
ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ที่ได้รับฉายาว่าเป็น A World Class Port คือ ท่าเรือที่มีการบริการและโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือมีมาตรฐานระดับโลก ด้วยขนาดพื้นที่กว่า 6,300 ไร่ กลายเป็นประตูการค้าหลักด้านขนส่งระหว่างประเทศ ที่มีส่วนสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ ปัจจุบันท่าเรือแหลมมีท่าเทียบเรือ A,B,C,D ของบริษัทเอกชน และผู้ประกอบการอื่นๆ อีกรวมกว่า 20 ท่า อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายของนโยบายในโครงการพัฒนาระะบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพราะนอกจากจะเป็นท่าเรือ ยังเป็นเขตพื้นที่อุตสาหกรรม การตระหนึกหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมจึงมีความอย่างยิ่ง
ล่าสุด บริษัท ฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย(HPT) ที่ดูแลและให้บริการท่าเทียบเรือ 6 ท่า ได้แก่ A2 A3 C1 C2 D1 และกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาส่วนที่เหลือของท่าเทียบเรือชุด D ในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งให้บริการสถานีขนถ่ายสินค้าอำนวยความสะดวกเต็มรูปแบบ ได้ประกาศจุดยืนการดำเนินธุรกิจในการตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมเพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน รวมไปถึงมีการนำแนวคิด GREEN มาใช้ในการพัฒนากิจการท่าเรือเพื่อความยั่งยืน
อาณัติ มัชฌิมา ประธานบริหารงานทั่วไป บริษัท ฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย กล่าวว่า ในแผนงานเรื่องสังแวดล้อม ของบริษัท ฯ มีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ คือ สิ่งแวดล้อมของเรา (Our Environment) บุคลากรของเรา (Our People) และธุรกิจของเรา (Our Business) โดยมุ่งเน้นในเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการลดปริมาณขยะ ผ่าน 3 กลยุทธ์ ได้แก่

1. จัดตั้งคณะกรรมการด้านความยั่งยืน (Group Sustainability Committee: GSC) ในการจัดทำแผนงานประจำปีที่ครอบคลุมในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล
2. คณะกรรมการ GSC ได้รับการสนับสนุนโดยคณะทำงานด้านความยั่งยืน ซึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ใน 6 ภูมิภาค 3. ตัวแทนที่ดูแลในด้านสิ่งแวดล้อม ปฏิบัติหน้าที่เสมือนตัวกลางสื่อสารโครงการด้านความยั่งยืนแก่คณะกรรมการ GSC และคณะทำงานด้านความยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีศูนย์กลางด้านสิ่งแวดล้อม ที่มีหน้าที่จัดทำชุดเครื่องมือเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในแต่ละหน่วยธุรกิจ และยังมีหน้าที่ช่วยส่งเสริมการรับรู้และตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมในการทำกิจกรรมประจำวัน
ในด้านพลังงานสะอาดที่ยังคงดำเนินงานต่อเนื่อง อาณัติ กล่าวว่า มีการใช้แหล่งพลังงานที่ทดแทนได้ ระบบแสงสว่างด้วยหลอด LED กับเครื่องมือขนยกที่ท่าเทียบเรือ ลานตู้สินค้า สถานีตู้สินค้าในท่าเรือ พลังงานไฟฟ้าสำหรับปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่าควบคุมจากระยะไกล ปั้นจั่นยกตู้สินค้าในลานแบบล้อยางควบคุมจากระยะไกล ปั้นจั่นยกตู้สินค้าแบบล้อยางระบบไฮบริด รถบรรทุกระบบอัตโนมัติและรถบรรทุกระบบไฟฟ้า
อาณัติ ยังกล่าวถึงแผนงานด้านสิ่งแวดล้อมในปีนี้ โดยในปี 2565 ว่า มีการเปลี่ยนหลอดไฟ LED ขนาด 900 วัตต์ เป็น 600 วัตต์ ในลานตู้สินค้า ที่ช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 33.33% รวมไปถึงการลงทุนซื้อปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่าควบคุมจากระยะไกลจำนวน 4 คัน ปั้นจั่นยกตู้สินค้าในลานแบบล้อยางควบคุมจากระยะไกลจำนวน 8 คัน รถบรรทุกระบบอัตโนมัติจำนวน 9 คัน และรถบรรทุกระบบไฟฟ้าจำนวน 9 คันเสริมศักยภาพของระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้า ซึ่งในท่าเทียบเรือ D เปลี่ยนเป็นระบบไฟฟ้าได้ 90%
ส่วนท่าเทียบเรือ A และ C ยังคงมีการใช้น้ำมันในรถหัวราก ด้วยพื้นที่ในการวางระบบไฟฟ้าที่ยังไม่เอื้อ การท่าเรือแห่งประเทศไทยสนับสนุนการจ่ายไฟฟ้าให้กับท่าเทียบเรือทุกแห่งในท่าเรือแหลมฉบัง ดังนั้นการจ่ายไฟฟ้าจึงมีเพียงพอสำหรับการปฏิบัติงาน และคาดว่าจะมีการวางแผนการดำเนินงานสำหรับเรือสินค้าแต่ละลำให้ใช้เวลาจอดที่ท่าเทียบเรือไม่นานเพื่อประหยัดพลังงานด้านการจัดการขยะ ทางท่าเทียบเรือมีทั้งขยะเปียก และขยะแห้ง จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพของน้ำทะเล
“ตามนโยบายของฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย ไม่อนุญาตให้เรือสินค้าใด ๆ ที่จุดจอดเรือปล่อยทิ้งสิ่งปฏิกูล สี หรือผลิตภัณฑ์ซักล้าง โรงบำบัดน้ำเสียจะจัดการน้ำเสียทั้งหมดที่เกิดจากการดำเนินงานของบริษัท และเพื่อลดปริมาณน้ำเสีย ขยะทั้งหมดจะถูกคัดแยกด้วยหลักการ 3R คือ ลดปริมาณ นำกลับมาใช้ใหม่ และรีไซเคิล (Reduce, Reuse และ Recycle)”อาณัติกล่าว

