
27ก.ค.2565-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ การย้ายกรณีปกติ การย้ายกรณีพิเศษ สำหรับกรณีการย้ายปกติ ที่ผ่านมาครูจะต้องดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วย 2 ปี และดำรงตำแหน่งครูอีก 2 ปีรวมเป็นระยะเวลา 4 ปี จึงสามารถยื่นคำร้องขอย้ายได้ โดยหลักเกณฑ์ใหม่จะกำหนดคุณสมบัติผู้ขอย้ายโดยที่ผู้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วย เมื่อพ้นการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม และได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครู สามารถยื่นคำร้องได้เลยไม่ต้องรอให้ครบ 4 ปี โดยการยื่นคำร้องจะสามารถดำเนินการได้จำนวน 2 ครั้งต่อปี โดยครั้งที่ 1 จะเริ่มดำเนินการยื่นเรื่องขอย้ายในช่วงเดือนมกราคม ให้พิจารณาย้ายระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์-30 เมษายน และครั้งที่ 2 ในเดือนกรกฎาคม ให้พิจารณาย้ายระหว่างวันที่ 1 กันยายน-31 ตุลาคมโดยใช้มาตรฐานตำแหน่งฯ ว 3/2564 เป็นองค์ประกอบการพิจารณาย้าย จากเดิมที่ยื่นคำร้องได้เพียงครั้งเดียว ทั้งนี้ยกเว้นครูในโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย และโรงเรียนในพื้นที่นวัตกรรม
นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า สำหรับการขอย้ายกรณีพิเศษ หลักเกณฑ์และวิธีการใหม่ ผู้ขอย้ายจะต้องเพิ่มเติมรายละเอียดสาเหตุการย้ายให้ชัดเจนขึ้น และกำหนดให้ผู้ขอย้ายระบุอำเภอในจังหวัดที่ประสงค์ขอย้ายไปดำรงตำแหน่งด้วย เพื่อให้ผู้ขอย้ายได้รับการช่วยเหลือโดยเร็ว โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่รับย้าย เป็นผู้พิจารณาสถานศึกษาให้ไปดำรงตำแหน่ง และต้องดำเนินการนำเสนอคณะกรรมการการศึกษาจังหวัด (กศจ.) พิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็วภายใน 45 วัน โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะเริ่มใช้ในการพิจารณาย้ายครูในช่วงเดือนมกราคม พ.ศ.2566 ทันที
“เรื่องนี้ถือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ครูในสังกัด ศธ.ที่สามารถทำให้ครูสามารถย้ายกลับภูมิลำเนาได้เร็วขึ้น ได้กลับมาทำงานในพื้นที่ในบ้านของตัวเองและทำให้การพัฒนาการศึกษามีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น”รมว.ศธ.กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การแก้หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบเรื่องการขาดแคลนครู เนื่องจากครูจะบรรจุในโรงเรียนที่ว่างและย้ายกลับภูมิลำเนา นางสาวตรีนุช กล่าวว่า เรื่องนี้เราได้ดำเนินการควบคู่กันไป ทั้งการย้ายและการบรรจุอัตรากำลังใหม่ รวมถึง ก.ค.ศ.เองยังอยู่ระหว่างการปรับเกณฑ์การสอบบรรจุที่จะเปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถสอบบรรจุและคัดเลือกครูได้เอง ซึ่งจะสามารถชดเชยปัญหาเหล่านี้ได้ อีกทั้งเรายังมีผู้ที่ขึ้นบัญชีครูผู้ช่วยไว้อยู่แล้ว ทั้งนี้หากมีครูย้ายออกจากพื้นที่ใดก็สามารถเรียกผู้ขึ้นบัญชีบรรจุทดแทนได้ทันที
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดเบื้องลึก! 'ภท.' ชิงเปิดตัว 'พรรคเล็ก' ร่วมรัฐบาล
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง "ภูมิใจไทย ชิงเปิดตัวพรรคเล็ก" โดยระบุว่า
'ตรีนุช' ยังไม่ได้คุย 'อนุทิน' ดีลตั้งรัฐบาลต้องรอ กกต. รับรองผล ย้ำที่ผ่านมาทำงานร่วมกันไม่มีปัญหา
ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการถูกทาบทามมาร่วม
ก.แรงงาน เปิดบ้าน! ต้อนรับวันเด็ก 2569 ชวน ‘เด็กไทย โตไปต้องมีงานทำ’ พบกับกิจกรรมสนุก - เรียนรู้ สัมผัสโลกอาชีพ หุ่นยนต์ AI และรางวัลมากมาย แล้วพบกันเสาร์ที่ 10 ม.ค.นี้ ที่กระทรวงแรงงาน
กระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในอนาคต โดยกล่าวว่า “เด็กและเยาวชนคือกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของชาติ การให้โอกาสทางการศึกษา การเรียนรู้ทักษะในทุกด้าน และการสร้างประสบการณ์ที่หลากหลาย จะช่วยให้เด็กไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมเผชิญโลกด้วยความมั่นใจ และสามารถสร้างสรรค์อนาคตของตนเองและสังคมได้อย่างยั่งยืน”
'ตรีนุช' นำ พปชร. ชู 12 นโยบายเรือธง สู้ศึกเลือกตั้ง
'ตรีนุช–กรกสิวัฒน์' นำพลังประชารัฐ สู้ศึกเลือกตั้ง เปิด 3 เสาหลัก ชู 12 นโยบายเรือธง แก้ปากท้อง–เสริมความมั่นคง ยันทุกนโยบายทำได้จริง
พปชร. ชูนโยบายแก้จน เพิ่มวงเงินบัตรประชารัฐ เอ็กซ์ตร้า เป็น 700 บาทต่อเดือน
พปชร. ชูนโยบาย “บัตรประชารัฐ เอ็กซ์ตร้า” เพิ่มวงเงินเป็น 700 บาทต่อเดือน มุ่งแก้ปัญหาความยากจนและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

