'ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ'  หลังโรคNCDsพุ่ง

การตักบาตร ให้กับพระสงฆ์เป็นส่วนหนึ่งของการปฎิบัติตามความเชื่อในพุทธศาสนา ที่เชื่อว่าการตักบาตรจะส่งผลบุญให้กับตนเองและไปถึงญาติ มิตร ผู้ล่วงลับ  ทางด้านพระสงฆ์เอง การรับบาตรจากพุทธศาสนิกชนถือเป็นส่วนหนึ่งของวัตรปฎิบัติ ตามหลักศาสนาพุทธ พระสงฆ์ไม่สามารถประกอบอาหารได้เอง การรับบาตรจากชาวบ้าน เป็นสิ่งที่เปิดโอกาสให้ผู้คนลดความตระหนี่ ถี่เหนียว รู้จักการแบ่งปัน การให้  ดังนั้น อาหาร2มื้อในแต่ละวันที่พระสงฆ์บริโภค จึงเป็นอาหารจากการตักบาตรเท่านั้น อาหารจากการตักบาตรจึงมีผลต่อสุขภาพของพระสงฆ์ หากอาหารเต็มไปด้วยไขมัน หรือหวานจากขนมหวานมากเกินไป จึงส่งผลต่อสุขภาพของพระสงฆ์ ทำให้ปัจจุบันพระสงฆ์ไทยมีปัญหาสุขภาพโรคติดต่อไม่เรื้อรัง หรือ (NCDs) พุ่งสูงมากจนเป็นที่น่ากังวล

ในฐานะเป็นองค์กรที่รณรงค์ด้านสุขภาพ ทำให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เดินหน้าต่อยอดโครงการ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” จากการสร้างการตระหนักรู้ผ่านภาพยนตร์โฆษณา สู่การลงมือทำจริงในระดับพื้นที่  โดยนำร่อง “ถนนตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” บริเวณถนนไกรสีห์ เขตพระนคร  โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานเขตพระนคร  ที่เชื่อมโยงถึงวัดในพื้นที่ ได้แก่  วัดบวรนิเวศวิหาร วัดชนะสงคราม และวัดสังเวชวิศยาราม  ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชาชนร่วมตักบาตรเป็นประจำในทุกเช้า โดยผนึกความร่วมมือระหว่างวัด ชุมชน ร้านค้าในพื้นที่ เพื่อให้การตักบาตรเป็นไปตามวิถีใหม่  ด้วยการถวายอาหาร “ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม”

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส. ได้เปิดตัวโครงการ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” จากข้อมูลปัญหาสุขภาพพระสงฆ์ไทย พบว่าพระสงฆ์มีความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) สูงถึง 78% โดยปัจจัยสำคัญมาจากการอาหารที่มีรสหวาน มัน และเค็มเกินความเหมาะสม ดังนั้นจึงต้องปรับพฤติกรรมมาตักบาตรด้วยอาหารที่ “ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม” เพื่อส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์ไทยในระยะยาว โดยสำหรับการเปิดพื้นที่นำร่องบริเวณชุมชนถนนไกรสีห์ ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับ วัดบวรนิเวศวิหาร ในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดแคมเปญสู่การลงพื้นที่จริงเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมทั้งระบบ

เนื่องจากสถานการณ์สุขภาวะพระสงฆ์ในปัจจุบันมีตัวเลขภัยเงียบเชิงลึกที่น่ากังวล ดังนี้  ยอดผู้ป่วยนอก (OPD) พุ่งสูงเรื้อรัง: พระสงฆ์และสามเณรต้องเข้ารักษาตัวสูงต่อเนื่องถึง 7.3-7.4 แสนรายต่อปี (ในช่วงปี พ.ศ. 2566–2567) โดยกลุ่มช่วงอายุ 60–69 ปีเข้ารับบริการสูงที่สุด มียอดสะสมอยู่ที่ 545,781 ราย

‘ความดัน-ไขมัน-อ้วน’ ครองแชมป์การเจ็บป่วย: โรคความดันโลหิตสูง เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มโรค NCDs ที่พระสงฆ์เข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) ทั่วประเทศ(2565–2567)  ขณะที่ผลตรวจคัดกรองพบพระสงฆ์มีภาวะไขมันในเลือดสูงเกินมาตรฐานถึง 55% และมีภาวะอ้วนสะสมสูงถึง 44% ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักในการลุกลามสู่โรคอื่น

