
2พ.ค.65-นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า ตนพร้อมด้วยนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้เข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลงานกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ถึงประเด็นที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติพ.ศ..ได้พิจารณาลงมติเสียงข้างมากเห็นชอบร่างมาตรา 3 ให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จำนวน 5 ฉบับ ซึ่งมีคำสั่งคสช.ที่ 19/2560 เรื่อง ปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ ศธ. ว่า เรื่องดังกล่าวมีที่มาที่ไปอย่างไร โดยตนได้ชี้แจงว่าการมีคำสั่ง คสช.ฉบับดังกล่าวออกมาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว หลักการเพื่อต้องการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยแยกเนื้องานส่วนการบริหารงานบุคคลออกมาจากเขตพื้นที่ที่เดิมอยู่ในรูปแบบ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ ซึ่งพบว่าในอดีตมีข้อครหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการเรียกรับผลประโยชน์จากการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการครู ดังนั้นเมื่อการบริหารงานบุคคลมาอยู่ภายใต้กำกับของศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ทำให้เรื่องเหล่านี้สามารถจัดการปัญหาดังกล่าวได้ในเชิงโครงสร้าง เนื่องจากการเป็นคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และการมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชนในพื้นที่ร่วมเป็นกรรมการทำให้เกิดความโปร่งใส
นายสุภัทร กล่าวต่อว่า ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าการมี ศธจ.เป็นการซ้ำซ้อนกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) นั้น ต้องถามว่าซ้ำซ้อนอย่างไร ในเมื่อแยกโครงสร้างการบริหารงานบุคคลออกมาชัดเจนแล้ว อีกทั้งยังได้เพิ่มงานลงไป คือ การขับเคลื่อนแผนการบูรณาการการศึกษาจังหวัด เพื่อให้ประสานแผนบูรณาการร่วมกันกับทบวง กระทรวง กรมอื่นๆ ไม่ใช่แค่บูรณาการกับหน่วยงานสังกัดศธ.เท่านั้น โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ทั้งนี้เราต้องนำความจริงมาพูดกัน และการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างสามารถแก้ปัญหาเรื่องเรียกรับผลประโยชน์ได้หรือไม่ ซึ่งจากการวิจัยก็พบว่าสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้จริงและไม่มีปัญหาดังกล่าวหลงเหลืออยู่ โดยนายวิษณุก็รับฟังการรายงานข้อมูลต่างๆ เรียบร้อยดี อย่างไรก็ตาม ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ….จะต้องดำเนินการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงข้อมูลเนื้อหาในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และประเด็นเรื่องโครงสร้าง ศธ.จะต้องถูกเขียนไว้ในกฎหมายลูกตามลำดับ ส่วนจะผลักดันร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ให้ประกาศใช้ในปีนี้หรือไม่นั้นคงต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลดำเนินการต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ตรีนุช' รับฝ่ายความมั่นคงเร่งดำเนินการตรวจสอบแรงงานเขมรตกค้างในไทยกว่า 1 แสนคน
ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้าการต่ออายุอนุญาตทำงานของแรงงานสัญชาติกัมพูชาประม
'ตรีนุช' ย้ำ พปชร.หนุน 'อนุทิน' เป็นนายกฯ รับยังไม่คุยตำแหน่งรัฐมนตรี
ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ยืนยันว่าต
เปิดเบื้องลึก! 'ภท.' ชิงเปิดตัว 'พรรคเล็ก' ร่วมรัฐบาล
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง "ภูมิใจไทย ชิงเปิดตัวพรรคเล็ก" โดยระบุว่า
'ตรีนุช' ยังไม่ได้คุย 'อนุทิน' ดีลตั้งรัฐบาลต้องรอ กกต. รับรองผล ย้ำที่ผ่านมาทำงานร่วมกันไม่มีปัญหา
ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการถูกทาบทามมาร่วม
ก.แรงงาน เปิดบ้าน! ต้อนรับวันเด็ก 2569 ชวน ‘เด็กไทย โตไปต้องมีงานทำ’ พบกับกิจกรรมสนุก - เรียนรู้ สัมผัสโลกอาชีพ หุ่นยนต์ AI และรางวัลมากมาย แล้วพบกันเสาร์ที่ 10 ม.ค.นี้ ที่กระทรวงแรงงาน
กระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในอนาคต โดยกล่าวว่า “เด็กและเยาวชนคือกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของชาติ การให้โอกาสทางการศึกษา การเรียนรู้ทักษะในทุกด้าน และการสร้างประสบการณ์ที่หลากหลาย จะช่วยให้เด็กไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมเผชิญโลกด้วยความมั่นใจ และสามารถสร้างสรรค์อนาคตของตนเองและสังคมได้อย่างยั่งยืน”
'ตรีนุช' นำ พปชร. ชู 12 นโยบายเรือธง สู้ศึกเลือกตั้ง
'ตรีนุช–กรกสิวัฒน์' นำพลังประชารัฐ สู้ศึกเลือกตั้ง เปิด 3 เสาหลัก ชู 12 นโยบายเรือธง แก้ปากท้อง–เสริมความมั่นคง ยันทุกนโยบายทำได้จริง

