เลขา ป.ป.ช. หนุนรัฐบาลตั้งทีมปราบโกง จ่อดันกฎหมายคุมเอกชนรับงานรัฐ

“สุรพงษ์” มองรัฐบาลตั้งคณะกรรมการต่อต้านทุจริตมาถูกทาง เตรียมเสนอแก้กฎหมายปิดช่องคอร์รัปชั่น จับมือ ก.ล.ต. วางมาตรฐานบริษัทเข้าประมูลงานรัฐต้องมีธรรมาภิบาล ชี้ปัญหานอมินีอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย

21 พฤษภาคม 2569 - ที่โรงแรมลพบุรี อินน์ รีสอร์ท อ.เมือง จ.ลพบุรี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์ ประจำปี 2569 เพื่อดูปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องออกกำลังกายสแตนเลส และการเฝ้าระวังการออกเอกสารสิทธิ์ สปก. 4-01 โดยมิชอบ โดยมีนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวเปิดโครงการว่า การนำสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อให้ได้เข้าใจปัญหาการทุจริตอย่างแท้จริงเพื่อนำไปสื่อสารให้กับประชาชนได้รับรู้  ซึ่งการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่หน้าที่ของป.ป.ช.เพียงอย่างเดียวแต่เป็นหน้าที่ของทุกฝ่าย  โดย ป.ป.ชเป็นเพียงแกนนำในการขับเคลื่อน 

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ปัญหาการทุจริตของประเทศไทยเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องร่วมมือกันตั้งแต่ภาครัฐ  เอกชนและสิ่งที่เป็นประเด็นทางสังคมในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์คิดว่าบทบาทของสื่อมวลชนเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมากในการนำเสนอข้อมูลหรือข้อเท็จจริงให้สังคมและเกิดความเข้าใจปัญหาคอร์รัปชั่น ซึ่งจากที่ติดตามข่าวรวมถึงความเห็นนักวิชาการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการป้องกันการปราบปรามการทุจริตหลายเรื่องอาจไม่ได้ตรงทีเดียวเช่น กกร. ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับหน่วยงานของรัฐเรียกรับสินบน โดยจะต้องดูเนื้อหาว่ามีข้อมูลหน่วยงานรัฐรับสินบนอย่างไรบ้าง การสำรวจความคิดเห็นตรงกับความจริงหรือไม่  รวมถึงข้อมูลและบุคคลที่สัมภาษณ์เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจริงหรือไม่ หรือใช้ความรู้สึก  จึงเป็นประเด็นที่ทำให้รัฐบาล ตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริตขึ้นมา และมีการประชุมไปเมื่อวานนี้  โดยตนคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหม่และไม่ใช่รัฐบาลแรกที่ดำเนินการแต่คิดว่าสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการและมีทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ก็จะเห็นกลไกใหม่ๆว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำเสนออะไรขณะที่รองนายกรัฐมนตรีระบุจะต้องผลักดันกฎหมายและตนก็เคยแสดงความคิดเห็นโดยต้องรู้ปัญหาคอรัปชั่นว่าเกิดจากสาเหตุใด  ซึ่ง ป.ป.ช. พยายามสังเคราะห์และแยกแยะปัญหาคอรัปชั่นเกิดจากการบังคับใช้กฎหมาย เกิดจากการอาศัยอำนาจหน้าที่ไปเร่งรัดเอาผลประโยชน์หรือใช้อำนาจของนักการเมืองไปแสวงหาผลประโยชน์ จากทรัพยากรธรรมชาติหรือเป็นเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง โดย 60% ที่ ป.ป.ช.รับเรื่องและชี้มูลไปเป็นเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเป็นเรื่องของแผนงานโครงการของรัฐและงบประมาณแผ่นดินที่จัดทำโครงการจัดซื้อจัดจ้างรวมถึงการกระจายงบประมาณแผ่นดินลงไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  

