'สว.กิตติศักดิ์' คาใจ 'เงินดิจิทัล' แจงไม่เคลียร์ว้าวุ่นแน่

‘สว.กิตติศักดิ์’ สละสิทธิ์อภิปรายนโยบายรัฐบาล ติดใจเรื่องแจกเงินดิจิทัล บี้รัฐบาลแจงให้เคลียร์ ชี้มีเบื้องหน้าเบื้องหลังว้าวุ่นแน่

11 ก.ย. 2566 – เมื่อเวลา 07.48 น. ที่รัฐสภา นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์ถึงการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาว่า ได้ศึกษานโยบายที่รัฐบาลจะแถลง โดย สว. ได้เวลาอภิปราย 5 ชั่วโมง คิดว่าไม่เพียงพอ ตนจึงไม่อภิปราย เพราะเห็นว่าเมื่อหารแล้วได้เวลาคนละ 5 นาที รายงานชื่อก็แทบหมดเวลาแล้ว จึงมี สว. หลายคนสละสิทธิ์ จึงอยากให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้าคิวได้อภิปราย สำหรับตนเอาใจช่วย เพราะเห็นว่าเราได้รัฐบาลใหม่และบ้านเมืองกำลังเดินไปด้วยดี สว.จะเป็นกำลังใจให้

“ผมติดใจประเด็นเรื่องเงินดิจิทัล จึงอยากฝากรัฐบาลชี้แจงให้ชัดเจน และอยากทราบว่าเพราะเหตุใดจึงไม่แจกเป็นเงินสด แต่ไปเข้าระบบแอปพลิเคชัน มีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่ เชื่อว่าทั้ง สส. และ สว. ติดใจ และต้องการคำตอบในประเด็นนี้ ถ้ารัฐบาลชี้แจงได้ก็ไม่เป็นปัญหา ผมสนับสนุนเรื่องที่จะทำให้ประชาชนอิ่มท้อง และประโยชน์ตกกับประชาชนจริงๆ แต่หากมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง เชื่อว่าไม่นานจะว้าวุ่นแน่” นายกิตติศักดิ์ ระบุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า บรรยากาศการแถลงนโยบายวันเดียวกันนี้จะเป็นไปด้วยด้วยดีหรือไม่ นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า เป็นไปได้ด้วยดี แต่อาจจะดูเดือด อย่างไรก็ตาม แม้ตนจะไม่ได้โหวตให้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งมาแล้ว ยินดีให้กำลังใจเพื่อให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เจ๊นันทนาเพิ่งตื่น! บุก กกต.ขอหารือปมประชามติล่วงหน้า-แสดงตน 2 รอบ

สว.นันทนา บุก กกต.ขอหารือปม ปชช.ร้อง กมธ.พัฒนาการเมืองไม่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติล่วงหน้าได้ แถมจะใช้สิทธิ์ต้องแสดงตน 2 ครั้งทำเสียเวลา ถาม กกต.จะรับผิดชอบอย่างไร

'เจษฎ์' เหน็บทุกสีรุมตอม 'อนุทิน' เลือก 'รักชาติ' ไม่ต้องตอบแทนใคร

'เจษฎ์' หยอก 'อนุทิน' เนื้อหอม หลายสีรุมตอม ส่อจับมือน้ำเงินตั้งรัฐบาล ปลุกปชช. เลือก 'รักชาติ' ไร้นายทุน ไม่ต้องตอบแทนใคร

'สว.ชิบ' จี้ 'รัฐบาล' เร่งยกระดับแก้ปัญหาวิกฤตฝุ่นพิษด่วน อย่าปล่อยให้คนไทยตายผ่อนส่ง

ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฯ เห็นว่าวิกฤต PM2.5 ในขณะนี้ ควรถูกใช้เป็นสัญญาณเตือนสำคัญให้สังคมไทยเร่งยกระดับการจัดการสิ่งแวดล้อม จากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง