‘จีเอ็มแอล’จับมือเอกชน-มหาวิทยาลัย หนุนผลิตโดรนไทย ลุยจัดงาน ‘DronTech Asia 2026’ เตรียมโชว์เทคโนโลยีจากกว่า 150 แบรนด์ทั่วโลก คาดสร้างมูลค่าธุรกิจกว่า 350 ล้านบาท หนุนไทยเร่งสร้างขีดความสามารถ สู่เครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูงและความมั่นคงของไทย
20 พ.ย.2569-นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานบริษัท GML Exhibition (Thailand) Co., Ltd. เปิดเผยว่าปัจจุบันตลาดโดรนเชิงพาณิชย์ทั่วโลกมีมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย Grand View Research รายงานว่าตลาดโดรนทั่วโลกในปี 2568 มีมูลค่าราว 84,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดการณ์ว่าจะเติบโตสู่ระดับ 182,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2576 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 9.5% ต่อปี โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการบูรณาการ AI ระบบอัตโนมัติ และโครงสร้างพื้นฐาน 5G ที่ทำให้โดรนสามารถปฏิบัติภารกิจซับซ้อนได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ทั้งนี้ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกถูกจัดให้เป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด
ทั้งนี้จากปัจจัยการขับเคลื่อนเกษตรกรรมแม่นยำ การพัฒนาการป้องกันประเทศ และเศรษฐกิจดิจิทัล อุตสาหกรรมโดรนจึงไม่ใช่เทคโนโลยีแห่งอนาคตอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจของทุกประเทศ ในขณะที่ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอาเซียนจึงมีทั้งโอกาสและความจำเป็นที่ต้องสร้างขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีโดรนของตนเองอย่างเร่งด่วน
“ประเทศไทยอยู่ในจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เราเป็นทั้งประเทศเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และกำลังก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดรนคือสะพานที่เชื่อมทั้งสามมิตินั้นเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มผลผลิตภาคเกษตร การสำรวจโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งในพื้นที่ห่างไกล หรือการเฝ้าระวังชายแดน โดรนกำลังกลายเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ไทยต้องพัฒนาขีดความสามารถของตนเองอย่างเร่งด่วน” นายมนู กล่าว
นายมนู กล่าวว่า DronTech Asia 2026 ออกแบบมาให้เป็นมากกว่างานแสดงสินค้า แต่คือเวทีกลางในการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมโดรนของไทยและภูมิภาค โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานภาครัฐชั้นนำ อาทิ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กรมวิชาการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) และ World UAV Federation สะท้อนให้เห็นว่าทุกภาคส่วนเห็นพ้องในการผลักดันให้ไทยก้าวสู่ผู้นำด้านเทคโนโลยีโดรนในระดับภูมิภาค
ทั้งนี้ภายในงาน นอกจากจะมีการจัดแสดงสินค้าด้านเทคโนโลยีโดรนเพื่อการพาณิชย์และการป้องกันประเทศมากกว่า 150 แบรนด์ทั่วโลกแล้ว ยังนำเสนอเวทีสัมมนานานาชาติ การบรรยายด้านเทคนิค และการสาธิตเทคโนโลยีในสถานการณ์จริง ครอบคลุมทุกมิติตั้งแต่เกษตรอัจฉริยะ โลจิสติกส์ ความมั่นคง ไปจนถึง Future Air Mobility ซึ่งรวมถึงยานพาหนะ eVTOL หรือ อากาศยานไร้คนขับ และระบบการบริหารจัดการน่านฟ้าอัจฉริยะยุคใหม่ โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางธุรกิจจากการจัดงานรวมกว่า 350 ล้านบาท ผ่านการเจรจาธุรกิจ การลงนามความร่วมมือ และการถ่ายทอดเทคโนโลยี และมั่นใจว่าตลอดการจัดงานมีผู้ชมไม่น้อยกว่า 5,000 คน โดยเป็นผู้เข้าร่วมงานระดับมืออาชีพจากภาครัฐ อุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และหน่วยงานด้านความมั่นคงในอาเซียน
