'เครือข่ายประชาชน' ยื่น "ผู้นำฝ่ายค้าน" เร่งรัดรัฐบาล บรรจุงบเด็ก-คนพิการ ถ้วนหน้า ลั่น เปลี่ยนมา 3 รมต. ยังไม่คืบ-เหมือนถูกหลอกไปเรื่อยๆ ด้าน "เท้ง" เชื่อ ปชช. มอง 'รัฐบาล' พาสวัสดิการถดถอย ซัด คัดกรองสิทธิซ้ำซ้อน พร้อมลุยรีดไขมันไม่จำเป็นออกเสริมสวัสดิการประชาชน
10 มิถุนายน 2569 - เมื่อเวลา 15.30 น. เครือข่ายภาคประชาชน ยื่นหนังสือถึงนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ให้เร่งรัดรัฐบาลดำเนินการตามข้อเสนอยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
โดย ตัวแทนภาคประชาชน กล่าวถึงเงินอุดหนุนเด็กล่วงหน้า ว่า ได้มีการตกลงมา 3 รัฐบาลแล้ว ชุดนี้เป็นชุดที่ 4 แต่ไม่คืบหน้า ซึ่งนโยบายนี้ใช้งบประมาณ 5,500 ล้านบาท ถือเป็นจำนวนเงินที่ไม่มาก แต่ทำให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กกว่า 3 ล้านคนในช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี หากได้รับเงินอุดหนุนถ้วนหน้า
ขณะเดียวกันยังได้ติดตามจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เรื่องเบี้ยความพิการ ซึ่งก่อนหน้านี้บอกว่าจะมีการปรับเงินจาก 800 บาทเป็น 1,000 บาท แต่เมื่อไปเช็คกระบวนการงบประมาณว่าจะได้รับเมื่อไหร่ปรากฏว่ายังไม่ได้ตั้งงบเรื่องเงินผู้พิการถ้วนหน้า จึงอยากฝากนายณัฐพงษ์ไปถามนายยศนันท์ วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะรองนายกที่กำกับดูแลกระทรวง พม. ว่า เงินคนพิการที่คณะกรรมการคนพิการได้ปรับขึ้นแล้ว จะได้เมื่อไหร่จะได้ในปีงบประมาณนี้หรือไม่อย่างไร
นอกจากนี้จะเห็นว่าอัตราการเกิดน้อยลงมาก จึงมีข้อเสนอเกี่ยวกับสตรีมีครรภ์ซึ่งมีการพิจารณาผ่านมา 3 รัฐมนตรีแล้ว และเห็นชอบเรื่องให้เงินสตรีที่ตั้งครรภ์ตั้งแต่ 5 - 9 เดือน เดือนละ 3,000 บาท รวมถึงเบี้ยผู้สูงอายุ ร่วมกับทางที่มีมติร่วมกับทางรัฐบาลที่ผ่านมา จาก 600-1,000 บาท เป็นอัตราเดียวกันคือ 1,000 บาททั้งหมด แต่ตอนนี้ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ จึงอยากฝากทางผู้นำฝ่ายค้าน ใช้กระบวนการนิติบัญญัติเร่งรัดหรือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาพูดคุยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ซึ่งใน 4 กลุ่มเป้าหมายที่ได้กล่าวไปข้างต้น จะทำให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของประชาชนมากกว่า 19 ล้านคนทันที ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตพลังงาน
