ชัดเจน 'ประพันธุ์' ยกข้อบังคับข้อ41 ชี้ญัตติเสนอชื่อ 'พิธา' เป็นนายกฯจบแล้ว พิจารณาใหม่ไม่ได้

'ประพันธุ์' ชี้ญัตติเสนอชื่อ'พิธา'เป็นนายกฯจบไปแล้ว ยกข้อบังคับข้อ41 ยืนยันจะนำกลับมาพิจารณาใหม่อีกไม่ได้ประธานรัฐสภาไม่มีอำนาจเปิดให้มีการลงคะแนนใหม่เองได้ ต้องให้สมาชิกรัฐสภารวมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเข้าชื่อเสนอเท่านั้น

14 ก.ค.2566 - นายประพันธุ์ คูณมี สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า กรณีที่ประชุมรัฐสภาได้มีการประชุมครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2566 เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยที่ประชุมได้มีการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้เดียวให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณา ซึ่งผลการพิจารณาปรากฎว่า นายพิธาฯ ได้คะแนนเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา จึงทำให้ญัตติดังกล่าว เป็นอันตกไป

มีปัญหาที่ต้องพิจารณาว่า กรณีการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นายกรัฐมนตรี จะสามารถนำญัตติเดิมมาเสนอให้รัฐสภาพิจารณาโหวตในญัตติเดิมนี้ได้อีกหรือไม่นั้น ผมขอตอบว่า เสนอญัตติดังกล่าวเข้ามาให้รัฐสภาพิจารณาอีกครั้งไม่ได้ครับ ถือว่าญัตตินี้ตกไปแล้ว จบไปแล้วครับ ด้วยเหตุผลดังนี้

1.ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ.2563 ข้อ 41 กำหนดว่า "ญัตติใดซึ่งตกไปแล้ว ห้ามนำญัตติซึ่งมีหลักการเดียวกันขึ้นเสนออีกในสมัยประชุมเดียวกัน เว้นแต่ญัตติซึ่งยังไม่มีการลงมติหรือญัตติที่ประธานสภาอนุญาต ในเมื่อพิจารณาเห็นว่าเหตุการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป" ซึ่งหากพิจารณาตามข้อบังคับดังกล่าว ย่อมถือได้ว่าญัตติพิจารณาให้ความเห็นชอบนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้ตกไปแล้ว จะนำกลับมาพิจารณาใหม่อีกไม่ได้ในสมัยประชุมนี้ หากจะนำมาพิจารณาต้องมีเหตุเปลี่ยนแปลงตามมาตรา 272 วรรคสองเท่านนั้นครับ

2. มาตรา 272 วรรคสอง บัญญัติว่า" หากมีกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 ไม่ว่าด้วยเหตุใด และสมาชิกของทั้งสองสภารวมกันจำนวนไม่น้อยกว่ากี่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา ขอให้สภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 ในกรณีเช่นนี้ ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน และในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาให้ยกเว้นได้ ให้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งต่อไป โดยจะเสนอชื่อผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 หรือไม่ก็ได้"

จากหลักการสำคัญดังกล่าว หากโหวตครั้งแรกแล้วไม่สามารถได้บุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ว่าด้วยเหตุใด ประธานรัฐสภาไม่มีอำนาจที่จะเปิดให้มีการลงคะแนนใหม่เองได้ ต้องให้สมาชิกรัฐสภารวมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาตามมาตรา 272 วรรคสอง เท่านั้น ประธานรัฐสภาจึงจะจัดให้การประชุมตามญัตติที่สมาชิกรัฐสภาเสนอได้ แต่สภาก็ต้องมีเสียงไม่น้อยกว่าสองในสาม จึงจะดำเนินการตามวรรคหนึ่ง คือให้มีการพิจารณาให้ความเห็นขอบบุคคลที่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรี และในการพิจารณาครั้งนี้ ผู้ที่เคยได้รับการเสนอชื่อ(นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์) จึงจะสามารถถูกเสนอชื่อเข้ามาโหวตใหม่ได้ การดำเนินการใดๆนอกจากแนวทางนี้ ย่อมไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