นอกจากนี้ "จีเอ็มแอล" ยังได้เชิญผู้แทนจากภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม ร่วมเสวนาในหัวข้อ "การเปลี่ยนผ่านนวัตกรรมโดรนสู่เครื่องมือสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูงของไทยและความมั่นคงประเทศ" เพื่อตอกย้ำความสำคัญของการจัดงาน DronTech Asia 2026 และสะท้อนให้เห็นว่า "โดรน" ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือวาระแห่งชาติที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งขับเคลื่อนร่วมกันให้เกิดขึ้นเป็นอย่างรูปธรรม
ด้านพล.อ.อ. มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ระบุว่า CAAT ได้เดินหน้าปรับปรุงกฎหมายและระเบียบการบินโดรนอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2567 ได้แก้ไขข้อจำกัดการอนุญาตโดรนขนาดเกิน 25 กิโลกรัม ส่งผลให้โดรนขนาดใหญ่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้อย่างแพร่หลายมากขึ้น พร้อมยกเว้นค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียนโดรนและผู้บังคับโดรน ซึ่งช่วยผลักดันให้มีผู้ขึ้นทะเบียนสะสมกว่า 60,000 คน ปัจจุบัน CAAT อยู่ระหว่างจัดทำ Drone Master Plan หรือแผนแม่บทโดรนระดับชาติ ที่ครอบคลุมทั้งด้านนโยบาย กฎหมาย การพัฒนาบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย และความมั่นคง เพื่อเป็น Roadmap ที่ชัดเจนในการผลักดันให้ไทยก้าวสู่น่านฟ้าอัจฉริยะ รองรับทั้งโดรนพาณิชย์และระบบการขนส่งทางอากาศในเมือง (Urban Air Mobility) ในอนาคตอันใกล้
นางสาวยุรวรรณ อนันตนมณี นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กลุ่มบริหารศัตรูพืช กรมวิชาการเกษตร กล่าวเสริมว่า Fortune Business Insights คาดการณ์ว่าตลาดโดรนเพื่อการเกษตรทั่วโลกจะเติบโตจาก 6,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 สู่ 23,780 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2575 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 18.5% ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าโดรนกำลังกลายเป็นเครื่องมือหลักในการเกษตรยุคใหม่ทั่วโลก ประเทศไทยในฐานะประเทศเกษตรกรรมชั้นนำจึงจำเป็นต้องเร่งขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีนี้อย่างจริงจัง เพื่อตั้งเป้าอบรมผู้ควบคุมโดรนพ่นสารจำนวน 5,000 รายทั่วประเทศภายในปี 2570
ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่กลุ่มงานส่งเสริมการประยุกต์ใช้ดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวว่า การผสานโดรนเข้ากับ AI และ Data Platform ไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพของอุตสาหกรรมเดิม แต่กำลังก่อให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ที่มีมูลค่าสูง ซึ่งไทยจำเป็นต้องคว้าโอกาสนี้ พร้อมเผยมาตรการสนับสนุน Startup และ SME ไทยให้เข้าถึงเทคโนโลยีโดรนได้จริง ผ่านโครงการ “1 ตำบล 1 ดิจิทัล (ชุมชนโดรนใจ)” ซึ่งเป็นโครงการ flagship ของ depa ด้านโดรนเพื่อการเกษตร โดย depa อุดหนุนค่าโดรนร้อยละ 60 ให้แก่ชุมชน ส่งเสริมเฉพาะโดรนที่ผลิตในประเทศไทยและได้รับการรับรองมาตรฐาน dSURE พร้อมอบรมนักบินโดรนและช่างซ่อมบำรุงในชุมชน ตั้งเป้าครอบคลุม 500 ชุมชนทั่วประเทศ พื้นที่เกษตรกรรมกว่า 4 ล้านไร่ และจัดตั้งศูนย์ซ่อมและบริการโดรน 50 แห่งทั่วประเทศ
ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรเดช ตัญตรัยรัตน์ หัวหน้าหน่วยวิจัยพัฒนาอุตสาหกรรมอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินและระบบอัจฉริยะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ระบุว่า ในช่วง 3 – 5 ปีที่ผ่านมา งานวิจัยด้านโดรนในไทยพัฒนาก้าวกระโดดอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลงานที่เป็นตัวอย่างรูปธรรมที่ชัดเจน ได้แก่ การพัฒนาระบบอากาศยานไร้คนขับแบบปรับทิศแรงขับดัน ที่ผสานความสามารถของโดรนหลายใบพัดและอากาศยานปีกตรึงเข้าด้วยกัน สามารถขึ้นลงแนวดิ่งโดยไม่ต้องใช้รันเวย์ บินได้นานกว่า 3 ชั่วโมง ด้วยความเร็วสูงสุด 100 กม./ชม. เหมาะกับงานลาดตระเวนและสำรวจพื้นที่เสี่ยง รวมถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับบริการเช่าระบบโดรนแบบ Subscription ซึ่งทั้งสองผลงานได้รับการจดทะเบียนสิทธิบัตรแล้ว และ มทส. ได้อนุญาตให้ภาคเอกชนนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว สะท้อนให้เห็นว่างานวิจัยโดรนไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องแล็บ แต่พร้อมก้าวสู่อุตสาหกรรมจริงได้แล้ว
นายอัศวิน โรมประเสริฐ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมตอบโต้ภัยพิบัติ (ประเทศไทย) กล่าวจากประสบการณ์ภาคสนามว่า นับตั้งแต่เริ่มนำโดรนเข้าสู่ภารกิจค้นหา ช่วยเหลือ และประเมินสถานการณ์ตามแนวชายแดน ทีมปฏิบัติการสามารถเข้าถึงพื้นที่เสี่ยงได้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และลดความสูญเสียได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำว่าโดรนในวันนี้ไม่ใช่แค่เครื่องมือภารกิจพลเรือน แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของยุทโธปกรณ์ด้านความมั่นคงที่ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถอย่างจริงจัง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกร.หนุนรัฐใช้'นโยบายมุ่งเป้า'พร้อมเร่งลงทุนเศรษฐกิจใหม่
กกร. ชี้ต่างชาติยังเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย สนับสนุนรัฐใช้นโยบายแบบ ‘Targeted Policy’ เพิ่มประสิทธิภาพการคลัง พร้อมเร่งลงทุนเศรษฐกิจใหม่
'ธรรมนัส' เสนอ 3 มาตรการเร่งด่วนช่วยเกษตรกร ลดต้นทุนปุ๋ย จัดการน้ำ แก้ปัญหาที่ดิน
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงรัฐบาลใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และสะเทือนถึงภาคเกษตรกรรมของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า สิ่งที่เกษตรกรไทยกำลังเผชิญคือต้นทุนชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งราคาน้ำมัน ปุ๋ย
‘ธ.ก.ส.’เจ้าภาพ Regional Policy Forum เปิดเวทียกระดับภาคเกษตรผ่านห่วงโซ่มูลค่า
‘ธ.ก.ส.’ เป็นเจ้าภาพจัดงาน Regional Policy Forum ยกระดับภาคเกษตรผ่านห่วงโซ่มูลค่า พร้อมสร้างแบรนด์สู่เกษตรมูลค่าสูง เดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการพัฒนาเกษตรกรรมและชนบทในระดับภูมิภาคและระหว่างภูมิภาค
อดีตดาวเด่นเวทีสมัครเล่น 'วีเมนส์ อเมเจอร์ เอเชีย-แปซิฟิกฯ' สู่สังเวียนระดับโลก
กอล์ฟสมัครเล่นหญิงรายการ วีเมนส์ อเมเจอร์ เอเชีย-แปซิฟิก แชมเปียนชิพ ซึ่งจัดขึ้นจากความร่วมมือของอาร์แอนด์เอ และสมาพันธ์กอล์ฟเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเป็นเวทีที่มอบโอกาสเปลี่ยนชีวิตให้กับนักกอล์ฟสมัครเล่นหญิงชั้นนำของภูมิภาคสู่การก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นระดับแถวหน้าของโลก โดยปีนี้มีกำหนดแข่งขันที่สนามรอยัลเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 12-15 กุมภาพันธ์นี้
กฤษฎีกากับการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์
การพัฒนากฎหมายมีความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาสังคมเศรษฐกิจดิจิทัลให้เติบโตอย่างยั่งยืนเพื่อประโยชน์และความสุขของประชาชนทุกคน ในปัจจุบัน
สคช. เปิดตัว 4 มาตรฐานอาชีพใหม่ ตอบโจทย์เศรษฐกิจดิจิทัล ชูคุณวุฒิวิชาชีพ “ดีกรีทางอาชีพ” การันตีความรู้ ความสามารถของคนทำงาน
สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. เร่งเครื่องยกระดับกำลังแรงงานของประเทศไทย ล่าสุดเปิดตัว 4 มาตรฐานอาชีพใหม่ ประจำปี 2568 รองรับอุตสาหกรรมดาวรุ่งในยุคดิจิทัล พร้อมพัฒนาทักษะ AI Literacy

