อุบัติภัยใหญ่รอบสองปี 69 กำลังจะมา

ภาพดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์และดาวจรที่เป็นสื่อล่ออุบัติภัยใหญ่ ระหว่าง 2 เมษายน-12พฤษภาคม 2569

มฤตยูจร (0) เดินในราศีพฤษภ ระหว่าง 8 ก.ค.65-12 ก.ค.72 ทับพระอังคาร (๓) และพระเกตุ (๙) ดวงเดิมพระอังคารจร (3) เดินในราศีมีน ระหว่าง 2 เม.ย.-12 พ.ค.69 ทำมุมถึงมฤตยูดวงเดิมที่สถิตราศีเมถุน

หลังจากเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 เหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนตกใส่รถด่วนพิเศษที่ 21 ต้นทางกรุงเทพอภิวัฒน์ปลายทางอุบลราชธานี เหตุเกิดที่สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จนคนตายไป 30 และบาดเจ็บไป 69 คนนั้น

ผู้เขียนขอยืนยันอีกครั้งว่า ปี 2569 นี้ ยังคงเหลืออุบัติเหตุ หรืออุบัติภัยขนาดใหญ่รอเกิดอีก 4 ครั้ง ตามที่เคยทำนายไว้ตั้งแต่ปลายปี 2568

ถ้าย้ำนานไปอาจจะลืมและไม่ให้ความสำคัญกัน จึงเพียงเตือนรอบต่อไปที่รอเกิดเร็วๆ นี้คือ ระหว่าง 2 เมษายน-12 พฤษภาคม 2569

เพื่อป้องกันข้อครหาว่าโมเมทำนาย ก็ขออ้างหลักโหรเพื่อบอกสื่อล่ออุบัติเหตุและอุบัติภัยใหญ่รอบนี้คือ

ก.ตัวตั้งคือมฤตยูจร (0) เจ้าของภัยอาเพศ เหตุร้าย เหตุการณ์ไม่ทันนึกคิด ความเศร้าโศก ความรุนแรงที่ไม่แลเห็น การฆ่าตัวเอง ฯลฯ เดินราศีพฤษภมาตั้งแต่กรกฎาคม 2565 และจะอยู่ที่นี่ถึงกรกฎาคม 2572 รวมระยะประมาณเจ็ดปี

มฤตยูจรนี้ได้ทับพระอังคารดวงเดิม (๓) ดาวประจำชีพเมืองและพระเกตุดวงเดิม (๙) ที่สถิตในราศีพฤษภตั้งแต่วินาทีแรกที่ลงเสาหลักเมือง

ข.ตัวตามคือ ระหว่างวันที่ 2 เมษายน-12 พฤษภาคม 2569 พระอังคารจร (3) ซึ่งหนึ่งในหลายความหมายเป็นเจ้าของอุปัทวเหตุ การบาดเจ็บ-เจ็บไข้ที่ทรมาน การต่อสู้ สงคราม ทะเลาะวิวาท คลุ้มคลั่ง อาวุธ เลือด ฯลฯ เข้าเดินในราศีมีน

พระอังคารจรที่ราศีมีน ทำมุมพิเศษที่ทางโหร เรียกฤทธิโยค ถึงมฤตยูดวงเดิมของเมืองที่ตั้งอยู่ในราศีเมถุนตั้งแต่วินาทีที่วางเสาหลักเมือง (แม้ขณะนั้นจะยังไม่นำมฤตยูมาใช้ในวงการโหราศาสตร์ไทย แต่นำมาใช้ภายหลัง โดยนายมี ลงกาใหม่ หรือหมื่นพรหม สมพัตสร)

ค.ระยะที่มฤตยูจรทับอังคารดวงเดิม และอังคารจรถึงมฤตยูดวงเดิมนี่แหละที่ทางโหรถือว่าดาวสองดวงนี้ ตรึง หรือ สมาสัปต์ กัน เรื่องร้ายย่อมเกิดขึ้นแน่นอนไม่จำเป็นต้องมีดาวอื่นมาเป็นเชื้อปะทุ ในอาการคู่ของดาวสองดวงนี้คือ คู่อุบัติเหตุ หรือคู่วิบัติฉับพลันทันด่วน

ง.การเกิดจะเป็นไปอย่างคลุมเครือ ไม่คาดคิด เกินจินตนาการ เช่น นั่งรถไฟสบายใจจากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ดีๆ พอไปถึงสีคิ้วเครนตกมาใส่ เป็นต้น (มฤตยูจร 0 ทับ ๙ สร้างความคลุมเครือ)

จ.ความเสียหายทั้งชีวิต ทรัพย์สินจะมาก

มาดูปูมโหรในอดีตจากปรากฏการณ์ตรึงกันของดาวสองดวงที่เป็นสื่อล่อให้เกิดเหตุร้าย ที่ผู้เขียนทยอยบันทึกไว้เพื่อเป็นลางว่าอาจจะเกิดรอบต่อไป

เจ็ดปีรอบนี้ที่กรกฎาคม 2565-กรกฎาคม 2572เหตุใหญ่เริ่มเกิดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2565 (หลังมฤตยูจรย้ายเข้าราศีพฤษภไม่กี่เดือน) คือการสังหารหมู่หนองบัวลำภูตาย 38 คน กรณีนี้ผู้ก่อเหตุฆ่าตัวตายหลังจากนั้นเหตุก็เกิดตามมาเป็นระยะๆ คือ

รถทัวร์กรุงเทพฯ-นาทวี ชนต้นไม้บริเวณถนนเพชรเกษมตาย 18 คน-พลุระเบิดที่สุพรรณบุรีตาย 23 คน-น้ำและโคลนถล่มเชียงรายหนักสุดรอบร้อยปี-ไฟไหม้รถนักเรียนที่ห้างเซียร์ รังสิต ตาย 25 คน-รถทัวร์เทศบาลพรเจริญ  บึงกาฬ คว่ำที่ปราจีนฯ ตาย 18 คน-แผ่นดินไหวที่พม่าตึก สตง.ถล่ม ตายอย่างน้อย 95 คน

ด้านการสู้รบหรือสงคราม เกณฑ์นี้ล่อให้ไทย-กัมพูชาปะทะกันเมื่อปี 2568 รอบที่สอง ส่วนการรบในอดีตที่เกิดขึ้นคือ กองทัพญี่ปุ่นเคยบุกไทย-สัมพันธมิตรนำระเบิดมาทิ้งบางกอกน้อย สะพานพระพุทธยอดฟ้าและสะพานพระรามหก และยุทธนาวีที่เกาะช้าง

สุดท้ายผู้เขียนก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่า เรื่องทั้งบวกและลบนั้นเกิดในเมืองได้ตลอดเวลา และอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดอยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุบัติเหตุหรืออุบัติภัย

สำหรับเราๆ ท่านๆ คงทำได้ แต่ไม่ประมาท และหากกรรมไม่หนักนักเกินไปคงแคล้วคลาด

แต่เพื่อความสบายใจก็ให้ภาวนาคาถาแคล้วคลาดของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ประจำใจให้ติดจิตไว้ เพราะถ้าฉุกเฉินมาอาจสับสนภาวนาไม่ทัน และ

ส่วนผู้เขียนเองเมื่อนึกคิดได้ก็ภาวนาไว้เรื่อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ แล้วเคยอ่านพบมาว่า พระป่าก็ภาวนาบทนี้เมื่อธุดงค์คือ

นะโมวิมุตตานัง นะโมวิมุตติยา

คำแปลอีกครั้ง นะโมวิมุตตานัง คือ ขอนอบน้อมผู้หลุดพ้น คือพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลาย

นะโมวิมุตติยา คือ ขอนอบน้อมพระธรรมแห่งความหลุดพ้น

ขอให้ทุกท่านรอดปลอดภัย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า

สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่

ความรู้-คู่-คุณธรรม

คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที

'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า

จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!

อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า