เมื่อรัฐธรรมนูญ ได้บัญญัติไว้เช่นนี้แล้ว จึงไม่เปิดช่องทางอื่นให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถูกเสนอชื่อกลับมาให้รัฐสภาโหวตโดยง่าย หรือโหวตเลือกนายพิธาฯ ซ้ำซากไปเรื่อยๆเหมือนนักกฎหมาย หรือพวกกุนซือสมองทื่อเสนอให้โหวตไปเรื่อยๆจนสิ้นวาระของวุฒิสภา ด้วยเหตุนี้พรรคก้าวไกลและนายพิธาฯ ควรให้การศึกษาพวกด้อมส้มให้โปรดเข้าใจตามนี้ด้วย

3.หากในระหว่างนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หยุดปฎิบัติหน้าที่ด้วยแล้ว ยิ่งเป็นกรณีที่ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะเสนอชื่อนายพิธาฯ มาให้รัฐสภาพิจารณา จึงไม่ควรไปปลุกให้ความหวังพวกด้อมส้มแบบผิดๆ ควรยอมรับและเคารพมติโดยชอบของรัฐสภา หยุดปลุก ม๊อบ สร้างปัญหาให้บ้านเมืองเสียทีเถอะครับ ความดื้อรั้น มีแต่เกิดหายนะกับตน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นักวิชาการ' ฟันเปรี้ยง! เหตุที่คนกรุงเทพเลือก 'พรรคส้ม' เพราะการตลาดที่โหมกระหน่ำทางสื่อ

ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ นักวิชาการทางบูรพคดีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า สาเหตุที่คนกรุงเทพมีแนวโน้มเลือกพรรคส้ม: มุมมองนี้เป็นทรรศนะส่วนตัวนะครับ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับผมก็ได้ครับ

เปิดเบื้องลึก 'โปลิตบูโรพรรคส้ม' ไม่ยอมเป็นรัฐบาล ต้องแพ้เพื่อ 'ธนาธร' รอเวลากลับมา 2572

นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ช้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง ต้องแพ้เพื่อธนาธร ยังไม่ใช่เวลาของพวกเรา มีเนื้อหาดังนี้ นี่คือความคิดหลักของคณะโปลิตบูโรของพรรคส้ม หลักการนี้ถูกวางไว้ตั้งแต่มีการยุบพรรคอนาคตใหม่ และถูกนำมาใช้เป็นหลักในการบริหารการเมืองในพรรคส้ม

'พิธา' ขอคะแนนคนขอนแก่นถล่มทลาย ชูประชาชนเป็นใหญ่ ไม่ใช่ให้คนเพียงไม่กี่คนอยู่เหนือหัว

ปชน.เปิดเวทีใหญ่ขอนแก่น 'พิธา' ขอคะแนนถล่มทลาย ย้ำอีสานต้อง 'สองเด้ง' ชูประชาชนเป็นใหญ่ ไม่ใช่ให้คนเพียงไม่กี่คนอยู่เหนือหัว เปลี่ยนขอนแก่น–อีสาน–ประเทศไทย เลือกส้มสองใบแบบม้วนเดียวจบจะได้ไม่ซ้ำรอย

สามย่านแตก! 'พิธา' ปราศรัยปลุกเร้าด้อมส้ม ต้องไม่ยอมให้โดนขวางตั้งรัฐบาลอีกต่อไป

‘พิธา’ ปราศรัยปลุกเร้า ต้องไม่ยอมให้โดนขวางตั้งรัฐบาลอีกต่อไป ขอให้ เลือกพรรคส้มให้ขาด จนพรรคอันดับสองไม่กล้าแข่งตั้งรัฐบาล ส่งเท้งเข้าทำเนียบฯ เป็นนายกฯสองสมัย

เอาแล้ว! 'เพื่อนธนาธร' อ้างอิงกูรูการเมืองวิเคราะห์ความนิยม 'อนุทิน-ภท.' พุ่ง ชนะ 'พรรคส้ม'

นายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน คนใกล้ชิดนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ขอวิเคราะห์(กูรู)การเมืองด้วยคน

เหน็บ 'เท้ง-พรรคส้ม' ไม่คัดค้านซื้ออาวุธ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ค้านกองทัพทุกรูปแบบ

นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) โพสต์เฟซบุ๊กกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่าไม่เคยต่อต้านการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีความจำเป็น แต่ต้องพิจารณาเป็นเรื่องต่อเรื่อง ว่า