พระสงฆ์ยังมีอัตรา’เสี่ยงเบาหวาน’ กว่า 2 เท่าตัว แม้จะยังไม่ได้ป่วยเป็นโรคเต็มตัว  เติบโตเด่นชัดกว่าเท่าตัวจาก 7.92% ในปี 2565 พุ่งทะยานขึ้นไปสูงถึง 18.60% ในปี 2568

กลุ่มโรค NCDs ที่ไม่ได้รับการควบคุม จะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันจนต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล (IPD) ทั้งโรคเบาหวาน โรคสมองขาดเลือด และภาวะหัวใจล้มเหลว อีกทั้งความเสื่อมโทรมของร่างกายยังส่งผลให้ ‘โรคปอดอักเสบ’ กลายเป็นสาเหตุการมรณภาพอันดับ 1 ของพระสงฆ์ติดต่อกันถึง 3 ปีซ้อน (2565–2567)

 “การแก้ปัญหาสุขภาวะพระสงฆ์ที่ยั่งยืน ต้องอาศัยการผนึกกำลังของ วัด ชุมชน และร้านค้า เพื่อร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตั้งแต่การสร้างความรู้ด้านโภชนาการให้กับพระสงฆ์ ญาติโยมที่เลือกอาหารในการตักบาตร และร้านค้าที่ปรับสูตรอาหารลดหวาน มัน เค็ม ซึ่งโครงการนี้ได้รับเสียงตอบรับจากคนในพื้นที่อย่างดี มีพุทธศาสนิกชนร่วมตักบาตรด้วยอาหารที่ดีต่อสุขภาพพระสงฆ์มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการโดยเพิ่มทางเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพพระสงฆ์ รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากพระสงฆ์ที่เห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพตนเอง สสส. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีทางสุขภาพของพระสงฆ์ไทยได้ในระยะยาว”

อีฟ-พุทธธิดา ศิระฉายา ผู้จัดละครลูกสาวของต้อย เศรษฐา ศิระฉายา กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนพุทธศาสนิกชนรู้สึกเป็นเกียรติที่ครอบครัวของเราได้มีส่วนร่วมกับโครงการนี้ตั้งแต่ภาพยนตร์โฆษณาที่เป็นการสานต่อเจตนารมณ์ของคุณพ่อในการส่งเสริมพุทธศาสนา ตลอดกระบวนการสร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณา ทีมงานมีความใส่ใจและให้เกียรติคุณพ่อและครอบครัวของเราเป็นอย่างดี มีการพูดคุยและรับฟังความคิดเห็นของครอบครัวตลอดเพื่อให้แน่ใจว่าภาพยนตร์โฆษณาจะสามารถถ่ายทอดความเป็นคุณพ่อได้ออกมาดีที่สุดวันนี้ดีใจที่เห็นแนวคิดนี้ต่อยอดสู่การปฏิบัติจริงบนถนนนำร่องที่ ถ. ไกรสีห์ และหวังว่าโครงการนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนร่วมทำบุญด้วยการเลือกอาหารถวายพระที่ดีต่อสุขภาพร่วมกันค่ะ และครอบครัวเราก็ยินดีเป็นส่วนหนึ่งที่จะสนับสนุนให้โครงการนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อสุขภาพพระสงฆ์ไทยต่อไป

ดวงเดือน จิไธสงค์

ดวงเดือน จิไธสงค์   ผู้สานต่อการดูแลวัดหลวงพ่อโต หรือ วัดสรพงศ์ จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ครอบครัวของเรารู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์การตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระตั้งแต่ภาพยนตร์โฆษณาที่ได้รับการเผยแพร่ก่อนหน้า เป็นการสานต่อเจตนารมณ์ในการส่งเสริมศาสนาพุทธของคุณสรพงศ์ รวมไปถึงได้มาร่วมเปิดตัวพื้นที่นำร่อง ‘ถนนตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ’ การมีถนนต้นแบบเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการช่วยรักษาสุขภาพพระสงฆ์ให้ยั่งยืนได้ และครอบครัวของเรายินดีเป็นส่วนหนึ่งในการเชิญชวนพุทธศาสนิกชนไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมสุขภาพของพระสงฆ์ไทยผ่านการตักบาตรด้วยอาหารที่ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม

