ศาลตัดสินติดคุก 'เอ๋ มิรา' ตัดพ้อทั้งน้ำตา ไม่คิดว่าพ่อของลูกจะทำกันขนาดนี้

ทำเอาน้ำตาร่วง สำหรับ เอ๋ มิรา อดีตภรรยา ครูไพบูลย์ แสงเดือน สามีของนักร้องสาว กระต่าย พรรณนิภา ที่ล่าสุดเจ้าตัวออกมาไลฟ์ทั้งน้ำตาผ่านเฟซบุ๊กเพจ "มิรา ชลวิรัลวานิศร์" หลังโดนอดีตสามีฟ้องจากการไปออกรายการโหนกระแส จนศาลตัดสินติดคุก คดีหมิ่นประมาทในการโฆษณา แต่ทนายเก่งช่วยประกันตัวออกมา

"ทนายเก่งเขาทักหนูมาว่า พี่ไม่ได้ไปศาลด้วยนะ คือพอไม่มีพี่เก่งไปด้วย หนูใจหาย พี่เก่งบอกว่าเขาจะเตรียมเงินประกันไว้ เอ๋ยังงงว่าเงินประกันอะไร พอไปศาล น้องสาวพี่เก่งทีมทนายของเขาก็เอาเอกสารมาให้หนูอ่าน เป็นใบขอประกันตัวออกชั่วคราวเพื่อไปสู้คดี หนูตกใจ พี่เก่งถามว่าหนูมีโฉนดบ้านไหม หนูก็บอกไม่มีอะไรเลย ทนายบอกจะเอาทรัพย์สินไปประกันตัวให้ หนูก็ไม่รู้คดีของหนูเป็นคดีที่ต้องติดคุกขนาดนั้นเลยเหรอ เห็นใบขอประกันตัวชั่วคราวไปสู้คดี หนูตกใจ ส่วนเขาสองคนไม่ได้มา มีแต่ทนายเขามา สักพักหนูได้ยินเสียงตำรวจมาเคาะข้างหลังผู้พิพากษานั่งอยู่บนบัลลังก์ แล้วเขาก็เข้ามาเอากุญแจมือมาด้วย หนูก็ไม่ได้คิดว่าจะมาจับหนู เพราะนั่งในศาลนั้นมันมีคดีอยู่ 3 คดี ไม่ใช่ของหนูคนเดียว

ศาลถามว่าวันที่นัดสืบพยานจะเอาใครมา หนูก็บอกว่าทนายเก่งบอกจะเอาพี่หนุ่ม กรรชัย กับ ทนายเกิดผล มาค่ะ ทนายน้องออกไปคุยโทรศัพท์กับทนายเก่ง วินาทีนั้นหนูไม่ทันได้คุยกับพี่ทนายน้อง ศาลให้ตำรวจมาพาหนูไปใต้ศาล หนูกลัวลงไปกับตำรวจสองคน หนูกลัวมากว่าจะพาหนูไปไหน ศาลบอกให้ลงไปนั่งรอหน้าห้องขัง ข้างในมีตำรวจ 7-8 คน ข้างหลังเป็นห้องขังคนร้ายประมาณ 5-6 คน วินาทีนั้นหนูคิดว่าพี่เก่งหนูไหน พี่เขาจะรู้ไหมว่าหนูนั่งอยู่นี่ โคตรกลัว ในห้องขังก็มีแต่ผู้ชาย ข้างหน้าก็มีแต่ตำรวจผู้ชาย คำแรกที่หนูคิดได้คือพี่เก่งเขาถามว่าหนูมีบ้านไหม มีที่ดินไหม หนูบอกไม่มี เขาบอกว่าเดี๋ยวพี่จะเอาทรัพย์สินพี่ประกันตัวให้ หนูก็เลยแบบ คิดว่าพี่เก่งเป็นใครพี่เก่งถึงมาช่วยหนู ตอนนี้พี่เก่งอยู่ไหน ไม่รู้จะพูดยังไง มันน่ากลัว ตำรวจก็มาถามว่าหนูทำผิดอะไร คดีอะไร หนูก็บอกตรงๆว่า หนูถูกผัวเก่าหนูฟ้อง หนูคิดว่าลูกจะรู้ไหมว่าหนูนั่งอยู่หน้าห้องขัง คนที่เราเคยรักทำให้เรามานั่งจุดๆนี้ได้

หนูออกมาจากห้องขังเดินขึ้นรถ พี่เก่งโทรมา หนูก็นั่งคิดว่าถ้าหนูไม่มีพี่เก่งหนูคงไปนั่งในห้องขังแล้ว เพราะการจะประกันตัวหนูต้องมีฉโนดที่ดินอะไรพวกนี้หนูไม่มีเลย ไม่งั้นไม่มีคนประกันตัวหนูเลย คนเป็นพ่อของลูกทำให้หนูไปนั่งตรงนั้น ไม่คิดไม่ฝัน นั่งร้องไห้คนเดียว ไม่อยากให้คนอื่นรู้สึกว่าเราท้อเราอ่อนแอ ไปออกโหนกระแสไม่คิดว่าคดีจะร้ายแรงขนาดนี้ ถึงขั้นต้องมาประกันตัว หนูท้อนะทุกคน หนูท้อหนูอยากจะหยุดสู้ แล้วยิ่งผู้ใหญ่หรือทนายเก่งเขายื่นมาเข้ามาช่วยมันก็เป็นความรู้สึกว่าหนูจะท้อไม่ได้ แต่ไปต่อยังไงดี อย่างนี้"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักกฎหมายสรุปง่ายๆ องค์กรอิสระ ใช่ดุลพินิจที่ไม่สุจริต ย่อมนำไปสู่ตาราง!

วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก เจาะลึกบทเรียนจากฎีกา 3509/2549 สู่ปัญหาฮั้ว สว.: เมื่อดุลพินิจ กกต. ถูกท้าทายด้วยกฎหมายเหล็ก!

เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ลั่นคดีฮั้วสว. ผลคดีอาจเปลี่ยนเกมอำนาจ แต่เกมอำนาจต้องไม่เป็นตัวตัดสินคดี

นักวิชาการชี้ไม่ว่าผลจะเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อใคร ประชาชนควรได้คำอธิบายที่ตรวจสอบได้ว่า เหตุใดบุคคลหนึ่งจึงต้องรับผิด และเหตุใดอีกบุคคลหนึ่งจึงไม่ต้องรับผิด

'อดีตผู้พิพากษาอาวุโส' ยก 3 เหตุผลสำคัญ 'ถ้าผมเป็น กกต. จะลงมติคดีฮั้วสว.อย่างไร'

วัส ติงสมิตร สะท้อนมุมมองคดีฮั้วสว. 229 ราย ตามผลการสอบสวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 กำลังเป็นจุดวัดใจครั้งสำคัญของกกต.

'ยิ่งชีพ' ดีเดย์กกต.สั่งฟ้อง 229 ราย ชี้ชะตาประตูสู่รัฐธรรมนูญใหม่

'ยิ่งชีพ' ปราศรัยใหญ่ ยื่นคำขาด 'กกต.' สั่งฟ้อง 229 คดีฮั้ว สว. ชี้ชะตาประตูสู่รัฐธรรมนูญใหม่ ลั่น ถ้าเป่าทิ้ง แม้คนเดียว ขู่แฉข้อมูลเพียบ