
ไม่ว่าจะหยิบจับหรือเคลื่อนไหวอะไร ก็โดนจับตามองไปทั้งหมด พอแก้หายใจก็กลายเป็นดรามาแล้ว สำหรับ "บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี" ที่ล่าสุดเจ้าตัวมาเปิดใจกลางรายการ คุยแซ่บโชว์ ทางช่องวัน 31 ว่าบางทีก็แอบเซ็งกับบางดรามา รวมไปถึงขอแก้ข่าวเด็กเส้น หลังมีข่าวเตรียมเข้ารับยศของกระทรวงกลาโหม
“คนมองว่าเราหิวแสง อันนี้เข้าใจและไม่เข้าใจ บุ๋มก็จัดรายการเหมือนทุกคน แต่คนอื่นไม่โดน เราอ่านข่าวเหมือนทุกคนเลย แต่ทุกคนจะแคปในสิ่งที่บุ๋มพูด แล้วเอาไปเขียนว่าบุ๋มปนัดดาบอกว่า แล้วชาวบ้านที่เค้าไม่ได้ติดตามดูทั้งรายการ ก็จะรู้สึกว่าปนัดดาด่าอีกแล้วเหรอ และบางรายการมีพิธีกรห้าคน แต่บุ๋มโดนคนเดียว ซึ่งถามว่าเราเซ็งไหม มันก็มีบ้าง ทำไมต้องมีชื่อเรา ก็ถามนะว่าทำไมถึงเอาเราไปทำข่าว เขาก็บอกว่าถ้าเป็นชื่อแม่ เรตติ้งมันจะขึ้น อีนี่ก็โดนอยู่คนเดียว
อีกเรื่องหนึ่ง ก็กำลังจะเตรียมเข้าไปรับยศ ว่าที่พันโทหญิง จากกระทรวงกลาโหม ในฐานะกำลังพลสำรอง ก็เกิดดรามา ซึ่งดรามาที่เกิดขึ้นหลายคนไม่เข้าใจว่ากำลังพลสำรองคืออะไร ใครที่เกณฑ์ทหารแล้วก็เป็นกำลังพลสำรอง ใครที่เกษียณไปแล้วหรือใครที่เป็น รด. นั่นก็คือกำลังพลสำรอง แล้วตั้งแต่ ปี 66 เขาก็เอาคนข้างนอกเข้ามาเป็นกำลังพลสำรอง มาช่วยงานทางทหารมากขึ้น และบุ๋มไม่ใช่คนแรก มันมีมาตั้งแต่ปี 66 เขาเปิดรับสมัครในแต่ละปี บุ๋มปนัดดาไม่ใช่คนแรก แต่เป็นคนที่โดนด่าคนแรก แล้วที่บุ๋มไปสมัครเพราะว่าเขาเปิดรับตำแหน่งประชาสัมพันธ์ เพราะเราก็ทำงานด้านสื่อมานาน แต่ใช่ว่าทุกคนจะได้ เพราะเขาต้องตรวจสอบว่าเรามีประสบการณ์อะไรมาบ้าง
หลายคนก็เลยมองว่าเราเป็นเด็กเส้นหรือเปล่า แต่ทุกคนติดยศหมด และไม่ใช่ว่าติดยศเสร็จแล้วก็ไปเป็นว่าที่พันโทหญิงเลย มันก็ต้องค่อยๆ ขยับ เราก็ต้องฝึก แล้วก็ต้องอบรม ทำตามระเบียบที่เค้าวางมา ฝึกภาคสนามด้วย และอยากจะบอกว่าเป็นตำแหน่งที่ไม่ได้เงินเดือนนะ มีแต่ตำแหน่งเฉยๆ ส่วนสวัสดิการก็มีบ้าง แต่ไม่ได้เต็มเหมือนทหาร และกว่าจะติดยศก็อีกนาน ไม่ใช่สมัครปุ๊บได้ยศเลย