ด้าน นางสุนี ไชยรส คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กศูนย์ถ้วนหน้า กล่าวเสริมว่า ภาคประชาชนเนื่องจากมีบทเรียนมาแล้วในเรื่องเงินอุดหนุนเด็ก ที่รัฐมนตรีหลายรัฐบาลออกมาพูดกันหลายคนแต่กลับไม่มีมติของคณะรัฐมนตรีที่จะรับรองว่าจะได้เงิน มีแต่บอกว่าให้รอ ซึ่งวันนี้ในส่วนของเงินอุดหนุนเด็กถ้วนหน้าครบรอบ 10 ปีแล้ว แต่ไม่ได้ถ้วนหน้าสักทีเพราะให้รอก่อน วันนี้แม้แต่งบประมาณรายจ่ายปี 70 ก็ดูเหมือนจะไม่ทันแล้วเพราะรัฐบาลไม่ได้บรรจุเข้าไป จึงเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีมีมติและจัดการ ให้เรื่องนี้เข้าไปอยู่ในร่างพ.ร.บ.งบปี 70 แต่หากพูดให้รอแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ทุกเครือข่ายที่มีเด็กเป็นแกนกลางก็จะรู้สึกว่ารัฐบาลหลอกเราหรือไม่ เพราะไม่ดำเนินการสักที เช่นเดียวกับเงินคนพิการที่แถลงนโยบายดีมาก แต่ตราบใดที่ไม่มีมติของคณะรัฐมนตรี อย่างชัดเจนว่าจะบรรจุในงบประมาณปี 70 ก็อาจจะไม่ทันอีก
ทั้งนี้ นางสุนี ยังกล่าวถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า ตราบใดที่มีการคัดกรองความจนก็จะเจอบรรยากาศแบบนี้ ที่คนควรจะได้ไม่ได้เงินสักที แล้วอะไรคือเงื่อนไขกฎเกณฑ์ที่จะพิสูจน์ระบบฐานข้อมูลของประเทศไทย ที่มันไม่ดี และไม่ชัดเพราะฉะนั้นก็จะมีผู้ตกหล่น เหมือนเด็ก 3 ล้านคนที่ตกหล่นถึง 34% ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นคนจน
ด้าน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนได้มีส่วนในการประชุมพร้อมกับทุกคน ซึ่งประเด็นที่สำคัญในตอนนี้ที่ได้มีการตั้งข้อสังเกตคือประชาชนกังวลว่าภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดนี้ อาจจะอยู่ในยุคที่มีความถดถอยทางด้านสวัสดิการของประชาชน ซึ่งสิ่งที่เรามองเห็นได้ชัดที่สุด นอกจากเรื่องของคำมั่นสัญญาหลายๆอย่างที่ประชาชนได้เข้าไปประชุมหารือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ประชุมแล้วประชุมอีกผลลัพธ์ก็ไม่เกิดขึ้น เช่น กรณีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เราเห็นว่า วิธีในการบริหารจัดการของรัฐบาล เวลาจะให้สวัสดิการอะไรสักอย่างต้องมีการจำกัดและสิทธิประโยชน์และคัดกรองหลายรอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ประชาชนต้องการ
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า พรรคประชาชนเราพยายามผลักดันที่จะให้สวัสดิการเป็นเกาะคุ้มกัน ไว้รองรับคนที่ล้มและให้กับสังคม ซึ่งพวกเราพร้อมที่จะใช้กลไกต่อจากนี้ในการผลักดันอย่างเต็มที่ที่สุด อย่างกรณีของงบปี 70 ยังไม่อยากให้ประชาชนทิ้งความหวัง ถ้ารัฐบาลมีการตั้งคำของบประมาณมาแล้วแต่ว่าอาจจะบรรจุอยู่ในร่าง พ.ร.