
10 ม.ค.65- ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) – มีการเสวนา “โอมิครอน ร้ายจริงหรือ? ถึงต้องปิดโรงเรียน” โดยนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ชี้แจงถึงนโยบายความปลอดภัย ในสถานศึกษา การปรับการจัดการเรียนรู้ทุกรูปแบบ (5 on) เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ทุกที่ ทุกสถานการณ์ และการเตรียมความพร้อมที่จะเปิด On Site ของทุกโรงเรียน อย่างปลอดภัย โดยความร่วมมือของ ศธ.กับ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ว่า ขณะนี้มีการแพร่ระบาดของ “โอมิครอน (Omicron)” เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ศธ. ได้เปิดโอกาสให้แต่ละสถานศึกษาสามารถเลือกรูปแบบการจัดการเรียนการที่เหมาะสมกับบริบทของการแพร่ระบาดในพื้นที่แล้ว สำหรับสถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนแบบ On-Site ทุกแห่ง ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย 6-6-7 มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษาอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ตนยังได้เร่งรัดการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ครูเป็นลำดับต้นๆ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 และฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็กอายุ 12-18 ปี ซึ่งข้อมูลการวัคซีนโควิด-19 และการเปิดเรียนแบบ On-Site ของ ศธ. ณ วันที่ 8 มกราคม 2565 มีดังนี้ ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับวัคซีนเข็ม 1 แล้ว ร้อยละ 99.99 เข็ม 2 ร้อยละ 78.11 ส่วนนักเรียนผู้ประสงค์รับวัคซีนฝได้รับวัคซีนเข็ม 1 ร้อยละ 94.76 เข็ม 2 ร้อยละ 69.52
“ขณะนี้รัฐบาลก็ได้ส่งเสริมให้มีการฉีดวัคซีนโควิด -19 เข็ม 3 กันแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาการปิดประเทศ lock down นำมาสู่การปิดโรงเรียน ทำให้เด็กสูญเสียโอกาสในการเรียนรู้ ศธ.จึงต้องจัดรูปแบบการศึกษาที่หลากหลาย แต่ที่สุดแล้ว ศธ.ก็พบว่า รูปแบบการเรียนรู้ที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก คือ การมาโรงเรียน ดังนั้น การปิดโรงเรียนจึงไม่ใช่มาตรการหลักของเรา ขณะนี้มีสถานศึกษาในสังกัด ศธ.เปิด On-Site 18,672 แห่ง จากทั้งหมด 35,172 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 53.09 และจากการที่ดิฉันได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาหลายแห่งทั่วทุกภูมิภาค สิ่งหนึ่งที่พบคือ สถานศึกษาได้มีการปรับตัวและกวดขันในเรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดกันเป็นอย่างดี”รมว.ศธ.กล่าว
ด้าน นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า อัตราการติดเชื้อในเด็กอาจเพิ่มขึ้นจากเดิม แต่อัตราการป่วยและรุนแรงยังเท่าเดิม รวมถึงอัตราการเสียชีวิตยังคงที่ เพราะผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตส่วนใหญ่มาจาก 7 กลุ่มโรคเสี่ยงและผู้สูงอายุ และผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน แต่ในเด็กเรายังไม่เจอว่าเด็กติดเชื้อแล้วเสียชีวิตแต่อย่างใด ส่วนเด็กวัยไหนที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดนั้นเราพบว่า เด็กติดเชื้อเร็วแต่ความรุนแรงไม่มาก อีกทั้งการติดเชื้อรุนแรงในเด็กจะเกิดกับเด็กในกลุ่มโรคเสี่ยง เช่น โรคอ้วน โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง เป็นต้น ขณะที่เด็กกลุ่มอายุ 12 ปีขึ้นไปได้รับวัคซีนแล้วกว่า 4 ล้านคน ซึ่งคิดว่าเด็กกลุ่มนี้มีภูมิคุ้มกันรุนแรงของโรคได้ ส่วนเด็กอายุระหว่าง 5-11 ปีได้เตรียมความพร้อมการฉีดวัคซีน Pfizer ไว้หมดแล้วระหว่าง สธ.กับ ศธ. โดยเป็นโดสเฉพาะสำหรับเด็กเล็กกลุ่มนี้เราวางแผนปลายเดือนมกราคมได้เริ่มฉีดได้ ซึ่งขณะนี้มีผู้ปกครองยินยอมให้ฉีดวัคซีนในกลุ่มเด็กอายุ 5-11 ปีมีอยู่ประมาณ 3 ล้านคน
