
‘เอกนิติ’ เปิดผลงานปราบสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา 6 เดือนแรกปีงบ 69 พุ่ง 332 คดี มูลค่าความเสียหาย 2.3 พันล้านบาท ด้าน ‘ศุภจี’ จ่อบินลัดฟ้าเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ยันไทยเร่งยกระดับการปราบปรามให้เป็นสากล หวังช่วยไทยหลุดบัญชีเฝ้าระวัง
27 เม.ย. 2569 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง เปิดเผยถึงผลการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รอบ 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค.68 – มี.ค. 69) ว่า ในช่วง 6 เดือนแรก สามารถดำเนินคดีได้ 332 คดี หรือเฉลี่ยมากกว่า 40 คดีต่อเดือน ของกลางรวม 1.36 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 2.3 พันล้านบาท
ทั้งนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง เป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย โดยการปราบปรามมีเป้าหมายสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การคุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าปลอม โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่อาจเป็นอันตราย การสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการ และการวางรากฐานเศรษฐกิจระยะยาวเพื่อสนับสนุนนวัตกรรม
“การปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นมาตรฐานสากลที่ไทยต้องเร่งยกระดับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนต่างชาติ และเพื่อเป็นการยืนยันว่าประเทศไทยสามารถคุ้มครองสิทธิได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเชื่อว่า ตัวเลขผลการดำเนินงานที่ออกมาสะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเดินหน้าปราบปรามอย่างจริงจัง ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมศุลกากร รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)” นายเอกนิติ กล่าว
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมเดินทางไปสหรัฐฯ วันที่ 2 พ.ค.นี้ เพื่อเข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit 2026 โดยเบื้องต้นจะเป็นการหารือ เจรจาการค้าขายในมิติต่าง ๆ รวมถึงหากมีโอกาสก็พร้อมที่จะส่งสัญญาณให้นานาประเทศได้เห็นว่าประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่องการดูแลทรัพย์สินทางปัญญา
“เราจะใช้ผลการดำเนินงานที่เข้มข้นนี้เป็นสัญญาณยืนยันว่าไทยเอาจริงและไม่ปล่อยผ่านปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยตัวเลขการจับกุมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถือเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศคู่ค้า และเพิ่มโอกาสที่ไทยจะหลุดจากบัญชีเฝ้าระวังได้ ซึ่งการหารือจะครอบคลุมประเด็นมาตรา 301 ซึ่งเป็นกฎหมายการค้าของสหรัฐฯ ที่ใช้ประเมินพฤติกรรมประเทศคู่ค้า รวมถึงประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน และแรงงานบังคับ เพื่อสะท้อนความพร้อมของไทยในการยกระดับมาตรฐานสู่เวทีโลก” นางศุภจี กล่าว
อย่างไรก็ดี รัฐบาลเชื่อมั่นว่า การบูรณาการการทำงานและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จะทำให้สถานการณ์การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาดีขึ้นต่อเนื่อง และเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในสายตานักลงทุนและคู่ค้าโลกในระยะยาว

