“พีรวัส” บี้นายกฯ แจงเอง ปมปลดล็อก ซิน เคอ หยวน ถามแรง เหล็กผ่านเพราะมี “ไอ้โม่ง” เปิดทางให้ทุนใหญ่หรือไม่?
10 มิถุนายน 2569 - นายพีรวัส สมวงศ์ รองโฆษกพรรคกล้าธรรม ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดดำเนินกิจการอีกครั้งว่า เรื่องนี้รัฐบาลจะตอบเพียงว่า “ให้ยึดเอกสารเป็นหลัก” ไม่ได้ เพราะเอกสารอาจผ่านในห้องราชการ แต่ความเสี่ยงตกอยู่บนหัวประชาชนทั้งประเทศ
นายพีรวัสกล่าวว่า วันนี้สังคมไม่ได้ถามแค่ว่าโรงงานผ่านเงื่อนไขหรือไม่ แต่ถามว่า “เหล็กผ่านจริง หรือแค่เอกสารผ่าน” และเหตุใดโรงงานที่เคยเป็นข้อกังขาใหญ่ของประเทศ จึงกลับมาเดินเครื่องได้ ทั้งที่ยังไม่มีใครออกมาชี้แจงต่อสาธารณะให้หมดข้อสงสัย
“ถ้าทุกอย่างโปร่งใส นายกรัฐมนตรีต้องออกมาตอบด้วยตัวเอง ใครตรวจ ใครรับรอง ผลตรวจอยู่ที่ไหน มีผู้เชี่ยวชาญอิสระหรือไม่ และหลังเปิดโรงงานแล้ว จะสุ่มตรวจเหล็กอย่างไร อย่าให้ประชาชนรู้สึกว่า ถ้าเป็นคนจนทำผิดนิดเดียวถูกไล่บี้ถึงหน้าบ้าน แต่ถ้าเป็นทุนใหญ่ มีเงินก้อนใหญ่ มีสายสัมพันธ์ใหญ่ กลับมี ‘ไอ้โม่ง’ คอยวิ่งเต้น คอยเปิดประตู คอยปูพรมแดงให้เดินผ่านแบบไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม” นายพีรวัสกล่าว
นายพีรวัสกล่าวต่อว่า เหล็กไม่ใช่สินค้าธรรมดา แต่เป็นสิ่งที่อยู่ในบ้าน โรงเรียน โรงพยาบาล สะพาน และอาคารสาธารณะ หากเหล็กไม่ได้มาตรฐาน คนที่รับเคราะห์ไม่ใช่คนเซ็นเอกสาร แต่คือประชาชน ลูกหลาน และคนหาเช้ากินค่ำที่ไม่มีโอกาสรู้เลยว่าโครงสร้างเหนือศีรษะของตนปลอดภัยจริงหรือไม่
“รัฐบาลอย่าใช้คำว่า ‘ผ่านเกณฑ์’ เป็นผ้าคลุมทุกปัญหา เพราะคำนี้ไม่ได้ล้างข้อสงสัย ไม่ได้ล้างประวัติ และไม่ได้ล้างความรับผิดชอบ ถ้าปลอดภัยจริงก็เปิดผลตรวจทั้งหมด ถ้าโปร่งใสจริงก็ให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระตรวจซ้ำ อย่ากลัวแสงสว่าง เพราะแสงสว่างเท่านั้นที่จะทำให้ประชาชนเห็นว่า เรื่องนี้เป็นกระบวนการที่ถูกต้อง หรือเป็นเพียงเงาของไอ้โม่งที่อยู่หลังม่านอำนาจ” นายพีรวัสกล่าว
รองโฆษกพรรคกล้าธรรมกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีต้องชี้แจงว่า การปลดล็อกครั้งนี้เป็นไปตามหลักวิชาและกฎหมายจริงหรือไม่ หรือมีแรงกดดันจากอำนาจบางกลุ่มคอยผลักดันอยู่เบื้องหลัง เพราะเมื่อรัฐบาลเงียบ ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ประชาชนจะสงสัยว่า มีการวิ่งเต้น ใช้อิทธิพล หรือใช้เงินจำนวนมากเพื่อล็อบบี้ผู้มีอำนาจหรือไม่
“นี่ไม่ใช่ข้อกล่าวหา แต่เป็นคำถามที่เกิดจากความเงียบของรัฐบาล ถ้าไม่มีอะไรต้องปิดบัง นายกฯ ต้องออกมาตอบ ไม่ใช่ปล่อยให้เอกสารพูดแทนความจริง และไม่ใช่ปล่อยให้ ‘ไอ้โม่ง’ กลายเป็นผู้มีอำนาจตัวจริงเหนือระบบราชการไทย” นายพีรวัสกล่าว
