‘ปิยวัฒน์’ อัดรัฐบาลดับอนาคตลำไยไทย ปล่อยกฎหมายเชิงโครงสร้างตกต่อหน้าต่อตา

“ปิยวัฒน์” ชี้รัฐบาลปล่อยโอกาสหลุดมือ หลังไม่ดัน พ.ร.บ.ลำไยกลับเข้าสภาฯ มอง ชาวสวนกำลังถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ซัด รัฐเลิกหาเสียงด้วยความหวัง แต่ไร้การลงมือทำ ทำลายความหวังของเกษตรกร

28 มิถุนายน 2569 - นายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร สส.นครนายก และรองโฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีไม่มีมตินำร่างพระราชบัญญัติลำไยกลับเข้าสู่การพิจารณาตามกรอบรัฐธรรมนูญภายใน 60 วัน จนทำให้ร่างกฎหมายตกไปว่า การตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาของเกษตรกรผู้ปลูกลำไยไม่ได้รับความสำคัญ ทั้งที่ลำไยเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ และมีเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยตรงกว่า 250,000 ครัวเรือน

นายปิยวัฒน์ กล่าวว่า สิ่งที่น่าผิดหวังไม่ใช่เพียงการที่ร่างกฎหมายตกไป แต่คือการที่รัฐบาลเลือกปล่อยให้โอกาสในการปฏิรูปการบริหารจัดการลำไยทั้งระบบหลุดลอย ทั้งที่ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว และเหลืออีกเพียงไม่กี่ขั้นตอนก็จะประกาศใช้เป็นกฎหมาย

“รัฐบาลมีอำนาจที่จะนำร่างกฎหมายกลับเข้าสู่การพิจารณาได้ แต่กลับไม่ดำเนินการ ทั้งที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปากท้องของประชาชนโดยตรง จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เกษตรกรจะตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐบาลจึงไม่ให้ความสำคัญกับกฎหมายฉบับนี้”

นายปิยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ร่าง พ.ร.บ.ลำไย ที่เสนอโดยนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ สส.เชียงใหม่ พรรคกล้าธรรม ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองใด แต่เกิดจากการรับฟังปัญหาของชาวสวนลำไยในพื้นที่จริง ซึ่งเผชิญปัญหาราคาผลผลิตผันผวน พ่อค้าคนกลางกดราคา ต้นทุนการผลิตสูง และขาดกลไกของรัฐในการบริหารจัดการผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ คือการวางระบบบริหารจัดการลำไยทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่การกำหนดทิศทางการผลิต การบริหารผลผลิต การพัฒนามาตรฐาน การแปรรูป การตลาด และการส่งออก เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรม และลดปัญหาราคาตกต่ำซ้ำซากที่เกิดขึ้นทุกปี

นายปิยวัฒน์ กล่าวอีกว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลมักใช้มาตรการเฉพาะหน้า เช่น การช่วยระบายผลผลิตหรือการอุดหนุนในบางช่วงเวลา แต่ไม่เคยแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง ทำให้ชาวสวนต้องเผชิญวงจรเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า คือผลผลิตออกพร้อมกัน ราคาตกต่ำ และรอความช่วยเหลือจากภาครัฐทุกฤดูกาล พรรคกล้าธรรมและ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรค ในฐานะผู้ผลักดันกฎหมายฉบับนี้มาหลายปี จะยังคงเดินหน้าผลักดันการแก้ไขปัญหาของชาวสวนลำไยต่อไป เพราะเชื่อว่าการสร้างกลไกทางกฎหมายที่มั่นคง มีความสำคัญมากกว่าการออกมาตรการเฉพาะหน้าเป็นครั้งคราว

“ผมขอเรียกร้องให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมาชี้แจงต่อเกษตรกรทั้งประเทศว่า หลังจากปล่อยให้ พ.ร.บ.ลำไยตกไปแล้ว รัฐบาลจะใช้มาตรการใดมาทดแทน เพื่อดูแลชาวสวนกว่า 250,000 ครัวเรือน และจะรับประกันได้อย่างไรว่าปัญหาราคาลำไยตกต่ำจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก รัฐบาลไม่ควรปล่อยให้คำมั่นสัญญาที่เคยประกาศไว้ในช่วงหาเสียง จบลงเพียงบนเวทีปราศรัย เพราะสิ่งที่ชาวสวนลำไยรอคอย คือการตัดสินใจที่กล้ารับผิดชอบ และการลงมือทำที่เป็นรูปธรรม มากกว่าคำสัญญาที่ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง” นายปิยวัฒน์ กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กล้าธรรม' จี้พาณิชย์รับมือของแพง ชี้เงินเฟ้อพุ่ง-ชาวบ้านรับภาระหนัก

“พีรวัส สมวงศ์” รองโฆษกพรรคกล้าธรรม เรียกร้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เร่งออกมาตรการคุมราคาสินค้าอย่างเป็นรูปธรรม หลังเงินเฟ้อไทยเร่งตัวต่อเนื่อง เตือนต้นทุนพลังงานกำลังส่งผ่านสู่สินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ ท่ามกลางภาระค่าครองชีพที่ประชาชนต้องเผชิญทุกวัน

‘กล้าธรรม’ ถอนชื่อหนุนแก้ รธน.เพื่อไทย หวั่นขัดคำวินิจฉัยศาลฯ ปม สสร.

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม เปิดเผยว่า พรรคกล้าธรรมได้พิจารณารายละเอียดของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทยเป็นผู้เสนอ โดยเฉพาะใน

สภาอุ้ม 'ชนนพัฒฐ์' มติ 308 ต่อ 126 เสียง ไม่ส่งตัวให้DSI

'ชนนพัฒฐ์' ลั่นพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่วอนเพื่อน สส. ยึดหลักการ รับหากปิดสมัยประชุมแล้วก็หนีไม่รอด ก่อนสภาฯ มีมติ 308 ต่อ 126 เสียง ไม่ส่งตัวให้ดีเอสไอ

'กล้าธรรม' หนุนร่างแก้รธน.ที่อำนวยความสะดวกปชช.-เสริมสร้างประชาธิปไตย

ที่รัฐสภา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงท่าทีของพรรคกล้าธรรมในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