ดังนั้นตัวเลขที่รับทราบกันดีว่าจะมีการจ่ายเงินสินบนเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องควบคุมหรือสร้างกลไกไม่ให้การคอรัปชั่นอยู่คู่กับสังคมของไทย และเกือบทุกประเทศ   ซึ่งไทยได้ร่วมลงนาม อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต (UNCAC)  ได้ยกระดับการทุจริตคอรัปชั่นเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับปัญหายาเสพติด  ดังนั้นการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐในการไปแสวงหาผลประโยชน์ สร้างผลกระทบกับการพัฒนาประเทศและความเป็นอยู่   ซึ่งทรัพยากรที่เราเสียไปจากการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นผลจากการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐทั้งหมด จึงมีการสร้างความร่วมมือและบูรณาการหน่วยงานภาครัฐ ออกนโยบายเพื่อทำงานร่วมกัน เช่นป.ป.ช.ทำงานร่วมกับ สตง. และปปท. ตรวจสอบโครงการของรัฐขนาดใหญ่ ตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป และวางมาตรการหาความเสี่ยงก่อนที่จะเกิดการคอรัปชั่น พิสูจน์ว่าราคากลางจริงหรือไม่ และชอบด้วยกฎหมายหรือไม่  มีการล็อคสเปคเพื่อผลประโยชน์หรือไม่  เน้นบังคับใช้กฎหมายเพื่อไม่ให้การทุจริตเกิดขึ้น  โดยได้ยกตัวอย่างมีการดูดทรายในพื้นที่แม่น้ำโขง รวมถึงการใช้อำนาจกำกับดูแลป้ายโฆษณาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร  ซึ่ง ป.ป.ช.ไม่เคยหยุดนิ่ง เราบูรณาการตรวจสอบทั้งในเรื่องทรัพย์สินเพื่อให้กลไกการปราบปรามทุจริตมีประสิทธิภาพ เราฟ้องคดีอาญากรณีมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงไปหลายเรื่อง แต่บางเรื่องที่เป็นประเด็นในสื่อโซเชียล แม้จะทำให้สังคมตื่นตัว ขณะเดียวกันก็อาจจะมีปัญหาในเรื่องของความเข้าใจ และไม่เห็นถึงปัญหาจริง  

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า การจะทำให้การป้องกันการทุจริตได้ผล ต้องค้นหาเหตุ หากมองประเด็นการทุจริตในเรื่องหนึ่ง เราต้องดูในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ตนดีใจที่นายกรัฐมนตรีได้มีการตั้งคณะกรรมการประสานงานการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น และจะได้เห็นการบูรณาการของทุกภาคส่วน ซึ่งในส่วนของ ป.ป.ช.ก็มีแผนจะดำเนินการ เช่นการเสนอกฎหมาย หรือการส่งเสริมการศึกษาและสร้างการมีส่วนร่วม พร้อมยกตัวอย่างกรณีนอมินีที่เกิดขึ้น  ปัญหาอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานซึ่งอาจจะมีผลประโยชน์ตามมาก็ได้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม  หรือจะเป็นตัวเงินก็ได้ แต่หากจับได้ว่ามีปัญหาในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย เช่นพระราชบัญญัติตรวจคนเข้าเมืองหรือพระราชบัญญัติสัญชาติ รวมถึงกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ รวมถึงการใช้ทรัพยากรที่ดิน เราจะไล่ดูในส่วนนี้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และใครที่ต้องรับผิดชอบ   สุดท้ายเราจะได้ข้อสรุปว่าต้องจัดการเรื่องนี้อย่างไร  หากเข้าใจปัญหาตนเชื่อว่าสุดท้ายจากควบคุมการคอรัปชั่นได้  เพราะกฎหมายการปราบทุจริตคอรัปชั่นต่างๆมาจากปัญหาที่เปลี่ยนแปลงไปของสังคมอย่างรวดเร็ว
  
"การเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามาใช้ประโยชน์ในประเทศไทย ก็เป็นอีกปัญหาที่ยังเป็นข้อถกเถียง เพราะเป็นทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจและการสร้างปัญหา  เพราะฉะนั้นเราต้องมองทั้งระบบว่าการทุจริตคอรัปชั่นมีกี่ประเภท แล้วสร้างกลไกแก้ปัญหาแต่ละด้าน  เราก็จะมีมาตรการป้องกันและปราบปรามและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ หรือการติดตามทรัพย์สินคืน เป็นการทำงานแบบครบวงจรเพื่อไม่ให้การทุจริตเติบโตและอยู่ในขอบเขตที่เราควบคุมได้ "  

เลขา ป.ป.ช.กล่าวว่า มีกฎหมาย ป.ป.ช.อีกหลายฉบับที่จะช่วยในเรื่องของการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น  ทั้งนี้รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องสนับสนุนงานของ ป.ป.ช. ด้วย ซึ่งการประชุมของคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตเมื่อวานนี้ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง  โดยป.ป.ช.มีแนวทางเสนอแก้ไขกฎหมายหลายฉบับต่อรัฐบาลเพื่อนำไปออกกฎหมายบังคับใช้ในการปราบทุจริต ทั้งในเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หรือการชะลอการไต่สวนนิติบุคคล  ซึ่งเราได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต.ในการสร้างบริษัทธรรมาภิบาล เพื่อให้นิติบุคคลที่จะเสนอราคาโครงการต่อภาครัฐ มีกลไกหรือมาตรการควบคุมภายในที่สามารถระบุได้ว่านิติบุคคลมีธรรมาภิบาลหรือไม่  รวมถึงบริษัทลูกที่จะเข้าไปประมูลงานด้วย ซึ่งในอนาคตจะต้องนำเรื่องเหล่านี้ไปรายงานต่อกรมบัญชีกลาง  เพื่อให้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้างที่จะมีการบังคับใช้มีมาตรการควบคุมผู้เสนอราคา หรือตรวจสอบว่าจะต้องมีแนวร่วมต่อต้านการทุจริตของภาคเอกชนไทย หรือ  CAC ไม่งั้นจะไม่มีสิทธิเสนอราคา  สิ่งเหล่านี้จะเป็นกลไกที่จะทำให้บ้านเมืองเราดีขึ้นในภาพรวม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ตัดพ้อเป็นเวรกรรมรัฐบาลนี้ ต้องล้างตราบาปเรื่องทุจริต-สินบนในอดีต

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีภาคเอกชนเป็นห่วงเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่นว่า ทุกคนเป็นห่วงเรื่องคอรัปชั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาล แต่ผู้สื่อข่าวก็น่าจะสังเกตได้ ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาเดือนตุลาคมจนถึงปัจจุบันมีการปราบปรามทุจริต

'จตุพร' จี้นายกฯ เร่งจัดการคอร์รัปชันรัฐเด็ดขาด ขืนชักช้าประเทศรอดยาก 

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊dไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า ในสถาการณ์หลากวิกฤตรุมเร้ารัฐบาลนา

‘สรรพากร’แจงปมติดอันดับคอร์รัปชันสูง ยันมีมาตรการกำกับดูแล-ป้องกันทุจริต!

‘สรรพากร’ โร่แจงปมติดอันดับหน่วยงานรัฐคอร์รัปชันสูง ยืนยันมีมาตรการกำกับดูแลภายใน-ป้องกันทุจริต ดึงระบบดิจิทัลมาใช้ลดดุลพินิจเจ้าหน้าที่ พร้อมส่งเสริมจิตสำนึกด้านคุณธรรมและจริยธรรมแก่บุคลากรภายในทุกระดับ

นายกฯ ลั่นต้องล้างตราบาป จากนี้ไปอย่าให้มีหน่วยงานรัฐเรียกรับสินบนเกิดขึ้นอีก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.)เปิดเผยข้อมูล 10 หน่วยงานภาครัฐ เกี่ยวข้องกับการเรียกรับค่าใช้จ่ายพิเศษหรือสินบน ว่า จะต้องไม่มีหน่วยงานไหนที่ทําเช่นนั้นได้ ซึ่งเราก็รับฟังจากภาคเอกชนดังกล่าว และวันนี้ได้พบกับอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง