รมว.กลาโหม ลงพื้นที่นราธิวาส สั่งเร่งจับผู้ก่อเหตุอย่างเด็ดขาด

รมว.กลาโหม พร้อม เสธ.ทบ. ลงพื้นที่นราธิวาส ติดตามสถานการณ์เหตุความไม่สงบ ย้ำเร่งจับผู้ก่อเหตุอย่างเด็ดขาด ดูแลกำลังพลและประชาชนเต็มกำลัง พร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและสมเกียรติ

25 กรกฎาคม 2569 - พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามสถานการณ์ความมั่นคงภายหลังเหตุคนร้ายก่อเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ให้การต้อนรับ พร้อมนำคณะรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์และตรวจเยี่ยมพื้นที่ปฏิบัติการ

คณะได้รับฟังการบรรยายสรุปจากกองบังคับการกองกำลังเฉพาะกิจที่ 45 ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณ จุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อรับทราบข้อเท็จจริง สภาพพื้นที่ และผลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ พร้อมติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนและการติดตามผู้ก่อเหตุ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเน้นย้ำว่า พฤติการณ์ของคนร้ายครั้งนี้เป็นการวางแผนก่อเหตุโดยมุ่งหมายทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหาร และไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งสะท้อนถึงการกระทำที่อุกอาจและไร้มนุษยธรรม จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานด้านความมั่นคงบูรณาการการปฏิบัติอย่างเต็มกำลัง ทั้งด้านข่าวกรอง การสืบสวนสอบสวน และการปฏิบัติการ เพื่อเร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุและผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ให้ได้โดยเร็วและเด็ดขาด พร้อมยกระดับมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีก

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้พบปะและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ทั้งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ผู้สูงอายุ สตรี และเยาวชน พร้อมรับฟังความเดือดร้อนและข้อเสนอแนะจากประชาชนอย่างใกล้ชิด รวมทั้งได้พบครอบครัวของ เด็กชายฮาบี๊บ หินะ อายุ 10 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ ซึ่งยังคงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลระแงะ โดยยืนยันว่ารัฐบาลและกระทรวงกลาโหมจะดูแลผู้ได้รับผลกระทบทุกคนอย่างเต็มที่ พร้อมเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นและสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลระแงะ เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจเด็กชายฮาบี๊บ หินะ และครอบครัว พร้อมติดตามอาการรักษาอย่างใกล้ชิด โดยได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยากำลังพล ครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ อย่างรวดเร็ว ครบถ้วน และสมเกียรติ ทั้งด้านการรักษาพยาบาล การเยียวยา และสิทธิประโยชน์ตามระเบียบของทางราชการ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่และครอบครัวผู้เสียสละ

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมจะสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยความมั่นคงในทุกมิติ ทั้งด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ ข่าวกรอง และการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยและป้องกันเหตุ พร้อมยืนยันว่า ผู้ก่อเหตุทุกคนจะต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะที่ผู้เสียสละ ผู้ได้รับบาดเจ็บ และครอบครัว จะต้องได้รับการดูแลและเยียวยาอย่างดีที่สุดและสมเกียรติ

ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจในจังหวัดนราธิวาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะได้เดินทางต่อไปยัง วัดพนม อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมและแสดงความอาลัยต่อ จ่าสิบเอก ธีรยุทธ โสมะเกิด ทหารกล้าผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ พร้อมพบปะให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย โดยยืนยันว่ากระทรวงกลาโหมจะยืนหยัดเคียงข้างกำลังพล ครอบครัวผู้เสียสละ และประชาชน พร้อมเดินหน้าปฏิบัติภารกิจเพื่อรักษาความมั่นคง ความปลอดภัย และความสงบสุขของประเทศอย่างเต็มกำลัง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปิดฉาก 5 จังหวัดชายแดนใต้! พว. ปักธงสงขลา พลิกการศึกษาไทยทั้งระบบ ตั้งเป้า 5 ปี ก่อนขยาย GPAS 5 Steps สู่เอเชีย

สงขลา จังหวัดสุดท้ายของภารกิจพลิกโฉมการศึกษาชายแดนใต้! กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ผนึกเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ปิดท้ายการขับเคลื่อน Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมประกาศเป้าหมายยกระดับคุณภาพการเรียนรู้จากห้องเรียนสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ ก่อนต่อยอดองค์ความรู้สู่ระดับนานาชาติ

ยะลาพลิกโฉมการศึกษา! ปั้นนักคิดรุ่นใหม่ ตอบโจทย์ PISA ต่อยอดเศรษฐกิจชายแดนใต้

เดินหน้าสู่วันที่ 4 ที่จังหวัดยะลา กับภารกิจพลิกโฉมการศึกษาชายแดนใต้ สร้างนักคิดและนักนวัตกรรุ่นใหม่ ต่อยอดทรัพยากรท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจอนาคต ขณะที่ ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ชู Active Learning GPAS 5 Steps เป็นเครื่องมือยกระดับทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กไทย ตอบโจทย์ผลประเมิน PISA ด้านเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามขานรับ พร้อมเปลี่ยนวิธีสอน สร้างโอกาสการเรียนรู้ให้เด็กชายแดนใต้

'อนุทิน' ถก สมช. แก้ชายแดนใต้ สั่งหน่วยงานทบทวนจุดอ่อน ลดความซ้ำซ้อน

นายกฯอนุทิน เอาจริงแก้ปัญหาชายแดนใต้ สั่งทุกหน่วยงานทบทวนจุดอ่อน ลดความซ้ำซ้อน บูรณาการทำงานเป็นเอกภาพ ย้ำความปลอดภัยประชาชนต้องมาก่อน เดินหน้าพูดคุยสันติสุข ไม่ยอมรับความรุนแรง

'อนุทิน' สักการะศาลหลักเมือง เอาฤกษ์เอาชัยก่อนลุยศึกซักฟอก

"อนุทิน" สักการะศาลหลักเมือง "เอาฤกษ์-เอาชัย" ก่อนศึกซักฟอกเข้ากลาโหม สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกินข้าวกับ "บิ๊กดุลย์" ขอบคุณกองทัพช่วยประชาชนฟื้นฟูช่วงน้ำท่วม

'บิ๊กดุลย์' ท้าซักฟอกด้วยข้อเท็จจริง อย่าใส่ร้ายป้ายสี ไม่หวั่นถูกโยงสัมพันธ์ 'เนวิน'

พล.ท.อดุลย์​ บุญธรรม​เจริญ​ รมว.​กลาโหม​ กล่าวถึงการตั้งคณะทำงาน​รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม​ โดยมี พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี​ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย - กัมพูชาหรือ JIC  เป็นประธานคณะทำงานเพื่อรับมือศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ​ว่า

ตั้ง 'พล.อ.อ.ประภาส' นั่งหัวหน้าคณะทำงาน รมว.กลาโหม ชุดใหม่ คุมศูนย์ข้อมูลชายแดนไทย-กัมพูชา ต่อ

พล.อ.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงนามคำสั่งกระทรวงกลาโหมแต่งตั้งคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมชุดใหม่ เพื่อให้การบริหารราชการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ตลอดจนขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงกลาโหมให้บรรลุผลตามเป้าหมาย โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 5 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2553 พร้อมยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานชุดเดิม และให้ใช้คำสั่งฉบับใหม่แทน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป