รัฐบาล ผนึกกำลังภาคเอกชนระดับโลก ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ชีวภาพภูมิภาค

23 มิ.ย.2569-นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบสาธารณสุขควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานความรู้ โดยสนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรมระดับโลก เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพของภูมิภาค” (Regional Hub) และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

รองโฆษกฯ กล่าวว่า นายพัฒนาพร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เป็นประธานและกล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุมวิสามัญสมาชิกสมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ (PReMA) โดยย้ำถึงบทบาทสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและอุตสาหกรรมยาในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการแพทย์ การวิจัย และการเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพสำหรับประชาชน

นางสาวลลิดา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้นำเสนอแนวทาง “MOPH PLUS+” ซึ่งมุ่งเปลี่ยนมุมมองด้านสาธารณสุขจากการเป็นภาระค่าใช้จ่ายของประเทศ สู่การเป็นภาคส่วนที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (Value-based Transformation) ผ่านการพัฒนาระบบนิเวศด้านสุขภาพที่เข้มแข็ง ส่งเสริมการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เทคโนโลยีการแพทย์ และอุตสาหกรรมสุขภาพแห่งอนาคต

รองโฆษกฯ ระบุว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนความร่วมมือกับภาคเอกชนในหลากหลายด้าน ทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยี การวิจัยทางคลินิก การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลด้านสุขภาพ (Digital Health) ตลอดจนการเตรียมความพร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่ เพื่อให้ประชาชนไทยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมและความก้าวหน้าทางการแพทย์ระดับโลกได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการลงทุนใน “ทุนมนุษย์” โดยมุ่งพัฒนานักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย บุคลากรทางการแพทย์ และแรงงานทักษะสูง เพื่อรองรับอุตสาหกรรมสุขภาพสมัยใหม่ สร้างงานคุณภาพ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในเศรษฐกิจโลกที่ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม

“รัฐบาลเชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรมยา ภาคการวิจัย และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จะเป็นพลังสำคัญในการยกระดับระบบสุขภาพไทย สร้างผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ดีขึ้นให้ประชาชน พร้อมต่อยอดสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รองโฆษกรัฐบาล สวน 'กรณ์' ตอบคำถาม 4 ข้อให้ได้ หลังแนะลดภาษีน้ำมันดีกว่าแจกเงิน

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอของนายกรณ์ จาติกวณิช ที่เสนอให้นำงบประมาณสำหรับต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ไปใช้ลดภาษีน้ำมันดีเซลว่า รัฐบาลรับฟังข้อเสนอ และเห็นตรงกันว่าดีเซลเป็นต้นทุนสำคัญของระบบเศรษฐกิจ ทั้งภาคขนส่ง เกษตร ประมง และการผลิต แต่การพิจารณามาตรการจำเป็นต้องมองให้ครบกว่าผลที่เกิดขึ้นเฉพาะราคาหน้าปั๊ม

รัฐบาลเปิดไทม์ไลน์มาตรการอุ้ม 'ดีเซล' ราคาต่ำกว่ามาเลย์-อินโดฯ

รัฐบาลเปิดลำดับมาตรการพยุงดีเซลปี 69 ลดราคา ณ โรงกลั่นหลายระลอก ใช้กองทุนน้ำมันลดแรงกระแทก ชี้ดีเซลไทยต่ำกว่าราคาตลาดทั่วไปมาเลเซีย–อินโดนีเซีย

รัฐบาล โชว์ยอดสินค้าไทยช่วยไทย 6 ครั้ง เงินหมุนเวียน 86 ล้าน ลดค่าครองชีพกว่า 15 ล้านบาท

รัฐบาลเดินหน้าบรรเทาค่าครองชีพประชาชน ขับเคลื่อนกิจกรรมจำหน่ายสินค้า ‘ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ’ อย่างต่อเนื่อง ผลการดำเนินการตลอด 6 ครั้ง สร้างเงินหมุนเวียนกว่า 86 ล้านบาท ช่วยลดค่าครองชีพกว่า 15 ล้านบาท