‘เชีย ลาเบิฟ’ ก่อเหตุรุนแรงอีกแล้ว

นักแสดงชาวอเมริกัน เชีย ลาเบิฟ ที่งานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2025 – Photo by Sameer Al-Doumy / AFP

มีรายงานว่า เชีย ลาเบิฟ ใช้ความรุนแรงระหว่างงานคาร์นิวัลในนิวออร์ลีนส์ ชายสองคนกล่าวหาว่าเขาทำร้ายร่างกาย นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรกที่เกี่ยวข้องกับนักแสดงฮอลลีวูดเลือดร้อนคนนี้

เชีย ลาเบิฟ ถูกจับกุมในนิวออร์ลีนส์ ตำรวจระบุว่าเขาถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายชายสองคนเมื่อเช้าตรู่ของวันอังคารที่ผ่านมา ระหว่างงานเฉลิมฉลองเทศกาลมาร์ดิกราส์ในนิวออร์ลีนส์ เขาถูกเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาทำร้ายร่างกาย 2 กระทง

ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากร้านค้าแห่งหนึ่งในย่านเฟรนช์ควอเตอร์เมื่อเวลาประมาณ 00.45 น. หลังจากที่ลาเบิฟก่อความวุ่นวายและมีพฤติกรรมก้าวร้าวมากขึ้น ตามรายงานของตำรวจ พนักงานในร้านพยายามพาลาเบิฟออกจากร้าน ต่อมานักแสดงได้ชกต่อยชายคนหนึ่ง “หลายครั้ง ด้วยกำปั้น”

พยานในเหตุการณ์บอกกับตำรวจว่า ลาเบิฟออกจากที่เกิดเหตุไปแล้ว แต่ต่อมาก็ย้อนกลับมาและยังคงแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวเช่นเดิม “หลายคนพยายามห้ามเขาไว้ เกลี้ยกล่อมให้เขาออกจากพื้นที่ โดยหวังว่าเขาจะจากไป” ตำรวจระบุ

จากนั้นมีรายงานว่าลาเบิฟเผชิญหน้ากับชายคนแรกอีกครั้ง และชกต่อยเขา ชายอีกคนแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยว่านักแสดงชกเขาจนได้รับบาดเจ็บที่จมูก ต่อมาลาเบิฟถูกควบคุมตัวไว้จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึง

ลาเบิฟเองถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ และหลังจากออกจากโรงพยาบาล เขาก็ถูกตำรวจจับกุมและควบคุมตัวไว้ นักแสดงและทีมงานของเขายังไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นักแสดงคนนี้ตกเป็นข่าวพาดหัวด้วยพฤติกรรมก้าวร้าว ในปี 2017 เชีย ลาเบิฟเคยถูกจับกุมที่นครนิวยอร์ก ในข้อหาเมาสุราในที่สาธารณะ และประพฤติตนไม่เหมาะสม เขาถูกศาลสั่งให้เข้ารับการบำบัด

ในปีเดียวกันนั้น เขาถูกจับกุมในรัฐจอร์เจียด้วยข้อหาเมาสุราในที่สาธารณะ และถูกตั้งข้อหาประพฤติตนไม่เหมาะสม รวมถึงขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ครั้งนั้นเขาได้รับโทษรอลงอาญา ในปี 2020 เขาถูกตั้งข้อหาในลอสแองเจลิสหลังจากก่อเหตุทำร้ายร่างกายและลักทรัพย์เล็กน้อย

นอกจากนั้น ในปี 2020 นักร้องและนักแสดงชาวอังกฤษ เอฟเคเอ ทวิกส์ (ชื่อจริงว่า ทาห์เลีย บาร์เน็ตต์) ได้ยื่นฟ้องร้องกล่าวหาเชีย ลาเบิฟว่าทำร้ายร่างกายและจิตใจเธอระหว่างที่ทั้งคู่คบหากัน แต่ทั้งสองได้ตกลงยอมความกันนอกศาล

พฤติกรรมก้าวร้าวและมักสร้างปัญหาของเชีย ลาเบิฟ ซึ่งบ่อยครั้งนำไปสู่การจับกุมและเป็นข่าวพาดหัวหลายครั้งนั้น เกิดจากหลายปัจจัย สื่อและตัวลาเบิฟเองเคยกล่าวถึงสาเหตุเหล่านี้ในอดีต ลาเบิฟเคยบอกในการสัมภาษณ์ว่า นอกจากปัญหาการเสพติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว เขายังมีปัญหาด้านสุขภาพจิต เช่น โรค PTSD (ภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ) และบางครั้งก็ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมก้าวร้าวของตนเองได้

อีกทั้งเขายังบรรยายตัวเองว่าเป็น “คนหลงตัวเอง” และสารภาพว่าวงการภาพยนตร์อดทนต่อพฤติกรรมร้อนแรงและคาดเดาไม่ได้ของเขามาเป็นเวลานานแล้ว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลให้ประกัน รปภ.สนามม้า ทำร้าย 'ไรเดอร์สาว' สลบ

ความคืบหน้ากรณี รปภ.สนามม้า ทำร้ายร่างกายไรเดอร์หญิงจนหมดสติ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำที่ สน.ปทุมวัน จากนั้นได้เกิดเหตุชุลมุนหน้าโรงพัก หลังกลุ่มไรเดอร์จำนวนมากรวมตัวติดตามความคืบหน้า และกรูเข้าล้อมรถและเกิดเหตุรุมประชาทัณฑ์ รปภ. เล็กน้อย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา

อดีตตำรวจบ้าน 'บิ๊กโจ๊ก' 10 นาย ตบเท้าให้ปากคำคดีซ้อม-ข่มขู่

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ และ พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ ลูกน้องคนสนิท พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล

รวบแก๊งวัยรุ่นเมียนมา ก่อเหตุฟันเพื่อนร่วมชาติปางตาย พบพฤติกรรมเลียนแบบนักเรียนช่าง

จากกรณีวัยรุ่นชาวเมียนมา 3 คน ก่อเหตุรุมทำร้ายหนุ่มชาวเมียนมารายหนึ่งซึ่งเพิ่งคบหากับแฟนสาวที่เป็นพนักงานของร้านก๋วยเตี๋ยวและเดินทางมาหาแฟนสาวที่ร้านเป็นครั้งแรก ปากซอยกิ่งแก้ว 41 ตำบลราชาเทวะ 

ตร.ออกหมายเรียก 'บิ๊กโจ๊ก' คดีทำร้าย 2 ลูกน้องคนสนิท แก้วหูทะลุ-ป่วยซึมเศร้า

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้าที่พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ และ พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ ตำรวจคนสนิท พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร.แจ้งความดำเนินคดี ทำร้ายร่างกายจนแก้วหูทะลุ อีกรายเป็นซึมเศร้า ว่า

มอบตัวแล้ว หลานนักการเมืองดังภาคใต้ แทงหนุ่มกลางร้านเหล้าเมืองภูเก็ต

กรณีหลานนักการเมืองชื่อดังในภาคใต้ ก่อเหตุใช้อาวุธมีดพกสั้นแทง นายกรรณตวีย์ ปรีชา อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช  บาดเจ็บสาหัส ขณะนั่งดื่มกับอดีตแฟนสาวของหลานนักการเมืองชื่อดังในภาคใต้  เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 1 ต.ค.68 เวลา 23.15 น.