ศธ. วางแผนปรับเงินอุดหนุนรายหัวเป็นแบบขั้นบันได ภายในเวลา 4ปี สำนักงบฯ แนะให้ระบุผลสัมฤทธิ์ให้ชัด

11 พ.ค.65-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ว่า ตนได้ประชุมถึงการจัดทำรายการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน ซึ่งไม่ได้มีการปรับเงินดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2553 โดยเป็นนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม อีกทั้งให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันด้วย นอกจากนี้จะมีการเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวให้แก่กลุ่มผู้ที่เรียนอยู่ในโครงการอาชีวะ อยู่ประจำ เรียนฟรีที่ขณะนี้มีเด็กเข้าร่วมโครงการแล้วประมาณ 3,000 คน ซึ่งการหารือร่วมกับสำนักงบประมาณตนต้องการรับทราบแนวทางปฎิบัติว่าระบบของการจัดทำงบประมาณจะต้องมีขั้นตอนรายละเอียดอะไรบ้าง โดยในส่วนของศธ.ก็จะมาขับเคลื่อนวางแผนการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย

นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้สำนักงบประมาณมีข้อเสนอแนะให้กับ ศธ.ถึงการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน ว่า จะต้องมีการระบุผลสัมฤทธิ์ให้ชัดเจน เมื่อปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวของนักเรียนแล้วจะเพิ่มคุณภาพการศึกษาได้อย่างไรบ้าง รวมถึงการกำหนดตัวชี้วัดด้านต่างๆ และการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนแล้วจะบรรเทาภาระผู้ปกครองได้ขนาดไหน ซึ่งจะต้องมีงานวิจัยมารองรับด้วย ดังนั้น ศธ.จะรับข้อเสนอดังกล่าวมาขับเคลื่อนวางแผนและนำเสนอสำนักงบประมาณเห็นชอบในหลักการ ต่อจากนั้นจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป สำหรับการปรับเพิ่มเงินอุดนหนุนรายหัวนักเรียนนั้นเบื้องต้นจะปรับขึ้นตามขั้นบันได เพราะเข้าใจสถานการณ์การคลังของประเทศ เนื่องจากรัฐบาลนำงบประมาณส่วนหนึ่งทุ่มไปกับการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ดังนั้นเราจะดูว่าตัวเลขขนาดไหนที่เหมาะสมที่ปรับขึ้นในรูปแบบขั้นบันไดได้ เพราะเราคงไม่สามารถใช้เป็นเงินก้อนใหญ่มาปรับเพิ่มทั้งหมดได้ แต่ต้องมีความยืดหยุ่นในการจัดสรรงบประมาณด้วย

ด้านนายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า การที่ สกศ.เสนอให้เพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวแบบขั้นบันไดนั้น เนื่องจากเราไม่ได้ปรับในส่วนนี้มาเป็นระยะเวลาไม่ได้ปรับมา 11 ปี และงบฯที่ได้ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับสถานะเงินเฟ้อของประเทศ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับงบฯส่วนนี้  และต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการดำเนินการ แต่ทาง ศธ.ห่วงใยว่าจะกระทบต่อภาระงบประมาณของแผ่นดิน จึงเสนอให้มีการปรับเงินอุดหนุนรายหัวแบบขั้นบันไดโดยใช้ระยะเวลา 4 ปี ซึ่งเงินอุดหนุนจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่สถานศึกษาได้รับ คือ ค่าการจัดการเรียนการสอนต่างๆ และส่วนที่ผู้ปกครองจะได้รับ คือ ค่าอุปกรณ์การเรียนและค่าเครื่องแบบนักเรียนก็จะได้รับเพิ่มขึ้น และอาจพิจารณาความเป็นไปได้ในการอุดหนุนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือตามแนวทางการสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นักเรียนในทุกระดับชั้นจะได้รับการปรับเงินอุดหนุนรายหัว ซึ่งนักเรียนในแต่ละระดับชั้นก็จะได้รับจำนวนเงินอุดหนุนที่ต่างกันอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการศึกษานอกระบบด้วย

เพิ่มเพื่อน