คนเลยมองว่าอันนี้เป็นการปูทางจะสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม. หรือว่าจะสมัครเป็น สส. ไหม เราไม่ได้มองตัวเองในด้านการเมืองเลย เรามองภาพตัวเองตรงนั้นไม่ออก เรารู้สึกว่าเราเป็นกู้ภัยโดยสายเลือด เราอยากจะช่วยคนโดยที่ไม่ต้องแบกว่าเราอยู่สีไหน คุณจะตีก็ตีกันไป แต่ถ้าคุณบาดเจ็บมาเราจะช่วยทุกคน ซึ่งก็มีคนติดต่อมาเยอะมาก แต่เรารู้สึกว่าตรงนั้นมันไม่ใช่เรา เราก็ยังนึกภาพไม่ออกว่า แต่อนาคตก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ยืนยันว่าวันนี้ เรายังนึกภาพไม่ออก แล้วเราเป็นคนที่ว่า เห็นคนโกงกิน และให้เราหลับตาข้างนึง เราทำไม่ได้ แต่เราอยู่ตรงนี้เราสามารถทำอะไรก็ได้”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทัพเรือรับสภาพ เลื่อนกรอบเวลา ช็อป‘เรือฟริเกต’
กองทัพปรับโฉมทีมโฆษก หวังสื่อสารต่อประชาชนอย่างถูกต้อง รวดเร็วและโปร่งใส “ทร.” รับต้องเลื่อนจัดหาเรือฟริเกต แต่ไม่กระทบความมั่นคง “ทัพฟ้า” ย้ำแผนเสริมเขี้ยวเล็บเป็นไปตามไทม์ไลน์
เปิดตัว 'ทีมโฆษกกลาโหม' ชุดใหม่ เน้นสื่อสาร 'เร็ว จริง ชัด'
'กลาโหม' เปิดตัวทีมโฆษกชุดใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสื่อสารยุทธศาสตร์ มุ่ง 'เร็ว จริง ชัด' สร้างความเชื่อมั่นประชาชน
'บิ๊กดุลย์' พบเครือข่ายโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามชายแดนใต้ เคลียร์ใจลดเงื่อนไขความขัดแย้ง
“บิ๊กดุลย์” นำ “กอ.รมน. - สมช.- ศอ.บต.” พบ”เครือข่ายการศึกษาศาสนาอิสลาม จชต. เคลียร์ใจ ลดเงื่อนไขความขัดแย้ง ยืนยันหลักการไม่แทรกแซงแต่ร่วมมืออย่างให้เกียรติและเคารพศักดิ์ศรี
'บิ๊กดุลย์' เข้ากลาโหม บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เรียกถก 'ผบ.เหล่าทัพ'
'บิ๊กดุลย์' เข้ากระทรวงกลาโหม รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ บวงสรวง 7 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เดินตรวจแถว 3 เหล่าทัพ ก่อนเรียก ผบ. หารือช่วงบ่าย
'บิ๊กดุลย์' แจงสภาฯ ยกระดับ 'ทหารอาสา' ให้เป็นกำลังสำคัญสร้างเสริมความมั่นคงประเทศ
"อดุลย์" แจงสภาฯ ภารกิจกลาโหม ชี้โลกผันผวน-แบ่งขั้วชัดเจน ความมั่นคงไม่ใช่แค่ภัยคุกคามทางทหาร เตรียมรับมือทุกมิติ ชี้ความมั่นคงที่แท้จริงต้องพัฒนาจัดหาอาวุธเอง ยันเดินหน้าทหารอาสา เป็นกำลังรบ-สถาบันที่สร้างคน ลั่น “เราจะทำทันที รวมเป็นหนึ่ง จึงชนะ”
'บิ๊กเล็ก' อำลาตำแหน่ง เปิดใจหมดเปลือกช่วงรบเขมร
'บิ๊กเล็ก' อำลาตำแหน่ง 'รมว.กลาโหม' เปิดใจหมดเปลือกช่วงสู้รบ ยอมโดนด่า เพราะบางเรื่องพูดไม่ได้ เผยวิธีคิด ไม่ได้อยากรบ แต่เมื่อรบต้องชนะ รับเสียใจกำลังพลสูญเสีย 42 นาย เชื่อมือ 'บิ๊กดุลย์' ทำงานได้




