
7มิ.ย.65-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้กล่าวปิดการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านการศึกษาแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 (การศึกษา 2030) ครั้งที่ 2 (APREMC-II) ตอนหนึ่งว่า ตลอดระยะของการประชุมที่ได้ร่วมรับฟังและเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ในประเด็นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูการเรียนรู้และการจัดการกับวิกฤตการเรียนรู้ การผลักดันให้เกิดระบบการเปลี่ยนแปลงในเชิงลึก การสร้างความสามารถในการฟื้นตัวเมื่อเผชิญปัญหา รวมถึงการจัดสรรการลงทุนทางการศึกษาและตัวแปรที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ล้วนแต่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในปี พ.ศ. 2573 โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 4 ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาไม่ถึง 10 ปี ก่อนจะถึงกำหนดปี พ.ศ. 2573 อย่างไรก็ดี สภาวการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อภาคการศึกษาทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาคในระดับที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ รวมถึงความก้าวหน้าของการดำเนินงานต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ข้อที่ 4 โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งกำลังประสบกับภาวะวิกฤตการเรียนรู้ อันเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ข้อที่ 4 อยู่ก่อนแล้ว

นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดการประชุม APREMC II โดยมีความมุ่งมั่นที่จะรับมือกับวิกฤตการเรียนรู้ที่จะทำให้ผู้เรียนทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ทั้งนี้ ประเทศไทยพร้อมร่วมมือกับสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ และหุ้นส่วนในภาคการศึกษา รวมถึงประเทศสมาชิกอื่น ๆ ในการรับมือกับความท้าทายเพื่อทำให้การศึกษามีคุณภาพที่ดีขึ้นและมีความเสมอภาคสำหรับประชาชนทุกคน ซึ่งรวมถึงการจัดทำถ้อยแถลงกรุงเทพฯ ปี พ.ศ. 2565 โดยผลของการจัดทำถ้อยแถลงดังกล่าวจะนำไปเสนอต่อที่ประชุมระดับสูงเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 ต่อไป นอกจากนี้ประเทศไทยและหุ้นส่วนมั่นใจ ว่า ด้วยพลังของการร่วมมือประกอบกับความมุ่งมั่นของรัฐมนตรีศึกษาและหุ้นส่วนด้านการศึกษาทั้งหลายที่ได้ร่วมประชุมในครั้งนี้ จะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้การศึกษามุ่งไปสู่การส่งเสริมผลลัพธ์ในเชิงบวกสำหรับทุกคน อันจะเป็นผลดีต่อภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

“ดิฉันขอขอบคุณรัฐมนตรีศึกษาจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกทุกท่าน ที่ได้ให้เกียรติร่วมการประชุมครั้งนี้เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ มุมมอง และองค์ความรู้อันทรงคุณค่า โดยเฉพาะต้องขอขอบคุณคุณทามาร่า ราสโตวัก เซียมชิวิลลี่ ประธานกรรมการบริหารยูเนสโก และคุณสเตฟาเนีย จิอันนินี่ ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ด้านการศึกษา ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกและมีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนการศึกษาให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เรียนทุกคน ตลอดจนหุ้นส่วนความร่วมมือ สำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ องค์การยูนิเซฟ กระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศญี่ปุ่น วิทยากร แขกผู้มีเกียรติ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประชุมในครั้งนี้ ซึ่งมีส่วนทำให้งานประชุมสำเร็จลุล่วง โดยมุ่งหวังว่าแนวคิดและความรู้ใหม่ ๆ จากการประชุมฯ จะได้นำไปใช้อย่างสรรค์สร้างและให้เกิดการพัฒนาการศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับทุกคนสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 ภายในปี พ.ศ. 2573 สำหรับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก”รมว.ศธ.กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ก.แรงงาน เปิดบ้าน! ต้อนรับวันเด็ก 2569 ชวน ‘เด็กไทย โตไปต้องมีงานทำ’ พบกับกิจกรรมสนุก - เรียนรู้ สัมผัสโลกอาชีพ หุ่นยนต์ AI และรางวัลมากมาย แล้วพบกันเสาร์ที่ 10 ม.ค.นี้ ที่กระทรวงแรงงาน
กระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในอนาคต โดยกล่าวว่า “เด็กและเยาวชนคือกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของชาติ การให้โอกาสทางการศึกษา การเรียนรู้ทักษะในทุกด้าน และการสร้างประสบการณ์ที่หลากหลาย จะช่วยให้เด็กไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมเผชิญโลกด้วยความมั่นใจ และสามารถสร้างสรรค์อนาคตของตนเองและสังคมได้อย่างยั่งยืน”
'ตรีนุช' นำ พปชร. ชู 12 นโยบายเรือธง สู้ศึกเลือกตั้ง
'ตรีนุช–กรกสิวัฒน์' นำพลังประชารัฐ สู้ศึกเลือกตั้ง เปิด 3 เสาหลัก ชู 12 นโยบายเรือธง แก้ปากท้อง–เสริมความมั่นคง ยันทุกนโยบายทำได้จริง
พปชร. ชูนโยบายแก้จน เพิ่มวงเงินบัตรประชารัฐ เอ็กซ์ตร้า เป็น 700 บาทต่อเดือน
พปชร. ชูนโยบาย “บัตรประชารัฐ เอ็กซ์ตร้า” เพิ่มวงเงินเป็น 700 บาทต่อเดือน มุ่งแก้ปัญหาความยากจนและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
'ตรีนุช' ไม่ถอดใจ แม้ พปชร. เจอคลื่นพายุ ลั่นเป้าหมายอยากทำงานเพื่อประเทศชาติ
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง แคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่ายังทำงานยึดมั่นให้ประชาชนในนามพรรค พปชร.ต่อไป
‘บิ๊กป้อม’ ถอย ดัน ‘ตรีนุช’ เลือกตั้งสุดท้ายของ ‘พปชร.’
‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ประกาศถอนตัวจากการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ทั้งที่อีกไม่กี่ชั่วโมงจะถึงวันรับสมัคร สส.แบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดในวันที่ 27-28 ธันวาคมนี้

