ตั้งคกก.สอบฯ กรณี เด็ก 14 จบชีวิตแล้ว ระบบการแนะแนวในรร. ต้องเข้มแข็งกว่านี้

“ตรีนุช” เผย ตั้งคณะกรรมการสอบฯ กรณี เด็ก 14 จบชีวิตแล้ว ชี้ ระบบการแนะแนวใน รร. ต้องมีความเข้มแข็งกว่านี้ ลั่น ศธ.ต้องการสร้างความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาในทุกมิติ

17 พ.ค.2565- จากกรณีที่ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี มีปัญหาครอบครัวรุมเร้าให้ต้องดิ้นรนหาหนทางเรียนหนังสือต่อ แต่สุดท้ายกลับถูกครูในโรงเรียนพูดจากล่าวหา ทำนองว่าไม่มีทางเรียนต่อได้ ทั้งตัวมีเพียงเงิน 200 บาท สุดท้ายเด็กสาวตรอมใจเครียดหนัก ผูกคอตัวเองเสียชีวิตในบ้านพักนั้น

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว และทราบว่ามีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งเบื้องต้นรับทราบข้อมูล ว่า เป็นการสื่อสารทำความเข้าใจกันน้อยเกินไป โดยมีปัญหาเกิดขึ้น 2 ประเด็น คือ 1.ปัญหาจากครอบครัว และ2.เรื่องการเปลี่ยนโรงเรียน เนื่องจากทราบว่าผู้ปกครองต้องการให้เด็กย้ายไปโรงเรียนใหม่ แต่เด็กต้องการจะเรียนในโรงเรียนเดิม ทั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนให้เราต้องกลับมาตระหนักถึงบทบาทการแนะแนวในโรงเรียนมากขึ้น ซึ่งระบบการแนะแนวในโรงเรียนจะต้องมีความเข้มแข็งมากกว่านี้ เพราะนโยบายหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องการสร้างความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาในทุกมิติ ดังนั้นต่อจากนี้ไประบบการแนะแนวในโรงเรียนจะต้องปรับปรุงใหม่ทำให้มีความเข้มข้น ครูต้องเข้าถึงปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคลไม่ว่าจะเป็นปัญหาครอบครัว การเรียน

“บริบทของโรงเรียนมีความแตกต่างกัน ดังนั้นปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นจึงมีความซับซ้อน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน หรือระบบการแนะแนวจะต้องทำให้มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เป็นการแนะแนวเรื่องการเรียนต่อเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องดแนะแนวไปถึงการดูแลสภาพจิตของนักเรียน และการปูเส้นทางในอนาคตให้แก่นักเรียนด้วย พร้อมกับสร้างความเข้าใจให้แก่นักเรียนมีความรู้สึกอุ่นใจว่าโรงเรียนคือบ้านหลังที่สองของเด็ก และมีครูที่พร้อมช่วยเหลือสนับสนุนเด็กทุกเรื่องอย่างเต็มที่ เพราะเด็กทุกคนต้องมีโอกาสได้เรียน การจัดสรรทุนการศึกษาของทุกโรงเรียนไม่ใช่ปัญหา ซึ่งมีกองทุนให้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จัดสรรให้เด็กกู้ยืมได้อยู่แล้ว” รมว.ศธ. กล่าว

เพิ่มเพื่อน