‘ศุภจี’สั่งเพิ่มช่องทางออนไลน์ขายสินค้า ‘ไทยช่วยไทย’

 ‘พาณิชย์’ จับมือ Shopee, Lazada, TikTok, Grab และ Lineman เปิดช่องทางออนไลน์ จำหน่ายสินค้า ‘ไทยช่วยไทย’ อำนวยความสะดวกประชาชน ส่งผ่านเดลิเวอรี ได้ราคาเดียวกันกับที่ซื้อในห้าง ทั้งสะดวก ไม่ต้องเดินทาง และได้ลดค่าครองชีพ  

 16 เม.ย. 2569-  นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมรวมพลังแพลตฟอร์มออนไลน์และเดลิเวอรีชื่อดัง เช่น Shopee, Lazada, TikTok, Grab และ Lineman เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยผ่านช่องทางออนไลน์และกระจายสินค้าราคาประหยัดให้ประชาชน โดยเฉพาะหลังเทศกาลสงกรานต์ที่ประชาชนเดินทางกลับจากภูมิลำเนา และการท่องเที่ยว เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพและอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนให้เข้าถึงสินค้าไทยช่วยไทยได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ในระดับหนึ่ง ภายหลังเปิดตัวสินค้าไทยช่วยไทยไปแล้วครึ่งเดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2569 ที่ผ่านมา

 สำหรับสินค้าไทยช่วยไทยจะเริ่มจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์และนำส่งสินค้าโดยพนักงานเดลิเวอรีตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.2569 เป็นต้นไป คือ สินค้าเฮ้าส์แบรนด์จาก 3 โมเดิร์นเทรดชื่อดัง ได้แก่ Tops, Big C และ Lotus เข้าจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดัง เช่น Shopee, Lazada และ TikTok โดยจะนำสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น สินค้าอุปโภค อาทิ สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ยาสีฟัน และสินค้าบริโภค อาทิ ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง มาจำหน่ายในราคาลดพิเศษเฉลี่ย 20-50%

ยกตัวอย่างเช่น ท็อปส์ข้าวหอม 100 เปอร์เซ็นต์ 5 กิโลกรัม (กก.) ราคาโปรโมชัน 112 บาท ถูกกว่าแบรนด์หลัก 10-20 บาท มัสท์ชูกระดาษชำระแบบม้วนเอ็กซ์ตร้า 24 ม้วน ราคาโปรโมชัน 95 บาท ถูกกว่าแบรนด์หลัก 20-50 บาท ถูกใจผงซักฟอกสูตรมาตรฐานสำหรับซักเครื่อง 1000 กรัม ราคาโปรโมชัน 35 บาท ถูกกว่าแบรนด์หลัก 20-35 บาท สมาร์ทเตอร์น้ำยาล้างจานกลิ่นมะนาว 740 มิลลิกรัม (มล.) แพก 3 ราคาโปรโมชัน 99 บาท ถูกกว่าแบรนด์หลัก 20-40 บาท เป็นต้น โดยนำส่งสินค้าไทยช่วยไทยผ่านระบบเดลิเวอรีจาก Grab และ Lineman เป็นการอำนวยความสะดวก ช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ และเพิ่มเงินในกระเป๋าให้พี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นราคาเดียวกันกับที่จำหน่ายในห้าง Tops

โดยความพิเศษสำหรับผู้บริโภคที่สั่งซื้อสินค้าไทยช่วยไทยผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และนำส่งผ่านระบบเดลิเวอรี ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ คือ ส่งสินค้าไทยช่วยไทยฟรีในระยะทางไม่เกิน 5 กิโลเมตร และมอบคูปองส่วนลดพิเศษแก่ผู้สั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ในรูปแบบ “ลดแล้ว ลดอีก” ทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเต็มที่ และมั่นใจว่าการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยผ่านช่องทางออนไลน์จะช่วยให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันได้สะดวกมากขึ้น รวมทั้งยังเป็นการเอาใจขาชอปที่นิยมซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และผู้ที่ไม่มีเวลาไปซื้อสินค้าไทยช่วยไทย ณ ห้างโมเดิร์นเทรดหรือห้างค้าส่งค้าปลีก ซึ่งเป็นการกระตุ้นการรับรู้และสร้างทางเลือกการเข้าถึงสินค้าไทยช่วยไทยที่หลากหลายให้แก่ผู้บริโภค

นายพูนพงษ์กล่าวว่า ไทยช่วยไทย นอกจากเป็นการจับมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กับห้างค้าส่งและค้าปลีกสมัยใหม่ ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย (ซัปพลายเออร์) กว่า 20 ราย ลดราคาสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน กว่า 3,000 รายการ ยังมีห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศได้เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย กว่า 1,000 รายการ ในราคาส่วนลดพิเศษเช่นเดียวกับห้างโมเดิร์นเทรด เช่น ภาคเหนือ ห้างแจ่มฟ้า จ.ลำพูน ห้าง ส.ล.โฮลเซลล์ จ.นครสวรรค์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ห้างตั้งงี่สุนซูเปอร์สโตร์ ห้างเซฟมาร์ท จ.อุดรธานี ห้างเกียรติสินโฮลเซล จ.ขอนแก่น ห้างทวีกิจ จ.บุรีรัมย์ ภาคกลาง ห้างเอกภาพซุปเปอร์ จ.ปราจีนบุรี ห้างทีซี ซุปเปอร์มาร์ท จ.นนทบุรี ห้างทีเอ็มเค กาญจนบุรี เทรดดิ้ง จ.กาญจนบุรี ภาคใต้ ห้างซุปเปอร์ชีป จ.ภูเก็ต ห้างเคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จ.สงขลา พิเศษไปกว่านั้น คือ มีการนำสินค้าชุมชนและสินค้าโอทอปที่เป็นสินค้าแต่ละพื้นถิ่นเข้าร่วมจำหน่ายในชื่อไทยช่วยไทยในราคาพิเศษด้วย ทำให้พี่น้องประชาชนได้อุดหนุนสินค้าอุปโภค-บริโภคซึ่งเป็นสินค้าชุมชนในท้องถิ่นของตนเองและช่วยกระจายสินค้าแก่ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้อีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะนำปัญหาอุปสรรค ข้อดี-ข้อด้อย จากการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยผ่านทุก ๆ ช่องทาง มาทำการวิเคราะห์จุดอ่อน-จุดแข็ง และนำข้อเสนอแนะทั้งจากภาคประชาชน ภาคธุรกิจที่เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง มาจัดทำบทวิเคราะห์ เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการจัดทำโครงการต่าง ๆ ของกระทรวงพาณิชย์ที่ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ และนำไปต่อยอดการให้บริการของภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ เห็นผลเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กกร.คาด GDPไทยปี 69 เหลือโต 1.2-1.6% เซ่นพิษสงคราม

กกร.มองพิษสงครามทุบจีดีพี ไทยปี 2569 จะขยายตัว 1.2-1.6% จับตาเงินเฟ้อปีนี้แตะ 3% เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนคาดการณ์อยู่ที่ 0.2-0-7% พร้อมเตรียมชงข้อเสนอ ‘นายกฯ’ ลงทุนปรับโครงสร้างพลังงาน

'พาณิชย์' จับมือ 'ยูนิลีเวอร์' ลดราคาสินค้า 50%

พาณิชย์ จับมือ ยูนิลีเวอร์ เดินหน้าลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ‘ไทยช่วยไทย’ สูงสุดกว่า 50% ช่วยประชาชนเข้าถึงสินค้าราคาประหยัด ลดภาระค่าครองชีพ

นายกฯ เดินหน้า 'ไทยช่วยไทย' ครั้งที่ 3 ผนึกเครือข่ายรถพุ่มพวงทั่วประเทศ

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐ

‘พาณิชย์’เตือนซื้อออนไลน์ระวังเจอปลอมเสี่ยงอันตรายต่อชีวิต

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเตือนนักช็อปออนไลน์ ระวังซื้อสินค้าแล้วเจอของปลอม เผยมีทั้งกลุ่มเครื่องสำอาง อุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก ระวังซื้อไปแล้วอันตรายต่อชีวิต สุขภาพ ไฟฟ้าลัดวงจร แนะพิจารณา 7 ข้อควรระวัง ก่อนซื้อ

'อนุทิน' โชว์ขับรถพ่วงข้างพุ่มพวง พา 'ศุภจี' ซ้อนท้าย เปิด ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ

ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการเปิดกิจกรรม “ไทยช่