ศาลไม่ให้ประกัน 'โค้ชเจมส์' นอนคุก! เปิดพฤติการณ์คดีซื้อขายเงิน Forex

16 กรกฎาคม 2569 - เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษนำตัว นายธีรพงษ์ หรือโค้ชเจมส์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 4028/2569 ลงวันที่ 13 ก.ค.69 คดีหลอกลงทุนเทรดเงินตราต่างประเทศ Forex ไปฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญา ในความผิดฐาน “ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต

พฤติการณ์แห่งคดีคือ มีการร้องเรียนต่อรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรมว่า มีกลุ่มบุคคลทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมกันดำเนินธุรกิจชักชวนลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศ เช่น QRS Global, HFM และ Vantage โดยอาศัยเครือข่ายผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) และสื่อสังคมออนไลน์ของ “โค้ชเจมส์สอนเทรดสั้น” ในการโฆษณาและชักชวนให้ประชาชนเปิดบัญชีและลงทุน ทั้งที่การประกอบธุรกิจดังกล่าวต้องได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายไทย ต่อมาผู้เสียหายรายหนึ่งระบุว่าได้หลงเชื่อคำโฆษณาของ Super Bullish ว่าสามารถสร้างผลกำไรสูง จึงเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ HFM และทยอยโอนเงินลงทุนรวมประมาณ 970,500 บาท แต่ได้รับผลตอบแทนเพียง 12,759 บาท ทำให้ได้รับความเสียหายประมาณ 957,726 บาท นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึง บริษัท ซุปเปอร์ บูลลิช จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจอบรมและให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายชักชวนให้ลงทุนผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต

พนักงานสอบสวนมีพยานหลักฐานว่า บริษัท ซุปเปอร์ บูลลิช จำกัด ประกอบกิจการเป็นผู้แนะนำโบรกเกอร์ HFM โดยที่ทั้งบริษัทและโบรกเกอร์ HFM ไม่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. มีการจัดสัมมนา อบรม และทำการตลาดร่วมกัน เช่น แคมเปญ SUPERBULLISH x HFM และงาน Exclusive Dinner รวมถึงแสดงผลการเทรดและใช้ภาพลักษณ์หรูหราเพื่อชักชวนให้ประชาชนลงทุนซื้อขายสินทรัพย์ โดยเฉพาะการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) ด้วยการโฆษณาว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง จากการสอบสวนพบว่าในช่วงประมาณ 3 ปี (พ.ศ. 2566–2568) มีการรับโอนเงินผ่านผู้ให้บริการเพย์เมนต์กว่า 27 ล้านบาท ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก และพฤติการณ์ของบริษัท นายธีรพงษ์ และพวกกรณีร่วมชักชวนให้ลงทุนแลกเปลี่ยนสินทรัพย์จะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนซึ่งอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวสูงกว่าที่อัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินพึงจะจ่ายได้ โดยมีเงินหมุนเวียน 15,000 ล้านบาท

พนักงานสอบสวนค้านการปล่อยชั่วคราวเนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

ศาลอาญาอนุญาตให้ฝากขังได้

ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังแล้ว นายธีรพงษ์ ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขังนี้

โดยศาลอาญา มีคำสั่งว่าพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ข้อกล่าวหามีลักษณะร่วมกันกระทำความผิดเป็นกระบวนการ โดยแบ่งหน้าที่กันทำ มูลค่าความเสียหายมีจำนวนสูงส่งผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจในวงกว้าง เมื่อพิจารณาประกอบข้อคัดค้านของพนักงานสอบสวนและผู้เสียหายแล้วมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างสอบสวน ให้ยกคำร้อง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวนายธีรพงษ์ไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทนายอั๋น' ฟ้องแล้ว! 'รมว.ยธ.' หมิ่นฯ ขุดประวัติบุพการี จ่อยื่นถอดถอนซ้ำ

'ทนายอั๋น' เดือด! เปิดหน้าชน ยื่นฟ้อง 'รมว.รุทธพล' หมิ่นประมาท ปมขุดประวัติบุพการี ศาลอาญานัดไต่สวนมูลฟ้อง 30 พ.ย. 69 เตรียมยื่นถอดถอนผิดมาตรฐานจริยธรรม

‘เรืองไกร’ ร้องนายกฯสั่งDSI สอบ ‘สส.สมชาติ’ เลิกบริษัทหนีตรวจสอบนอมินี

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจด้วยการสั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ประธาน กมธ.ปปช. ปูดบิ๊กดีเอสไอ ยศ 'พ.ต.ท.' โยง 'นายกเฮง' โกงสอบท้องถิ่น

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ในรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ถึงกรณีที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุม นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “ผู้ใหญ่เฮง” อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไท