TWPC ยิ้มไตรมาส1/69 กำไรพุ่ง 71% แตะ121 ล้านบาทสูงสุดในรอบ 2 ปี มั่นใจกลยุทธ์ Transformation เห็นผลชัดเจน หนุนโดยการเติบโตของธุรกิจอาหารในเวียดนาม โมเมนตัมส่งออก และวินัยในการควบคุมต้นทุน
13 พ.ค. 2569 -นายโฮ เรน ฮวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) หรือ TWPC เปิดเผยว่าผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ด้วยกำไรรายไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 2 ปีสะท้อนความสำเร็จของการดำเนินกลยุทธ์ Transformation ของบริษัทในช่วงปีที่ผ่านมา โดยในไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 2,419 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% YoY ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 71% เป็น 121 ล้านบาท เทียบกับ 71 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งดังกล่าวสะท้อนผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจของไทยวา การบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย และการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอาหาร ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูงกว่า
ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญยังคงมาจากธุรกิจอาหาร โดยเฉพาะการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องในประเทศเวียดนาม ควบคู่กับการเติบโตของยอดส่งออกในตลาดต่างประเทศ ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานยังคงเติบโตได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ และมีบทบาทมากขึ้นในฐานะหนึ่งในเครื่องยนต์การเติบโตระยะยาวที่สำคัญของบริษัท
ขณะเดียวกัน ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังยังคงสนับสนุนการเติบโตด้านปริมาณขายโดยรวมของบริษัทในไตรมาส 1/2569 โดยปริมาณขายแป้งมันสำปะหลัง เติบโตแข็งแกร่ง 20.4% YoY จากความต้องการในตลาดส่งออกที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะประเทศจีน ขณะที่ผลิตภัณฑ์ Specialty Ingredients (HVA) มีปริมาณขายเติบโต 5.8% YoY จากการขยายการใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านการขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับโอกาสการเติบโตในระยะยาว ทั้งสองธุรกิจจึงมีส่วนช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างกำไรของ TWPC ให้มีความหลากหลายและยืดหยุ่นมากขึ้น
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาสนี้ คือการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร บริษัทสามารถลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายขายต่อรายได้ และสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้ลงได้สำเร็จ ผ่านวินัยในการใช้จ่ายและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งช่วยสนับสนุนการปรับตัวดีขึ้นของความสามารถในการทำกำไร และเสริมคุณภาพของกำไรโดยรวมในไตรมาสนี้
เพื่อตอบสนองต่อความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ไทยวาได้ดำเนินแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ และมาตรการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อต้นทุนวัตถุดิบและความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน โดยบริษัทได้วางแผนจัดหาวัตถุดิบสำคัญล่วงหน้าประมาณ 9–12 เดือน ซึ่งช่วยจำกัดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดในระยะใกล้ และเพิ่มความชัดเจนในการบริหารต้นทุนของการดำเนินงาน
มาตรการเชิงรุกดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฝ่ายบริหารในการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า การเสริมความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน และการรักษาเสถียรภาพในการดำเนินงาน ซึ่งช่วยให้บริษัทมีความพร้อมและความคล่องตัวมากขึ้นในการรับมือกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
“จากโมเมนตัมที่แข็งแกร่งในไตรมาสแรก เรายังคงมั่นใจในความสามารถของบริษัทที่จะผลักดันการเติบโตของรายได้ในระดับ Double Digit ในปี 2569 ตามแผนที่วางไว้ โดยในระยะต่อไป บริษัทจะเดินหน้าขยายธุรกิจอาหารและผลิตภัณฑ์ Specialty Ingredients (HVA) เสริมความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าต่างประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยุโรป และตลาดเกิดใหม่ ควบคู่กับการรักษาวินัยในการบริหารต้นทุนและการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายโฮ เรน ฮวา กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สภาสหรัฐสกัดทรัมป์
โดดเดี่ยว "ทรัมป์" สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติ 215 ต่อ 208 เสียง
สมาพันธ์ปศุสัตว์ชี้นำเข้าข้าวโพดสหรัฐฯ ช่วยลดต้นย้ำไม่กระทบเกษตรกรไทย
สมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย ผนึกพันธมิตร 4 สมาคม แจงเหตุผลต้องนำเข้าข้าวโพดสหรัฐฯ ช่วยลดต้นทุนปศุสัตว์ ย้ำไม่กระทบเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดในประเทศ ชี้ข้าวโพดไทย 13 บาท/กิโลกรัม แพงสุดในโลก
สหรัฐฯขู่พร้อมที่จะกลับมาทำสงครามกับอิหร่านอีกครั้ง เนื่องจากข้อตกลงยังคงไม่บรรลุผล
เอเอฟพีรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาเตือนว่าตน "มีความสามารถมากกว่า" ที่จะกลับมาทำสงครามกับอิหร่านอีกครั้ง หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าข้อตกลงสันติภาพใดๆ ก็ตามจะต้องยึดมั่นในเงื่อนไขที่เขากำหนดไว้ ซึ่งรวมถึงการที่อิหร่านจะต้องไม่สามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้

