'กล้าธรรม'อะไหล่แท้

เอาทุกทาง...

เรื่อง นิรโทษฯ และโหวตญัตติซักฟอก แบ่งเป็น ๒ ประเด็นครับ

ประเด็นแรก “ทักษิณ ชินวัตร” มอบหมายให้ทนายความยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เพื่อส่งต่อไปยัง “ปกรณ์ นิลประพันธ์” ประธานคณะกรรมการฯ ขอให้พิจารณาวินิจฉัยสิทธิได้รับการนิรโทษกรรมและพ้นจากความรับผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.๒๕๖๙ เพื่อล้างมลทินในคดีที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองนั่นเป็นเรื่องจริง

ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างขั้นตอนของคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรอง ที่มี “ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร” ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน

ประเด็นที่สอง “ทักษิณ” ยื่นเงื่อนไข แลกเสียงโหวตของพรรคเพื่อไทยในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจกับการพ้นมลทินจากคดีความต่างๆ รวมทั้งอาจได้เงินนับหมื่นล้านบาทคืน

ประเด็นหลังถ้าเป็นเรื่องจริง ถือว่าเลวทรามมากครับ

นอกจากเป็นการทำลายระบบการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ยังเป็นการจุดชนวนให้นำไปสู่การล้มรัฐบาลอนุทินในอนาคตอีกด้วย

เพราะหากการโหวตเสียงในสภาเป็นไปตามเงื่อนไขฟอกตัวของ “ทักษิณ” รัฐบาลก็ไม่สมควรอยู่บริหารประเทศอีกต่อไป

ตอบไม่ได้ครับว่าเรื่องนี้จริงหรือเท็จ เพราะ “ทักษิณ” ในอดีตเคยใช้ดีลการเมืองอย่างโชกโชน

หากจะบอกว่ามีมูลก็วิเคราะห์ได้จากการที่พรรคประชาชนปูทางไว้ตั้งแต่แรก

เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับพรรคส้ม

เกี่ยวครับ เกี่ยวมากด้วย

การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวน ๑๘ ราย โดยทั้งหมดเป็นรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย เห็นรายชื่อแบบนี้ ก็รู้แล้วว่ามี “ลับ ลวง พราง”

พรรคส้มคงไม่ได้รับงาน “ทักษิณ”

เช่นเดียวกัน “ทักษิณ” คงสั่งการพรรคส้มไม่ได้

แต่เป้าหมายคล้ายกัน

สำหรับการเมืองมีความเป็นไปได้ในความเป็นไม่ไปได้มากมายเหลือเกินครับ

อยู่ที่ห้วงเวลาว่า ณ ขณะนั้น ใครสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้

พรรคส้มมีความคาดหวังว่า พรรคเพื่อไทยอาจโหวตสวน

โดยเฉพาะประเด็นฮั้ว สว.

หากการซักฟอกประเด็นนี้ลึกพอที่จะโยงได้ชัดเจนว่า รัฐมนตรีหลายคนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง มีการนำหลักฐานที่เรียกว่า “ใบเสร็จ” ไปโชว์กลางสภา ก็เป็นไปได้ว่าพรรคเพื่อไทยอาจทานกระแสไม่ไหว 

เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นผู้เปิดมาตั้งแต่แรก

 ขณะที่ “ทักษิณ” วางหมากซ้อนเข้าไปอีกที ด้วยเงื่อนไขเดียวกัน

หากมันชัดเจนขนาดมีใบเสร็จยืนยัน อำนาจต่อรองของ “ทักษิณ” ก็จะสูงขึ้นมาในทันที

เรื่องคล้ายกันนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต

นั่นคือสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย

โดยฝีมือของกลุ่ม ๑๖ จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจประเด็น ส.ป.ก.๔-๐๑ รวมถึงดรามาปล่อยกระจงในสวนยางพารา

กลุ่ม ๑๖ ในขณะนั้นเป็นกลุ่มนักการเมืองรุ่นใหม่จากหลายพรรครวมกัน ได้สร้างอิทธิพลทางการเมืองสูงมากจนสามารถชี้เป็นชี้ตายรัฐบาลได้

มีใครบ้าง 

สมาชิกมาจาก ๓ พรรคการเมืองหลัก

พรรคชาติพัฒนา สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ ซึ่งอาวุโสกว่าใคร เป็นหัวหน้ากลุ่ม, ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา (เสียชีวิตแล้ว), จำลอง ครุฑขุนทด สส.นครราชสีมา, ประวัฒน์ อุตตะโมช ส.ส.จันทบุรี

พรรคชาติไทย เนวิน ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์, สุชาติ ตันเจริญ สส.ฉะเชิงเทรา, สนธยา คุณปลื้ม สส.ชลบุรี, วิทยา คุณปลื้ม สส.ชลบุรี, ธานี ยี่สาร สส.เพชรบุรี, สรอรรถ กลิ่นประทุม สส.ราชบุรี, ชูชาติ หาญสวัสดิ์ สส.ปทุมธานี, วราเทพ รัตนากร สส.กำแพงเพชร, ยงยศ อรุณเวสสะเศรษฐ สส.ระยอง (เสียชีวิตแล้ว), ทรงศักดิ์ ทองศรี สส.บุรีรัมย์, เกษม รุ่งธนเกียรติ สส.สุรินทร์

และพรรคพลังธรรม อุดมเดช รัตนเสถียร สส.นนทบุรี เป็นต้น

ปัจจุบันบางคนยังมีอิทธิทางการเมืองสูงทั้งในพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย บางคนส่งต่อมายังลูกหลาน

เดือนพฤษภาคม ๒๕๓๘ พรรคฝ่ายค้าน นำโดย “บรรหาร ศิลปอาชา” หัวหน้าพรรคชาติไทย ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลชวน

พุ่งเป้าไปที่การจัดสรรเอกสารสิทธิที่ดิน ส.ป.ก.๔-๐๑ ที่จังหวัดภูเก็ต ขณะนั้นเป็นพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์

ใช้เวลาอภิปรายแค่ ๒ วัน คือวันที่ ๑๗-๑๘ พฤษภาคม

กลุ่ม ๑๖ ได้สร้างตำนานปล่อยกระจงในสวนยางพารา

ทำให้ชื่อเสียงของกลุ่ม ๑๖ ในขณะนั้น โดยเฉพาะ “เนวิน ชิดชอบ” กับ “ไพโรจน์ สุวรรณฉวี” ดังกระฉ่อนไปทั่วฟ้าเมืองไทย

กลุ่ม ๑๖ นำทัพสื่อมวลชนไปพิสูจน์ที่ดิน ส.ป.ก.4-01 ที่ภูเก็ต ที่รัฐบาลในขณะนั้นอ้างว่า ที่ดินที่นำไปแจกจ่ายให้กับกลุ่มเศรษฐีและนายทุนเป็น "ป่าเสื่อมโทรม"

ระหว่างลงพื้นที่ นักการเมืองในกลุ่ม ๑๖ ได้ปล่อยกระจง อ้างว่าปล่อยคืนธรรมชาติ เป็นการประชดประชันรัฐบาลที่ระบุว่าเป็นป่าเสื่อมโทรม

ขณะที่รัฐบาลโวยว่าเป็นการจัดฉาก เพราะเป็นการปล่อยกระจงในสวนยางพารา ไม่ใช่ป่าแต่อย่างใด

นั่นคือสีสันการเมือง แต่สุดท้ายนำไปสู่การเปลี่ยนรัฐบาล

หลังการอภิปรายเสร็จสิ้น พรรคพลังธรรม นำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เรียกประชุมด่วนเพื่อแสดงท่าที

ปรากฏว่าพรรคพลังธรรมมีมติ “งดออกเสียง”

รวมทั้งให้รัฐมนตรีของพรรคพลังธรรมลาออก!

เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ “นายกฯ ชวน” จึงตัดสินใจยุบสภา!

หลังจากนั้นพรรคพลังธรรมเปลี่ยนหัวหน้าพรรคเป็น “ทักษิณ”

มาครั้งนี้ยังพอมีตัวละครเดิมๆ หลงเหลืออยู่ และล้วนยังมีอิทธิพลทางการเมืองสูง

การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ๑๘ รัฐมนตรีพรรคภูมิใจ อาจเรียกได้ว่าเป็นระเบิดเวลาที่ถูกวางไว้โดยพรรคประชาชน

สถานการณ์ระหว่างวันที่ ๗-๑๑ ธันวาคม จึงออกได้หลายหน้า

หากส้มฆ่าน้ำเงินไม่ตาย รัฐบาลอนุทินบริหารประเทศต่อไป

หากน้ำเงินร่อแร่ จะถูกรุมกินโต๊ะ

แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่มีพรรคกล้าธรรมเข้ามาอยู่ในสมการ

เพราะนี่คืออะไหล่แท้ ไม่ใช่อะไหล่เทียบ

และนี่คือความต่างมหาศาลระหว่างรัฐบาลชวนในอดีตกับรัฐบาลอนุทิน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เขาเตือนอะไรกัน

หลายวันมานี้รัฐบาลแถวๆ ยุโรป ออกคำเตือน บ้างก็ว่าเป็นคำแนะนำให้ประชาชน กักตุนอาหาร น้ำดื่ม ของใช้ที่จำเป็น แต่ไม่มีรัฐบาลประเทศไหนบอกตรงๆ ว่าเตือนเรื่องอะไร

เอ็งชั่วข้าเลว!

เรียบร้อยครับ... บ่ายวานนี้ (๒๙ ตุลาคม) นายกฯ อนุทินส่งทนายความแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ เอาผิดกับ นายชัยรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ ๒๖ ปี เจ้าของเพจ "Godd Dam" และ ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

๕๑ ชั่วโมงโค่นรัฐบาล

ลงตัวซะที วิป ๓ ฝ่าย อันมี คณะรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน เคาะวันอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันที่ ๗-๑๑ ธันวาคม ๔+๑ คืออภิปราย ๔ วัน ลงมติ ๑ วัน

'ปลอมในปลอม'

ยังเงียบอยู่ครับ "ไอซ์ รักชนก ศรีนอก" ยังไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ กับการแชร์ข่าวปลอม นึกถึงวันที่ "ไอซ์" จี้ให้คนอื่นแสดงความรับผิดชอบ

บันเทิงธิปไตยจริงๆ

งับกันไปเต็มๆ มันมีคนอยู่ ๒ ประเภทครับ คือไม่รู้ ความไม่รู้มันมีหลายแบบ ไม่รู้เพราะไม่รู้จริงๆ ศักยภาพทางสมองทำให้เป็นเช่นนั้น

ชักเย่อ-ซักฟอก

ตกลงรัฐบาลจะถูกซักฟอกมั้ยครับ? นี่...ถามจริงๆ เพราะเห็นยังตกลงกันไม่ได้ ว่าจะอภิปรายกันวันไหน ใช้เวลาเท่าไหร่ ยิ่ง นายกฯ อนุทิน ออกมาบอกว่าหาวันอภิปรายยาก! อะไรๆ สำหรับฝ่ายค้านตอนนี้จึงดูยากไปหมด