นายพีรวัสย้ำว่า ฝ่ายค้านไม่ได้ขัดขวางผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่อาจยอมให้ความปลอดภัยของประชาชนถูกนำไปแลกกับความสะดวกของทุนใหญ่ และไม่ยอมให้ระบบราชการกลายเป็นตรายางให้ใครเดินเครื่องได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อสังคม
“ประเทศนี้ต้องไม่มีมาตรฐานสองชั้น ชั้นหนึ่งสำหรับคนจนที่ถูกตรวจทุกเม็ด ถูกบี้ทุกใบอนุญาต แต่อีกชั้นหนึ่งสำหรับทุนใหญ่ที่มีไอ้โม่งคอยเปิดทางให้ หากรัฐบาลยังปล่อยให้ภาพนี้เกิดขึ้น ก็เท่ากับบอกประชาชนว่า กฎหมายไทยแข็งกับคนเล็ก แต่อ่อนยวบกับคนมีอำนาจ” นายพีรวัสกล่าว
นายพีรวัสกล่าวทิ้งท้ายว่า กรณีซิน เคอ หยวน ยังไม่จบ ตราบใดที่รัฐบาลยังไม่เปิดข้อมูลทั้งหมด ตราบใดที่นายกรัฐมนตรีไม่กล้าออกมาตอบคำถาม และตราบใดที่ประชาชนยังสงสัยว่าเหล็กผ่านจริงหรือแค่เอกสารผ่าน ฝ่ายค้านจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ถูกกลบใต้โต๊ะราชการอย่างแน่นอน
“เหล็กหนึ่งเส้นไม่ได้แบกแค่เสาและคาน แต่มันแบกชีวิตคน แบกครอบครัว และแบกศรัทธาของประชาชนต่อรัฐ ถ้านายกฯ ยังตอบไม่ได้ว่าใครอยู่หลังการปลดล็อกครั้งนี้ ก็อย่าเพิ่งบอกให้ประชาชนเชื่อ เพราะวันนี้ประชาชนไม่ได้ต้องการคำปลอบใจจากรัฐบาล แต่ต้องการความจริง และต้องการเห็นหน้าไอ้โม่งที่คอยบงการอยู่หลังม่าน” นายพีรวัสกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กล้าธรรมลุยหนองบัวลำภู ‘ยศสิงห์’ ชูบุญบั้งไฟล้านต่อยอดเศรษฐกิจชุมชน
“ยศสิงห์” นำทัพกล้าธรรม ลุย บุญบั้งไฟล้าน หนองบัวลำภู ชู Soft Power ไทยสู่เวทีโลก ย้ำ “ธรรมนัส” ฝากความคิด
‘กล้าธรรม’ ถอนชื่อหนุนแก้ รธน.เพื่อไทย หวั่นขัดคำวินิจฉัยศาลฯ ปม สสร.
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม เปิดเผยว่า พรรคกล้าธรรมได้พิจารณารายละเอียดของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทยเป็นผู้เสนอ โดยเฉพาะใน
สภาอุ้ม 'ชนนพัฒฐ์' มติ 308 ต่อ 126 เสียง ไม่ส่งตัวให้DSI
'ชนนพัฒฐ์' ลั่นพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่วอนเพื่อน สส. ยึดหลักการ รับหากปิดสมัยประชุมแล้วก็หนีไม่รอด ก่อนสภาฯ มีมติ 308 ต่อ 126 เสียง ไม่ส่งตัวให้ดีเอสไอ
'กล้าธรรม' หนุนร่างแก้รธน.ที่อำนวยความสะดวกปชช.-เสริมสร้างประชาธิปไตย
ที่รัฐสภา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงท่าทีของพรรคกล้าธรรมในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉ
จับ 'ไอ้โม่ง' กักตุนน้ำมัน ฟื้นความเชื่อมั่น 'อนุทิน' นำฝ่าวิกฤตซ้อนวิกฤต!
เทศกาลสงกรานต์ 2569 ผ่านพ้นไปแล้ว คนไทยกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวกันคึกคัก รัฐบาลภูมิใจที่คนไทยร่วมกับสืบสานประเพณีอันดีงาม และมีเงินสะพัดทั่วประเทศ กระจายรายได้ถึงชุมชน
‘ดรีมทีมหนู’ หลังแอ่น วิกฤตน้ำมัน ทำความมั่นใจวูบ
ไม่มีเวลาฮันนีมูน ดื่มด่ำน้ำผึ้งพระจันทร์ มีแต่ต้องเร่งทำให้ปัญหาใหญ่ของประเทศตอนนี้ที่กระทบไปทุกภาคส่วนและทุกหย่อมหญ้า อย่าง ‘ราคาน้ำมัน’ ดีขึ้น หรือไม่แย่ลงไปกว่านี้

