‘สิริพงศ์’ ลุยจัดระเบียบแอปเรียกรถ ขีดเส้น 1 เดือนเข้มใบขับขี่-ประกัน- CCTV

‘สิริพงศ์’ เร่งแก้ปัญหาแพลตฟอร์มเรียกรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน วางมาตรการเข้มผู้ขับต้องมีใบขับขี่สาธารณะ รถต้องมีประกันคุ้มครองผู้โดยสาร พร้อมติด CCTV ป้องกันเหตุ ขีดเส้นแพลตฟอร์มเร่งดำเนินการภายใน 1 เดือน หากไม่ปฏิบัติตามอาจพักหรือเพิกถอนใบอนุญาต พร้อมเตรียมออกกฎกระทรวงใหม่ลดต้นทุนดึงรถเข้าสู่ระบบถูกกฎหมาย

14 พ.ค. 2569 – นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงแนวทางแก้ไขปัญหารถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะกรณีแพลตฟอร์มโบลต์ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตว่า กระทรวงคมนาคมต้องการเห็นการแข่งขันที่เป็นธรรม ควบคู่กับการคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะและความปลอดภัยของประชาชน จึงได้มอบแนวทางให้แพลตฟอร์มดังกล่าวดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการ

ทั้งนี้ แพลตฟอร์มจะต้องแสดงข้อมูลยืนยันว่าผู้ขับขี่ในระบบมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะจำนวนกี่เปอร์เซ็นต์ พร้อมกำหนดแนวทางดำเนินการกับผู้ขับที่ยังไม่มีใบอนุญาตภายในกรอบเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ต้องมีระบบสุ่มตรวจและระบบตรวจจับใบหน้า หรือ Face Detection เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ผู้ขับ รวมถึงต้องมีระบบรับเรื่องร้องเรียน การลงโทษ และการเพิกถอนสิทธิผู้ขับที่กระทำผิดอย่างชัดเจน

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงให้แพลตฟอร์มสามารถดำเนินการปรับปรุงระบบต่าง ๆ ได้ในช่วงยื่นขอต่อใบอนุญาต เนื่องจากเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ภาครัฐกำหนดขึ้นใหม่ แต่หากครบกำหนดแล้วไม่ดำเนินการ หรือไม่มีเจตนาแก้ไขปรับปรุง ก็อาจมีการพักใช้ใบอนุญาตชั่วคราว และหากยังไม่ดำเนินการอีกก็อาจถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตได้ โดยกรอบเวลาการดำเนินการ เบื้องต้นกำหนดไว้ประมาณ 1 เดือน โดยมาตรการดังกล่าวจะใช้กับทุกแพลตฟอร์ม ไม่เฉพาะโบลต์เท่านั้น ส่วนแพลตฟอร์มอื่นที่ยังอยู่ระหว่างต่ออายุใบอนุญาตยังสามารถให้บริการได้ตามปกติ

“ในอนาคตแพลตฟอร์มเรียกรถทุกแห่งจะต้องปฏิบัติตามมาตรการสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ รถที่ใช้รับส่งผู้โดยสารต้องมีประกันภัยสาธารณะคุ้มครองผู้โดยสาร และรถยนต์ทุกคันต้องติดตั้งกล้องCCTV ภายในรถเพื่อป้องปรามเหตุอาชญากรรมและสร้างความปลอดภัยทั้งต่อผู้โดยสารและผู้ขับขี่ อย่างน้อยเมื่อรู้ว่ามีกล้อง CCTV ก็จะช่วยป้องปรามผู้ก่อเหตุได้ เพราะคนที่จะคิดก่อเหตุจะไม่กล้า ส่วนรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชันนั้น ยอมรับว่าสามารถติดกล้องได้เช่นกัน แม้อาจมีข้อจำกัดด้านรูปแบบการติดตั้ง แต่เห็นว่าเป็นแนวทางที่สามารถดำเนินการได้ในอนาคตเพื่อเพิ่มความปลอดภัย”นายสิริพงศ์ กล่าว

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้กรมการขนส่งทางบกได้เร่งเปิดอบรมและทดสอบใบอนุญาตขับรถสาธารณะเพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 6 วัน เพื่อรองรับผู้ขับที่ต้องเข้าสู่ระบบให้ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงเร่งรัดการประชุมพิจารณาอนุญาตในต่างจังหวัด จากเดิมบางพื้นที่ประชุมเพียงปีละ 1-2 ครั้ง โดยหากจังหวัดใดดำเนินการล่าช้า กรมการขนส่งทางบกจะดึงอำนาจกลับมาดำเนินการเอง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาค้างสะสม

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังเตรียมออกมาตรการใหม่เพื่อลดต้นทุนให้ผู้ขับรถที่ต้องการเข้าสู่ระบบ หลังพบว่าข้อกำหนดเดิมของรถป้าย รย.18 มีต้นทุนสูง โดยเฉพาะกรณีถูกบังคับทำประกันภัยชั้น 1 ผ่านไฟแนนซ์ ทำให้ผู้ขับจำนวนมากไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้ โดยแนวทางใหม่จะผ่อนปรนให้ผู้ขับไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนรถเป็น รย.18 แต่ต้องมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน คือ มีใบขับขี่สาธารณะ มีประกันภัยสาธารณะคุ้มครองผู้โดยสาร และติดตั้ง CCTV เมื่อดำเนินการครบจะได้รับสติกเกอร์รับรองจากภาครัฐ

“เราไม่ได้บังคับว่าทุกคนต้องไปจด รย.18 แต่สิ่งที่ต้องมีคือประกันคุ้มครองผู้โดยสาร เพราะเมื่อมีรายได้จากการรับส่งผู้โดยสาร ก็ต้องมีหลักประกันด้านความปลอดภัยให้ประชาชน ขณะเดียวกัน กระทรวงยังเตรียมเปิดทางให้นิติบุคคลสามารถนำรถมาจดทะเบียน รย.18 เพื่อปล่อยเช่าให้ผู้ขับนำไปใช้งานได้ ซึ่งจะทำให้เกิดโมเดลธุรกิจใหม่ เช่น การเช่ารถพร้อมประกันภัยแบบรายวัน ช่วยลดภาระต้นทุนของผู้ขับ และจูงใจให้รถนอกระบบเข้าสู่ระบบมากขึ้น” นายสิริพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับมาตรการทั้งหมดอยู่ระหว่างจัดทำเป็นกฎกระทรวงเพิ่มเติม คาดว่าจะทยอยประกาศใช้ในระยะต่อไป เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันทั้งระบบให้มีความปลอดภัยและเป็นธรรมมากขึ้นต่อประชาชนและผู้ประกอบการทุกฝ่าย

เพิ่มเพื่อน