบนั้นทำไม่ได้ ต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่บ้านเมือง สามารถลงไปสืบได้ในเชิงลึก

"ที่ผมเงียบมาตลอด เพราะต้องการทราบข้อมูลการกระทำผิดไม่ให้ข่าวรั่วออกไป เราทราบแม้กระทั่งว่าเรือลำไหนไปลอยลำ อยู่กลางทะเล ใช้เวลามากเกินควร ที่จะเดินทางจากจุดรับน้ำมันมาจุดส่งน้ำมันได้ แสดงว่าเป็นการถ่วงเวลา เพราะค่าน้ำมันช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ขึ้นทุกวัน เขาจึงใช้วิธีการถ่วงเวลา ซึ่งเราใช้เวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ ก็สามารถติดตามเส้นทางของคนเหล่านี้ได้หมด เชื่อว่าจากนี้ไป การควบคุมปริมาณน้ำมัน จะไม่มีการรั่วไหลออกไป ทั้งลอยลำอยู่กลางทะเล ทั้งถ่ายทอดออกไปนอกประเทศ ผ่านทางช่องทางธรรมชาติต่างๆ" นายอนุทินระบุ

เมื่อถามว่า ครม.นัดพิเศษ วันที่ 6 เมษายน​ จะมีการนำเรื่องน้ำมันเข้าสู่ที่ประชุมครมด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีบ้างประเด็น เช่น การจัดตั้ง ศบก.ใหม่แทนชุดเดิมกำลังจะสิ้นสุดไปพร้อม ครม.เดิม ที่จากนี้ไปจะเน้นเรื่องของการควบคุมราคาน้ำมัน รวมถึงการหามาตรการอื่นๆในการช่วยเหลือประชาชน ขณะนี้นายเอกนิติ นิติ​ทัณฑ์​ประภาศ​ รอง​นายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การคลัง ได้เสนอเป็นโมเดลคร่าวๆแล้ว ยืนยันว่ารัฐบาลจะทำทุกวิถีทาง ที่จะช่วยลดภาระประชาชน ในส่วนของค่าครองชีพให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่อย่างที่บอกราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับตลาดโลก จะอุ้มตลอด โดยใช้กองทุนน้ำมันไม่ได้ จึงต้องนำมาตรการอื่นๆมาช่วยเหลือประชาชนด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หลุมดำ 'งบประมาณ-เงินกู้' ในช่วงวิกฤต พยุงความเชื่อมั่น-เลิกแบกการเมือง

การตั้ง "งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570” เป็นปัญหาที่ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลยอมรับตรงกันว่ามีความ “ตึงตัว” จากภาระรายจ่ายประจำ เม็ดเงินส่วนใหญ่ใช้ไปกับการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ

'อนุทิน' เรียกปลัด มท.-อธิบดี ปภ. ถกปมทุจริตสอบท้องถิ่น ฟันวินัย 5 ข้าราชการ สถ.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้ใช้ช่วงวันหยุดเรียกประชุมติดตามความคืบหน้าการสอบสวนและลงโทษผู้กระทำความผิดจากกรณีการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

นายกฯ โพสต์ภาพประชุมทีมงานมหาดไทย ระบุติดตามคืบหน้าปม 'สอบท้องถิ่น' และแผนรับมืออุทกภัย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพนั่งประชุมบนตึกไทยคู่ฟ้าพร้อมข้อความบนเฟซบุ๊กระบุว่า “ประชุมติดตามความคืบหน้าของเรื่องการสอบท้องถิ่น

เอาแล้ว! สั่งผู้ว่าฯทุกจังหวัด เลิกแผนงานโครงการตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้าน

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ สั่งยกเลิกการจัดทำข้อเสนอ

การันตีไม่ล็อกสเปก อนุทินยํ้าเกณฑ์เงินกู้/ห้ามเลิกรถไฟ 3 สนามบิน

สภาเตรียมเปิดวิสามัญถก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านปลายเดือน ก.ค.นี้ "อนุทิน" ยันใช้เงินกู้ทุกโครงการเข้มงวด มี คกก.กลั่นกรองก่อนเสนอ ครม.อนุมัติ โวคนถนัดล็อกสเปกมาเป็นนายกฯ ไม่มีโปรเจกต์ไหนตบตาได้ สะกิดเอกชนยกเลิกสัญญารัฐคิดให้ดี