ประธานฯ กล่าวอีกว่า ส่วนการบำบัดน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว จะมีบริษัทในรายชื่อของกระทรวงอุตสาหกรรมนำไปบำบัด โดยจะต้องมีการตรวจสอบคุณภาพและส่งไปยังกรมควบคุมมลพิษ กรมเจ้าท่า ท่าเรือแหลมฉบังและเทศบาลนครแหลมฉบัง และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการปฏิบัติงาน มีเป้าหมายคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 11.86 กิโลกรัม /TEU ซึ่งขณะนี้ในภาพรวมของกลุ่มฮัทชิสัน พอร์ท ทั้งไทยและต่างประเทศลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในปี 2021เฉลี่ย 2.88% และลดการปล่อยดีเซลต่อ 1 TEU เฉลี่ย 2.96% และท่าเทียบเรือชุด D มีการพัฒนาเพื่อเป้าหมายสู่การเป็นท่าเรือสีเขียวและความยั่งยืน อย่าง ปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่าควบคุมจากระยะไกล และปั้นจั่นยกตู้สินค้าในลานแบบล้อยางควบคุมจากระยะไกลขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า โดยมีอัตราเฉลี่ยการประหยัดพลังงานไฟฟ้าที่ 75% ของการใช้พลังงานเชื้อเพลิงทั้งหมด

“รวมไปถึงการดำเนินกิจกรรมใน 2 โครงการ คือ Go Green เพื่อการส่งเสริมแนวความคิดเกี่ยวกับจากขยะสู่ทรัพยากร โดยบริษัทได้มีการรวบรวมขยะสะอาดจากท่าเทียบเรือและพื้นที่ใกล้เคียงมาเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์รีไซเคิลและบริจาคให้กับประชาชนในชุมชน อาทิ กระดาษที่เหลือใช้ และโครงการ Dock School เป็นการสนับสนุนให้โรงเรียนริเริ่มจัดกิจกรรม โรงเรียนสีเขียว (Green Dock School) ของตนเอง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมให้กับนักเรียนและพัฒนาศักยภาพในด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่พวกเขา ด้วยการปลูกต้นไม้และจัดกิจกรรมรีไซเคิล เป็นการให้ความรู้และช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อมได้ในระยะยาว” อาณัติ บอกแนวคิด 2 โครงการสีเขียว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ATLAS ทุ่มกว่าพันล้านขยายธุรกิจก๊าซ LPG
ATLAS เปิดแผนธุรกิจปี 69 เดินเกมรุกเต็มสูบ เตรียมอัดงบลงทุนกว่าพันล้านบาท ขยายธุรกิจก๊าซ LPG ครบทุกมิติ หวังดันส่วนแบ่งตลาดติดกลุ่มผู้นำประเทศ ตั้งเป้ารายได้เติบโต Double-digit ตามทิศทางความต้องการใช้พลังงานที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
'โปรเมียว-ปาจรีย์' ได้'SCG JWD โลจิสติกส์' สนับสนุนสู้ศึก'LPGA 2026'
บริษัท เอสซีจี เจดับเบิลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด(มหาชน) โดยมีคุณบรรณ เกษมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารร่วม บีริษัท เอสซีจี เจดับเบิลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด(มหาชน) ได้แถลงข่าวการสนับสนุนอย่างเป็นทางการ กับ"โปรเมียว" ปาจรีย์ อนันต์นฤการ โปรหญิงระดับโลกของไทย เพื่ิอร่วมผลักดันศักยภาพ และตวามสำเร็จของนักกีฬาไทยในการแข่งขันLPGA2026 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่่ผ่านมา ห้องราชาวดี อาคารกอล์ฟคลับ สสนามกอล์ฟราชพฤกษ์ คลับ โดยตุณบรรณ เปิดเผยว่า

