ครม. อนุมัติแผนจัดทำงบประมาณปี 2570 กำหนดไทม์ไลน์ชัดเจน

ครม.อนุมัติแผนงบประมาณปี 2570 ปรับไทม์ไลน์ชัด พร้อมปรับทัพกำกับ 9 แผนงานบูรณาการ ยกระดับประสิทธิภาพงบทั้งระบบ

วันที่ 11 เมษายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 พร้อมปรับปรุงปฏิทินงบประมาณ เพื่อให้พระราชบัญญัติงบประมาณฯ สามารถประกาศใช้ได้ทันวันที่ 1 ตุลาคม 2569 อันจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยการจัดทำงบประมาณปี 2570 เน้นแก้ปัญหาประชาชน ควบคู่กับการรักษาวินัยการคลัง รองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ และใช้แนวคิดงบประมาณฐานศูนย์ ทบทวนความจำเป็นของทุกโครงการ พร้อมเปิดใช้แหล่งเงินทางเลือก เช่น การร่วมลงทุนภาครัฐและเอกชน (PPP) เพื่อลดภาระงบประมาณของประเทศ

นางสาวลลิดา กล่าวว่า ทั้งนี้ ครม. ได้กำหนดไทม์ไลน์การจัดทำงบประมาณอย่างชัดเจน ดังนี้

20 เมษายน 2569 นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายงบประมาณ

1 พฤษภาคม 2569 หน่วยรับงบประมาณจัดทำคำของบประมาณ

2 มิถุนายน 2569 เสนอ ครม. พิจารณารายละเอียดงบประมาณ และเปิดรับฟังความคิดเห็น

16 มิถุนายน 2569 ครม. รับทราบผลการรับฟังความคิดเห็น และเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ

23 มิถุนายน 2569 เสนอร่าง พ.ร.บ. งบประมาณต่อสภาผู้แทนราษฎร

ช่วงเดือนกรกฎาคม – กันยายน 2569 สภาฯ พิจารณาตามขั้นตอน

ปลายเดือนกันยายน 2569 นำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้

1 ตุลาคม 2569 งบประมาณมีผลบังคับใช้

นางสาวลลิดา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังมีมติอนุมัติ ปรับปรุงการมอบหมายผู้มีอำนาจกำกับแผนงานบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 9 แผนงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพ โดยมีการมอบหมาย ดังนี้

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ กำกับ 2 แผนงาน ได้แก่ 1. แผนงานบูรณาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2. แผนงานบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

นายทรงศักดิ์ ทองศรี กำกับ 2 แผนงาน ได้แก่ 1. แผนงานบูรณาการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด 2. แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กำกับ 1 แผนงาน ได้แก่แผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ กำกับ 2 แผนงาน ได้แก่ 1. แผนงานบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว
2. แผนงานบูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ กำกับ 1 แผนงาน ได้แก่
แผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กำกับ 1 แผนงาน ได้แก่
แผนงานบูรณาการเตรียมความพร้อมรองรับสังคมสูงวัย

“การกำหนดไทม์ไลน์ที่ชัดเจน ควบคู่กับการมอบหมายผู้รับผิดชอบรายแผนงาน จะช่วยให้การใช้จ่ายงบประมาณเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เงินถึงประชาชนได้รวดเร็ว และการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น” นางสาวลลิดา กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม. รับทราบข้อเสนอกรรมการสิทธิฯ ให้จัดรับฟังความเห็นประชาชน โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบข้อเสนอแนะกรณีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) จังหวัดชมพร - ระนอง ตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)

'เอกนิติ' เผยคนละครึ่งพลัส แจก 30 ล้านสิทธิ เปิดลงทะเบียนปลาย พ.ค.นี้

นายเอกนิติ นิติ​ทัณฑ์​ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบอนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

ครม. เห็นชอบไทยร่วมรับรองปฏิญญา IMRF เดินหน้าคุ้มครองแรงงานโยกย้ายถิ่นฐาน

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างปฏิญญาความคืบหน้าของเวทีทบทวนการโยกย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศ ครั้งที่ 2 หรือ International Migration Review Forum: IMRF และร่างคำมั่นโดยสมัครใจของไทย เพื่อให้คณะผู้แทนไทยร่วมรับรองและประกาศในเวที IMRF ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 5–8 พฤษภาคม 2569 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

ครม. ไฟเขียวยกเลิกระเบียบสำนักนายกฯ 8 ฉบับ ปฏิรูปกฎหมายให้ทันสมัย ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการยกเลิกระเบียบที่ไม่เหมาะสมแก่กาลสมัย ซึ่งสอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ที่ได้แถลงไว้เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569

ครม. ตั้งบอร์ดนโยบายเศรษฐกิจ รับมือผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ว่า เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสำคัญของรัฐบาลตามที่แถลงต่อรัฐสภา ให้ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และสอดรับกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว