'ลุงป้อม' ตีมึนปมเป็นตัวแปรสำคัญหาก 'ก้าวไกล' สะดุดล้มตั้งรัฐบาล

'บิ๊กป้อม' ตีมึนกระแสข่าว พปชร.เป็นตัวแปรสำคัญ หากก้าวไกลตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ แต่ย้ำเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ เมินตอบ 2 ลุง ยังขับเคลื่อนการเมืองต่อ

24 พ.ค.2566 - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรคจะเป็นรัฐบาล หากพรรคก้าวไกลไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาล และไม่ได้รับโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรี ว่ายังเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐอยู่ ไม่มีอะไร ยังไม่ทราบอะไรเลย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังคงเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐเหมือนเดิมใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค

เมื่อถามว่า ดูเหมือนตอนนี้พรรคพลังประชารัฐเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลหากอีกฝ่ายจัดตั้งไม่ได้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่ทราบสิครับ ยังไม่ทราบเลย”

เมื่อถามว่า ทั้ง 2 ลุง ยังคงมีความพร้อมในการขับเคลื่อนการเมืองต่อไปหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว

และเมื่อถามถึงกรณีว่าที่ ส.ส.สงขลา ของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเคยถูกจับข้อหาพนันออนไลน์เมื่อปี 2565 ทางพรรคจะมีคำชี้แจงหรือไม่ และจะทำให้มีปัญหาในอนาคตหรือไม่ แต่ พล.อ.ประวิตรไม่ได้ตอบคำถาม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดสาเหตุ 'หัวหน้าหนิม' ไม่ไปพรรคภูมิใจไทย หารือร่วมตั้งรัฐบาล

น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีต สส.เชียงราย ภรรยานายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ภาพนายจุลพันธ์ นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล หลังป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ พร้อมข้อความว่า “วันนี้หัวหน้าพรรคไม่สบาย ปีนี้ดอกไม้ไม่ต้อง

“ภูมิใจไทย”คุมเกมเลือกขั้ว กธ.จัดง่าย-พท.ใหญ่เทอะทะ

สูตรจัดตั้งรัฐบาลออกมาอย่างต่อเนื่องสอดรับกับผลการเลือกตั้ง แต่หากถาม “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยืนยันว่า “ยังอีกไกล” เพราะต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งมีกำหนดระยะเวลา 60 วัน

‘ธรรมนัส ’ ลั่นสเต็ปการเมืองไม่ธรรมดา

“ธรรมนัส“ มอง ภท.นัดคุยพรรคเล็ก เป็นเรื่องปกติทางการเมือง มั่นใจ สเต็ปทางการเมืองตัวเองไม่ธรรมดา  ชี้ปัญหาหน่วยเลือกตั้งนับคะแนนใหม่ กกต.ต้องเร่งแก้ไขให้ความสำคัญกับเสียงประชาชน  ประเมินการจัดตั้งรัฐบาลไม่ง่าย

'ธรรมนัส' พอใจ 'กล้าธรรม' คว้า 58 ที่นั่ง ใกล้เคียงเป้าหมาย 60

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงผลการนับคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่แล้วเสร็จกว่า 95% ว่า โดยภาพรวมพึงพอใจ จากที่ตั้งเป้าไว้ที่ 60 ที่นั่ง แต่ได้ 58 ที่นั่งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย แต่ยอมรับว่ามีบางเขตที่คาดว่าจะชนะแต่แพ้คะแนนนิดหน่อย แต่ภาพรวมดีใจที่มีบางเขตได้ที่นั่ง สส. เช่น แม่ฮ่องสอน-ร้อยเอ็ด โดยเฉพาะ สุพรรณบุรี ที่มั่นใจว่าจะได้ 2 ที่นั่ง แต่ชนะเพียง 1 ที่นั่งก็ตาม สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้ ถือว่า เป็นตามยุทธศาสตร์ที่พรรคได้หาเสียง โดยเน้นการลงพื้นที่จริงเข้าถึงประชาชน นำเสนอนโยบายภาคการเกษตร ด้านน้ำและที่ดินทำกิน

แกนนำเพื่อไทย ทยอยเข้าพรรคประเมินสถานการณ์ ไม่ตอบร่วมรัฐบาล

บรรยากาศที่พรรคเพื่อไทยภายหลังจากผลการนับคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยอยู่อันดับที่ 3 ซึ่งหลายเขตของพรรคเพื่อไทยพลาดไป โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน น่านและแพร่