ส่วนการเรียน On site หรือ การเรียนที่โรงเรียนปกตินั้น ตนมองว่าเราได้มีการหารือร่วมกับทีมนักวิชาการจาก สธ.และศธ.เห็นควรให้เปิดเรียน เพราะสถานศึกษาเป็นที่แห่งสุดท้ายที่ควรจะปิดหากมีการระบาดของโรคเกิดขึ้น เนื่องจากสถานที่อื่นๆ ยังเปิดได้ตามปกติ แต่เรากลับมานั่งปิดโรงเรียน ทั้งที่โรงเรียนเป็นสถานที่ที่สามารถทำตามมาตรการได้ดีกว่าสถานที่เสี่ยงอื่นๆ ดังนั้นตนหวังว่าหน่วยงานทีเกี่ยวข้องจะพิจารณาการเปิดสถานศึกษาได้ อย่างไรก็ตามเราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับโรคนี้ให้ได้ และที่สำคัญต้องสร้างเกราะป้องกันด้วยการฉีดวัคซีน สวมใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดความรุนแรงของโรค
ขณะที่ นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดศธ.กล่าวว่า สำหรับการฉีดวัคซีนกลุ่มเด็กอายุ 5-11ปีอยู่ในระบบการศึกษาของศธ. 5,200,000 ล้านคน ตนได้มอบให้ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ประสานกับผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ในการสำรวจกลุ่มเด็กจำนวนดังกล่าว ซึ่งข้อมูลล่าสุดมี 33 จังหวัดที่ผู้ปกครองยินยอมให้บุตรหลานฉีดวัคซีน ประมาณ ร้อยละ 71 ส่วนที่เหลือยังไม่ให้ความยินยอมในการฉีดวัคซีน แต่เราไม่กังวลเพราะเชื่อมั่นว่าเมื่อเด็กที่เข้ารับการฉีดวัคซีนแล้วเห็นเพื่อนไม่มีอาการข้างเคียงก็จะลงทะเบียนฉีดวัคซีนเพิ่มเติมภายหลังได้
ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ส่วนการเรียนออนไลน์ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใย โดยกำชับศธ.ดูแลการเรียนการสอนออนไลน์ให้ดีนั้น โดยนายกรัฐมนตรีเป็นห่วงเรื่องอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ไม่เพียงพอ ซึ่งศธ.จะเข้าไปเติมให้เด็กมีความพร้อมในการเรียนออนไลน์ได้อย่างไร รวมถึงการเรียนออนไลน์อาจทำให้เด็กขาดปฎิสัมพันธ์การทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ดังนั้นการเรียนออนไลน์ที่มีคุณภาพคือครูผู้สอนต้องให้เด็กงดการเรียนผ่านจอให้น้อยที่สุด และฝึกปฏิบัติได้มากขึ้น สำหรับการเปิดเรียน On site สภาพความจริงไม่ได้แพร่ระบาดทุกพื้นที่ในจังหวัด แต่บางจังหวัดระบาดแค่ตัวอำเภอเท่านั้น สพฐ.จึงมองว่าควรจะอนุมัติให้อำเภอหรือตำบลอื่นๆ ที่ไม่ได้มีการระบาดเปิดเรียนได้ตามปกติ เพื่อโอกาสการเรียนรู้ของเด็กอย่างเต็มที่ ซึ่งตนไม่ต้องการให้ใช้กติกาเดียวทั้งจังหวัด แต่ควรพิจารณาในระดับอำเภอหรือตำบลด้วย โดยมอบหมายให้เขตพื้นที่ไปหารือกับศบค.จังหวัดและสาธารณสุขจังหวัดแล้ว อีกทั้งในหลายพื้นที่ก็ได้มีคณะกรรมการที่ติดตามในระดับพื้นที่ หรือ ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายให้นายอำเภอเป็นผู้ดูแลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ภาคปชช. ร้อง 'บวรศักดิ์' ชง ก.พ. สอบใหม่ปมปลด 'หมอสุภัทร'
เครือข่าย ขสช. ร้องขอความเป็นธรรม 'บวรศักดิ์' ปมปลด 'หมอสุภัทร' วอน ก.พ. สอบสวนใหม่ กระทุ้งผู้บริหาร สธ. ยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง
สธ.ปัดใบสั่งกางข้อหาสุภัทร
สธ.แถลงปมมติ อ.ก.พ.สั่งปลด "นพ.สุภัทร" ออกจากราชการ ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง
นายกฯ ลั่นไม่เคยกลั่นแกล้งใคร ปลด 'หมอสุภัทร' เรื่องภายใน สธ.
นายกฯ ยันปลด 'หมอสุภัทร' เรื่องภายใน สธ. บอกตอนนี้อยู่ทำเนียบฯ แล้ว ลั่นไม่เคยกลั่นแกล้งใคร แจงเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่จ่ายตามจริง ขึ้นอยู่กับความเสียหาย
ส่งทีม สธ. SRRT–SehRT 52 ชุด ลงศูนย์พักพิง เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกนอกพื้นที่ชายแดน
รัฐบาล ตรียมพร้อมแผนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกนอกพื้นที่ชายแดน มอบหมาย สธ. ส่งทีม SRRT–SehRT จำนวน 52 ทีม
'รมว.ศธ.' สั่งปิด 641 โรงเรียน พื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา
'นฤมล' สั่งปิดโรงเรียน 641 แห่ง ใน 5 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำความปลอดภัยเด็กและครูต้องมาก่อน รอดูสถานการณ์ก่อนเปิดเรียนอีกครั้ง
สธ. แถลงยอดผู้เสียชีวิต 'น้ำท่วมสงขลา' 140 คน คาดจากนี้เพิ่มแค่หลักหน่วย
นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์ผู้เสียชีวิจากเหตุน้ำท่วม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ว่า จะยึดข้อมูลที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์เป็นหลัก เพราะศูนย์รวบรวมศพผู้เสียชีวิต ซึ่งข้อมูลปัจจุบัน ณ เวลา 16.00 มีผู้เสียชีวิตอยู่ในระบบ 140 คน

