
‘ศรีสุวรรณ’ ร้อง กกต.สอบ ‘กล้าธรรม’ ส่งบุคคลต้องห้ามเคยติดคุกคดีป่าไม้ สมัคร สส.โคราช เขต 13 ทั้งขัดรัฐธรรมนูญ–ข้อบังคับพรรค ชี้ถ้าจงใจฝ่าฝืนถึงขั้นยื่นศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค
2 ก.พ. 2569 – ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อเวลา 10.00 น. นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้สืบสวนไต่สวนและลงโทษพรรคกล้าธรรมที่ฝ่าฝืนข้อบังคับพรรคของตนและกฎหมายพรรคการเมือง กรณีรับสมัครสมาชิกพรรคที่เคยถูกจำคุกในคดีที่เกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้มาเป็นสมาชิกพรรค และยังส่งเสริมสนับสนุนให้ลงสมัคร สส.นครราชสีมา เขต 13 จนถูกศาลฎีกามีคำสั่งให้ถอนชื่อออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 13 จังหวัดนครราชสีมาของพรรคกล้าธรรม ซึ่งอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 45 ประกอบมาตรา 92(3) ซึ่ง กกต.มีอำนาจยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุบพรรคได้
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากศาลฎีกามีคำสั่งให้ถอนชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 13 จังหวัดนครราชสีมา ของพรรคกล้าธรรม กรณีได้รับโทษจําคุก 3 ปี 4 เดือน 15 วัน ในความผิดต่อพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป่าสงวนแห่งชาติ และความผิดต่อ พ.ร.บ.ป่าไม้ และพ้นโทษเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2560 โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง จึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 (7) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 มาตรา 42 (9)
อย่างไรก็ตาม ข้อบังคับพรรคกล้าธรรม 2568 ข้อ 9 (5) กำหนดนโยบายด้านการเมืองของพรรคไว้ชัดเจนว่าจะรักษาและคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และในข้อ 57 (2) กำหนดไว้ว่าสมาชิกพรรคต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม คือ ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา 98 (1) (2) (4) (5) (6) (7) (8) (9) (11) (14) (16) (17) หรือ (18) ของรัฐธรรมนูญ แต่พรรคกล้าธรรมกลับยอมรับบุคคลที่มีคุณสมบัติต้องห้ามดังกล่าวมาเป็นสมาชิก และยังเป็นบุคคลที่เคยถูกจำคุกในคดีที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติของประเทศมาแล้ว ซึ่งขัดต่อนโยบายด้านการเมืองของพรรคในข้อ 9 (5) อีกด้วย แต่พรรคกลับส่งเสริมสนับสนุนให้ลงสมัคร สส.โคราช เขต 13 ในนามพรรคกล้าธรรม ซึ่งพรรคการเมืองจะต้องตรวจสอบคุณสมบัติและคุณสมบัติต้องห้ามผู้ที่ประสงค์จะเป็นสมาชิก หากรับผู้ขาดคุณสมบัติเข้าเป็นสมาชิก หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคย่อมมีความผิดในฐานะที่ละเลยการตรวจสอบดังกล่าวอีกด้วย
กรณีที่เกิดขึ้นนี้ อาจถือได้ว่าพรรคกล้าธรรมจงใจฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 45 ประกอบมาตรา 92 (3) ซึ่งเป็นหน้าที่ของนายทะเบียนพรรคการเมืองและคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะต้องสืบสวนไต่สวนโดยเร็ว หากพบว่าเป็นไปตามคำร้องต้องมีมติยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกต. ยันไม่ยื้อคดีฮั้ว สว. ภายใน ส.ค.นี้ จบขั้นตอนพิจารณาสำนวนครบทุกข้อหา
กกต. ไม่กังวลฝ่ายค้านจ่อเปิดหลักฐานฮั้ว สว. สุดสัปดาห์นี้ ย้ำยึดสำนวนชุด 26 เป็นหลัก-ความเห็นอนุฯ 36 แค่ประกอบ ชี้มติส่งศาลฎีกาหรือยกคำร้องทุกคนต้องมีเหตุผลรับผิดชอบต่อสังคม ยันไม่ยื้อกรอบเวลา คาดสัปดาห์สุดท้าย ไล่พิจารณาครบ 7 ข้อหา ก่อนเว้น 1 สัปดาห์ให้
จบข่าว! กกต. ไม่ตั้งสำนวนใหม่ ชี้หลักฐานไม่พอเชื่อมโยงถึง 'สุขสมรวย' ปมเส้นเงิน 8.6 แสน
กกต.แจงปมเจ้าหน้าที่พัวพันทุจริตเลือกตั้ง 2566 ที่ “ตาก-อำนาจเจริญ” พบเรียกรับเงินจริง ตั้งสอบ-ไล่ออกแล้ว 1 คดี อีกคดีจ่อมติไล่ออก เผยเส้นเงินโอนเข้าหาเจ้าหน้าที่แต่ผู้โอนไม่ใช่ตัว สส. ย้ำยังไม่พบหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์-พยานบุคคลเชื่อมโยงถึงตัวสส. จึงยังไม่ตั้งสำนวนใหม่ ไม่รื้อคดีเลือกตั้ง สส.เดิม แม้หวั่นข้อมูลจากเจ้าหน้าที่อาจคลาดเคลื่อน เหตุหลักฐานยังไม่ถึงขั้นสาวไปถึงผู้เกี่ยวข้องเบื้องหลัง
ขอบคุณ 'แสวง' ต่อจิ๊กซอว์ 8.6 แสน ฉายภาพชัดยกคำร้อง สส.อำนาจเจริญ
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ขอบคุณแสวง" โดยระบุว่า
‘ไอติม’ ไล่บี้ กกต. ปมเงิน 8.6 แสน โยงสำนวนเลือกตั้ง 'สุขสมรวย' หรือไม่
“พริษฐ์” ตั้ง 3 คำถามถึง กกต. หลังแจงเจ้าหน้าที่ผู้รับเงิน 8.6 แสนบาท ทำสำนวนเลือกตั้ง สส. ช่วงเวลาเดียวกับการโอนเงิน
'แสวง' กางไทม์ไลน์เงินโอน 13 ครั้ง ยันไม่เกี่ยวคดีเลือก สว.
เลขาธิการกกต. แจงปมอดีตพนักงานสอบสวน กกต.รับเงินโอนจากบุคคลในอำนาจเจริญ 13 ครั้ง รวม 8.6 แสนบาท ยันตรวจสอบแล้วไม่เกี่ยวสำนวนเลือก สว.67
มติ กกต. 5 ต่อ 2 'แสวง' ผ่านประเมิน นั่งเลขาฯ ต่อถึง มี.ค.70
ที่ประชุม กกต.ลงมติ 5 ต่อ 2 ให้ “แสวง บุญมี” ผ่านประเมินผลงานปีงบประมาณ 2568