บ. ที่ไม่เพียงพอ เราก็จะทำงานในกรรมมาธิการวิสามัญงบประมาณอย่างเต็มที่ในการรีดไขมันที่ไม่จำเป็นออก และพอที่จะตั้งงบบางส่วนเข้าไปเสริมสวัสดิการให้มั่นคงมากยิ่งขึ้นและเราก็พร้อมที่จะผลักดันต่อ พร้อมยืนยันว่าจะใช้กลไกทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการเสนอกฎหมายหรือช่องทางการพิจารณางบประมาณรวมถึงกลไกในชั้นกรรมาธิการที่จะผลักดันทุกอย่าง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผู้นำฝ่ายค้าน ฉะรัฐบาลฉวยวิกฤต กู้เงิน 4 แสนล้าน หวังเงินทอนให้บางพรรคในระบอบสีน้ำเงิน
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ อภิปรายเสนอญัตติว่า การใช้เงินกู้ตามพ.ร.ก.ดังกล่าวพบพิรุธในหลายประเด็น เช่น เงินกู้ส่วนที่ใช้เยียวยา วงเงิน 1.8หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในกองทุนประชารัฐสวัสดิการ
'ยศชนัน' เผยมติ กพช. เพิ่มเบี้ยคนพิการ จาก 800 เป็น 1,000 บาท ชงเข้าครม. เดือนนี้
“ยศชนัน”เตรียมชงครม.ไฟเขียว เพิ่มเบี้ยคนพิการเป็น 1,000 บาท- ทุ่มงบ 141 ล้านบาท ทำกายอุปกรณ์ผู้พิการ -เตรียมจ่ายค่าตอบแทนผู้ช่วยดูแลคนพิการ
'เท้ง' ไม่สนโดนขู่คว่ำร่างรธน.ฉบับปชน. เมินขอโทษ 'สว.' ซัดระบอบสีน้ำเงินผูกขาดประเทศมานาน
‘เท้ง’ ไม่รับปากขอโทษสว.ปมกล่าวหาระบอบสีน้ำเงิน บอกขอดูรายละเอียดการแถลงก่อน ยันไม่ได้บ่อนทำลายวุฒิสภา แค่มีเจตนาให้รัฐสภายึดโยง ปชช. รับ เอ็มโอเอ-ยกมือให้ ‘อนุทิน’ ในอดีตส่งผลต่อการเมืองในปัจจุบัน แต่ขอทุกคนมองไปข้างหน้า แก้ปัญหาต้นตอจัดทำรธน.ฉบับใหม่ เหตุประเทศอยู่ภายใต้ระบอบสีน้ำเงินที่กินรวบทั้งการเมือง-เศรษฐกิจ
'89 สว.' แถลงประณาม 'เท้ง' เลวร้ายที่สุด กล่าวหา 'ระบอบสีน้ำเงิน' ขีดเส้น 3 วัน ขอโทษ
'89 สว.' แถลงประณาม 'ณัฐพงษ์' กล่าวหาระบอบสีน้ำเงิน-มรดกรัฐประหาร ชี้พฤติกรรมเลวร้ายที่สุด จี้ขอโทษ ให้เวลา 3 วัน ยันสภาสูงไม่เคยอยู่ภายใต้อาณัติพรรคใด ย้อนถาม ปชน. มีเจตนาแก้รัฐธรรมนูญจริงหรือไม่
ผู้นำฝ่ายค้าน กระทุ้งประธานสภาฯ ให้วางตัวเป็นกลาง อย่าขวางตรวจสอบ พรก.กู้เงิน
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่าต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาทก่อนจึงจะบรรจุญัตติได้ พร้อมระบุว่าการที่พรรคประชาชนเสนอตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามการใช้เงิน ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ฝ่ายบริหารยังไม่ได้ใช้เงินนั้น
คปท.ยื่นหนังสือผู้นำฝ่ายค้านตั้งคณะไต่สวนอิสระสอบ ป.ป.ช.ปล่อยผี 'ศักดิ์สยาม'
คปท.ยื่นหนังสือ 'ผู้นำฝ่ายค้าน' ยื่นปธ.สภา ส่งศาลฎีกา ตั้งคณะไต่สวนอิสระสอบ ป.ป.ช. ปมยกคำร้อง 'ศักดิ์สยาม' ด้าน 'ปชน.' คาดยื่นต้นมิ.ย. ขณะที่ประชาธิปัตย์-ไทยภักดี-เสรีรวมไทย ประกาศพร้อมหนุน