ตุ้ย-นฤมล ยมนาค ผู้ประกอบการร้านค้าต้นแบบบนถนนไกรสีห์ กล่าวว่า “ร้านแม่ตุ้ยมีบริการอาหารสำหรับการตักบาตรอยู่แล้ว จนทาง สสส. ได้เข้ามาให้คำแนะนำถึงวิธีคิดและ ผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้นกับสุขภาพพระ ทำให้เรามีความเข้าใจว่า ร้านค้าไม่ได้ขายแค่อาหาร แต่เรายังมอบสุขภาพที่ดีให้พระสงฆ์ได้ผ่านอาหารที่ร้านให้บริการ ด้วยการปรับอาหารให้ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม และเพิ่มสัดส่วนของผักให้มากขึ้น หลังจากมีบริการอาหารสุขภาพสำหรับถวายพระสงฆ์ก็ได้รับผลตอบรับอย่างดี พุทธ์ศาสนิกชนให้ความสนใจเข้ามาสอบถามและยินดีเลือกซื้อเมนูสุขภาพไปใส่บาตรเมื่อเข้าใจวัตถุประสงค์ ดีใจและภูมิใจมากที่ได้ร่วมทำบุญใหญ่ดูแลสุขภาพพระสงฆ์ด้วยกันค่ะ


“ก้าวต่อไป สสส. มีความตั้งใจในการขับเคลื่อนโมเดลนี้ให้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของสังคมไทย เตรียมจับมือขยายผลชวนวัด ชุมชน และตลาดสด ทั้งในเขตกรุงเทพและจังหวัดข้างเคียงเข้าร่วมโครงการ และ ขยายผลตราสัญลักษณ์ร้านค้า : เมนูนี้ใส่ใจสุขภาพพระ”นพ.พงศ์เทพ กล่าว

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพ และโครงการตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระได้ที่เว็บไซต์ https://creativehealthcampaign.thaihealth.or.th/ หรือช่องทางออนไลน์ของ สสส. ทุกช่องทาง รวมถึงข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับการตักบาตรได้ที่เว็บไซต์สงฆ์ไทยไกลโรค : https://www.sonkthaiglairok.com/

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เปลี่ยนผู้เสพ' สู่คนมีอาชีพ คืนสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี  

“ชุมชนล้อมรักษ์แปลงยาว” เปลี่ยนผู้เสพสู่คนมีอาชีพ เผยใช้ชุมชนเป็นฐานดูแลผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด ดึงภาครัฐ-เอกชน ชุมชน ตำรวจ ร่วมติดตามต่อเนื่อง พร้อมสร้างอาชีพและรายได้ หวังลดการกลับไปเสพซ้ำ และเปิดพื้นที่ให้ผู้ผ่านการบำบัดกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี

สสส. ยืนยันซื้อสื่อตรง กับ เจ้าของพื้นที่ ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง คุ้มงบประมาณ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ประชาชนเห็นเยอะ ต้องขอบคุณพันธมิตรเปิดพื้นที่ อาทิ MRT-BTS-กทม. ร่วมสร้างสังคมสุขภาวะ

ดร.ประกาศิต กล่าวต่อว่า สื่อรณรงค์ทุกชนิด ของ สสส. ดำเนินการผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 100% ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ของกรมบัญชีกลาง มีคณะกรรมการร่างขอบเขตงานจ้าง คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติผู้เสนองาน คณะกรรมการพิจารณาผลการคัดเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่กำหนดทั้งในแง่ราคาและข้อเสนอด้านเทคนิค รวมทั้งมีคณะกรรมการตรวจรับถูกต้องตามขั้นตอนทุกประการ

เปิดโอกาสชีวิตใหม่ ผนึกชุมชน-ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่องตัดวงจรติดยา

จากผู้เสพสู่ผู้กล้า! บ้านไร่ผนึก สสส. ชุมชน-ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่อง เปิดโอกาสผู้ก้าวพลาดมีชีวิตใหม่ สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ คืนคนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

'ทรงศักดิ์' ประชุมร่างแผน สสส. ปี 70 เน้นขยายงานสร้างเสริมสุขภาพรายจังหวัด หนุนขับเคลื่อนใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ เล็งวัดผลได้ภายใน 1 ปี

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนการดำเนินงานประจำปี 2570 โดยมีกรรมการกองทุนฯ กรรมการบริหารแผน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมกำหนดทิศทางการพิจารณาร่างแผนฯ ประจำปี 2570

สัปดาห์นมแม่โลก หนุนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนแรก

สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ 2569 ชวนสังคมไทยร่วมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกเพื่อสร้างรากฐานเด็กไทย

เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ผลิตกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ บทเพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็ม ชื่อเพลง “ด้วยความห่วงไต”

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สสส.พร้อมสนับสนุนการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักและต้องการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสุขภาพประชาชนได้จริง