กู้ภาพประเทศ ยึด Zero Trust ยกระดับมาตรการท่าอากาศยาน

โฆษกรบ. แจงนโยบายปราบยาเสพติด ยกระดับการทำงานต่อเนื่องทั้งการจับกุม ป้องกัน บำบัด ยึด Zero Trust ยกระดับมาตรการท่าอากาศยานและความปลอดภัย

5 ก.ค.2569 –  นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการปราบปรามยาเสพติดในฐานะภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ โดยปัจจุบันเครือข่ายยาเสพติดมีการเชื่อมโยงกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ใช้รูปแบบการลักลอบที่ซับซ้อนมากขึ้น และพยายามอาศัยช่องทางการคมนาคม การขนส่ง และเครือข่ายระหว่างประเทศในการกระทำความผิด รัฐบาลจึงได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการข่าว การบังคับใช้กฎหมาย การรักษาความมั่นคงชายแดน และความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อปิดทุกช่องทางของเครือข่ายยาเสพติดและป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางหรือฐานปฏิบัติการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

นางสาวรัชดา กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ “ปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด” ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดเป็นนโยบายสำคัญในการประกาศศัตรูกับนักค้ายาเสพติดและขุดรากถอนโคนเครือข่ายอย่างเด็ดขาด โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานจัดทำแผนปฏิบัติการที่เชื่อมโยงและสอดคล้องกันในทุกระดับ ตั้งแต่อำเภอ จังหวัด กระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การทำงานเป็นระบบเดียวกันและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

แผนปฏิบัติการครอบคลุม 7 ด้าน ได้แก่ การยกระดับความร่วมมือกับต่างประเทศ การเสริมความมั่นคงชายแดน การปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติดและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง การลดผลกระทบต่อประชาชน การแก้ไขปัญหาผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติด การดำเนินนโยบาย “1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัด” และการสร้างสังคมปลอดภัยจากยาเสพติด

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2569 สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มข้นของการบูรณาการทำงานระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ป.ป.ส. กระทรวงมหาดไทย กองทัพ ศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดได้ 16,419 เครือข่าย จับกุมผู้กระทำความผิด 203,637 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.36 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  ตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 997 ล้านเม็ด เพิ่มขึ้น 33 ล้านเม็ด ไอซ์ 39.4 ตัน เพิ่มขึ้น 3.8 ตันพร้อมยาอีและเคตามีนอีกเป็นจำนวนมาก 

รวมทั้งยึดและอายัดทรัพย์สินจากคดียาเสพติดได้แล้วกว่า 7,677 ล้านบาท สะท้อนการตัดวงจรทางการเงินของเครือข่ายค้ายาเสพติดควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นอกจากการปราบปรามแล้ว รัฐบาลยังเดินหน้าการป้องกันและบำบัดผู้ติดยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดแล้ว 40,440 คน ขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับ 2,970 ชุมชน และดำเนินโครงการตำรวจประสานโรงเรียนในสถานศึกษากว่า 1,537 แห่ง คัดกรองนักเรียนกว่า 1.12 ล้านคน เพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยงและให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที รวมทั้งโครงการครูตำรวจแดร์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยยาเสพติดแก่เยาวชนกว่า 252,427 คน

นางสาวรัชดา กล่าวอีกว่า  กรณีที่เกิดขึ้นกับพนักงานต้อนรับสายการบินสะท้อนให้เห็นว่า ขบวนการค้ายาเสพติดมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการกระทำความผิดอยู่ตลอดเวลา รัฐบาลจึงต้องปรับมาตรการให้เท่าทัน โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ หน่วยงานด้านการบินและหน่วยงานความมั่นคง ทบทวนและยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในท่าอากาศยาน โดยยึดหลัก Zero Trust หรือการตรวจสอบตามมาตรฐานเดียวกันกับทุกคน เพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจถูกใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย

“การปราบปราบปรามยาเสพติดคือวาระแห่งชาติ รัฐบาลมุ่งมั่นปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตัดวงจรเครือข่าย การยึดทรัพย์ผู้กระทำผิด การบำบัดผู้เสพ การสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชน และการยกระดับความร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่ปลอดภัยจากยาเสพติด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนานาประเทศ” นางสาวรัชดา กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ชวนธุรกิจออสเตรเลีย ลงทุนไทย ชู 5 อุตสาหกรรมต่อยอดหุ้นส่วนเศรษฐกิจ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาในงาน “Thailand–Australia Investment and Business Partnership Reception” หัวข้อ “Thailand and Australia, A Strategic Partnership for Growth” โดยมีผู้แทนภาครัฐและภาคธุรกิจของไทยและออสเตรเลียเข้าร่วม

'นิพิฏฐ์' จับพิรุธ 3 จุด! ปมค้นรถนายกฯ ชวนสงสัยเกิดอะไรขึ้น

อดีต สส.พัทลุง ตั้งข้อสังเกตคลิปตำรวจตรวจค้นรถ “อนุทิน” ที่บุรีรัมย์ ไล่ตั้งแต่ตำแหน่งที่นั่ง ไปจนถึงไร้ผู้ติดตาม-คนนั่งข้างคนขับ ก่อนสรุปสั้น ๆ ว่า “เป็นละคร”

'อนุทิน' โชว์วิชั่นบนเวที Lowy เมื่อโลกแบ่งขั้ว ไทยไม่เลือกข้าง แต่ต้องมีทางเลือก

วันที่ 18 สิงหาคม เวลา 10.20 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครซิดนีย์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแล

'อนุทิน' ขนทัพนักธุรกิจไทยชั้นนำ 21 ราย ปลุกลงทุนร่วม จัดเวทีใหญ่จีบ 53 บิ๊กธุรกิจออสเตรเลีย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากประเทศออสเตรเลียว่า ในช่วงเวลา 16.00 น. (ตามเวลาที่นครซิดนีย์เร็วกว่าเวลาที่ประเทศไทย 3 ชั่วโมง) นายอนุทิน ชาญ

'อนุทิน–เอกนิติ' ยังไม่พอใจเศรษฐกิจไทยโต 2.2% เพราะอยากให้โตกว่านี้

ที่ออสเตรเลีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้สั