
หลังจากที่นักร้องหนุ่ม โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ได้ทำภารกิจว่ายน้ำข้ามโขง โครงการ "One Man & The River หนึ่งคนว่าย หลายคนให้" เพื่อรวบรวมเงินบริจาคให้กับโรงพยาบาลนครพนม และโรงพยาบาลแขวงคำม่วน ฝั่ง สปป.ลาว สำเร็จจนได้ยอดบริจาคไปมากมาย ซึ่งก็มีคอมเมนต์ชาวเน็ตและคนในวงการเสียงแตกทั้งชื่นชมที่นักร้องหนุ่มลุกขึ้นมาทำความดีเพื่อสังคม และทั้งไม่เห็นด้วยในการแก้ปัญหาที่ควรจะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไม่ใช่การมารับบริจาคจากประชาชนด้วยกัน
ด้าน ป๋าเทพ โพธิ์งาม ได้พูดถึงโตโน่ในไลฟ์เพจ "ขนมเปี๊ยะขั้นเทพ" ว่า "โตโน่เขาได้เงินเป็นหกสิบล้าน ถามว่าคนที่พูดนี่เขาได้ทำอะไรให้ได้สักบาทหรือเปล่าให้กับบ้านเรา ทำให้มันดีที่สุดดีกว่าไม่ทำ ดีกว่าพูด ทุกวันนี้พูดเยอะแต่หาเนื้อหนังอะไรไม่ค่อยได้ ... งานนี้นอกจากจะได้บุญกุศลแล้ว ยังได้สัมพันธไมตรีระหว่างไทย-ลาว แล้วมันไม่มีอะไรหรอก ข่าวออกขนาดนี้ใครจะปล่อยให้โตโน่ว่ายคนเดียว เขาก็ต้องมีคนไปคอยดู มีคนไปคอยคุ้มกันใกล้ๆและก็ยังมีเซฟตี้ มันเกิดอะไรไม่ได้หรอก คนเยอะแยะอย่างน้อยเขาก็ต้องช่วยกันคุ้มกัน ไม่มีอันตรายหรอก ใครจะไปปล่อยให้มันว่ายคนเดียว แล้วฝั่งนู้นเขาก็ต้อนรับเห็นไหม ดีกว่าที่มาพูดกันแล้วไม่ได้เงินสักบาท ผู้หลักผู้ใหญ่ทางนู้นเขาก็ต้อนรับโตโน่ ชาวบ้านด้วย คนมาเป็นหมื่น อย่างนี้เราจะไม่ปลื้มใจอีกเหรอ เราควรที่จะปลื้มใจ จะไปว่าเขาไม่ได้หรอก ผมว่าคนที่พูดอะไม่ถูก เขามีความสามารถ เขามั่นใจ เราก็ต้องปล่อยเขา มันก็เหมือนกีฬานั่นแหละ โตโน่ก็กีฬาเหมือนกันแต่เป็นกีฬาการกุศล เขาตั้งใจ เขาทำดี ผมก็ต้องยกย่องเขา ผู้นำเขามากอดโตโน่ไว้เลย มาต้อนรับเลย ความสัมพันธ์เราก็แน่นแฟ้นขึ้น ในภาพออกมามันปลื้มใจ ที่ประเทศเพื่อนบ้านกับเรามันแน่นแฟ้นขึ้น ถามว่าคนที่พูดเคยทำอะไรบ้างไหม"
ซึ่งหลังจากเจ้าตัวไลฟ์สดไปวันเดียวก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย บ้างก็เห็นเห็นด้วยบ้างก็ไม่เห็นด้วย ล่าสุดป๋าเทพได้ไลฟ์อีกครั้งพร้อมอ่านความคิดเห็นหนึ่งว่าตอนนี้รักป๋ากับโตโน่มากๆ บางคนบอกว่าคนที่ด่าบางคนก็อาจจะอิจฉา โดยป๋าเทพก็ได้ตอบกลับว่า "ขอบคุณมากๆครับ ผมก็รักเขา คนตั้งใจทำแล้วทำสำเร็จนี่ถือว่าใช้ได้เลย...ถามว่าคนอิจฉาเขาได้มาช่วยอะไรได้ไหม ใครจะพูดจะด่าโตโน่เขาก็ไม่ได้แคร์อะไร เสร็จแล้วเป็นไร ความสำเร็จเขามีคนชื่นชมทั้งสองฝั่ง ฝั่งลาว ฝั่งไทยรอรับกันยิ่งกว่างานอะไรเสียอีก 60 ล้านนะครับ คุณจะไปทำอะไรได้อย่างนี้ ไม่มีหรอกครับ"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรแปลงเกษตรตามแนวพระราชดำริ ร.9 ที่เวียงจันทน์
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ไปศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) เมืองนาซายทอง เวียงจันทน์ ทอดพระเนตรแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ ร.9 ต้นแบบความร่วมมือการพัฒนาที่ยั่งยืนสองประเทศ
ในหลวง พระราชินี ทรงร่วมพิธีรับเสด็จฯ เยือนประเทศลาว ทอดพระเนตรตำหนักผ้าไหมลาวโบราณ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมคราวน์พลาซ่า เวียงจันทน์ ซึ่งเป็นเป็นโรงแรมที่ประทับ ไปยังหอคำ (ทำเนียบประธานประเทศ) เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯถึง สปป.ลาว แล้ว ทรงขับเครื่องบินพระที่นั่งด้วยพระองค์เอง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่าง วันที่ 16-18 มีนาคม 2569 ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในการนี้ ทรงทำการบินด้วยพระองค์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินที่ 1 สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินผู้ช่วย
ประกาศสำนักพระราชวัง 'ในหลวง-พระราชินี' เสด็จฯเยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ 16-18 มี.ค.69
สำนักพระราชวังออกประกาศพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนิน เยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16 ถึงวันที่ 18 มีนาคม พุทธศักราช 2669 ตามคำทูลเชิญของนายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
'พี่ศรี' ร้อง กกต. ยุบพรรค 'กธ.' ส่งผู้สมัคร สส. เคยติดคุกคดีป่าไม้
'ศรีสุวรรณ' ร้อง กกต.สอบ 'กล้าธรรม' ส่งบุคคลต้องห้ามเคยติดคุกคดีป่าไม้ สมัคร สส.โคราช เขต 13 ทั้งขัดรัฐธรรมนูญ–ข้อบังคับพรรค ชี้ถ้าจงใจฝ่าฝืนถึงขั้นยื่นศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค
ไทยจับมือ สปป.ลาว-มาเลเซีย ผนึกกำลังลงนาม LTMS-PIP ระยะที่ 2 ขยายการซื้อขายและส่งผ่านไฟฟ้าข้ามพรมแดน ก้าวสำคัญสู่ ASEAN Power Grid
สปป.ลาว ไทย และมาเลเซีย จับมือเดินหน้าผสานพลังความร่วมมือด้านพลังงานระดับภูมิภาค ลงนามสัญญา EWA ภายใต้โครงการบูรณาการพลังงานไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ระยะที่ 2 (LTMS-PIP 2.0) ต่อยอดความสำเร็จจากระยะที่ 1 เพิ่มขีดความสามารถการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดน เสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของภูมิภาคอาเซียน





