ศาลไขข้อสงสัยเงิน 3.67 หมื่นล้าน แจงที่มา-เหตุยอดพุ่ง

สำนักงานศาลยุติธรรมชี้แจงตัวเลขเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 36,700 ล้านบาท ย้ำไม่ใช่เงินที่นำไปใช้บริหารได้ตามใจ แต่มีภาระผูกพันตามกฎหมาย พร้อมเปิดสาเหตุปี 2568 ตัวเลขเพิ่มสูงขึ้น หลัง กมธ.รับฟังคำชี้แจงและไม่ติดใจ

18 สิงหาคม 2569 - เพจ “สื่อศาล” ซึ่งเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ข้อมูลของสำนักงานศาลยุติธรรม เผยแพร่คำชี้แจงกรณีตัวเลขเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 36,700 ล้านบาท ที่สำนักงานศาลยุติธรรมได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯ หลังเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับที่มาและสถานะของเงินจำนวนดังกล่าว

สำนักงานศาลยุติธรรมระบุว่า เงิน 36,700 ล้านบาทที่ปรากฏอยู่ในงบการเงิน ไม่ใช่เงินรายรับที่สำนักงานศาลยุติธรรมสามารถนำไปใช้ในการบริหารราชการได้ แต่เป็นเงินที่มีที่มาและภาระผูกพันตามกฎหมาย ซึ่งต้องรอนำส่งคลัง คืนให้แก่คู่ความ หรือจ่ายตามภารกิจเฉพาะ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก

ส่วนแรก เป็นเงินฝากสถาบันการเงินและเงินฝากระยะสั้นประมาณ 27,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่มีภาระผูกพันและรอนำส่งหรือรอจ่าย ประกอบด้วย เงินค่าธรรมเนียมศาลและค่าปรับ 907 ล้านบาท ซึ่งรอนำส่งคลังในช่วงสิ้นปีงบประมาณจากศาลกว่า 280 แห่งทั่วประเทศ และเงินรับฝากค่าปรับผู้ประกันกว่า 51 ล้านบาท ซึ่งรอนำส่งคลังเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีเงินรับฝากเงินกลางกว่า 14,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่มีมูลค่าสูงที่สุด โดยเป็นเงินที่คู่ความหรือบุคคลภายนอกนำมาวางไว้ต่อศาลตามกฎหมายวิธีพิจารณาความ เช่น เงินประกันตัว และเงินวางทรัพย์เพื่อชำระหนี้ ซึ่งศาลมีภาระต้องคืนหรือจ่ายให้แก่ผู้มีสิทธิตามผลของคดี

ขณะเดียวกัน มีเงินฝากสำหรับส่งคำคู่ความ 437 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่คู่ความวางไว้สำหรับการส่งเอกสารทั่วประเทศ เงินรับฝากค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการกว่า 43 ล้านบาท และเงินค่าใช้จ่ายอนุญาโตตุลาการกว่า 11 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นเงินที่รอการจ่ายตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด

ส่วนที่สอง เป็นเงินที่นำไปฝากคลังไว้ เพื่อใช้จ่ายตามภารกิจเฉพาะ ประกอบด้วย เงินประกันสัญญา 195 ล้านบาท ซึ่งตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างมีภาระผูกพันต้องคืนหลักประกันเมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติตามสัญญาครบถ้วน เงินค่าธรรมเนียมศาลกว่า 9,000 ล้านบาท และเงินค่าใช้จ่ายในการบังคับคดี 253 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีเงินฝากเพื่อบูรณะทรัพย์สินกว่า 93,000 บาท และเงินฝากค่าธรรมเนียมสอบแข่งขัน 489,000 บาท

สำหรับข้อสงสัยว่าเหตุใดตัวเลขในงบการเงินปี 2568 จึงสูงกว่าปี 2567 สำนักงานศาลยุติธรรมชี้แจงว่า เป็นผลจากปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้จำนวนเงินฝากหรือเงินกลางที่คู่ความนำมาวางทรัพย์และวางหลักประกันต่อศาลเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

สำนักงานศาลยุติธรรมระบุว่า ภายหลังผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรมชี้แจงรายละเอียดต่อคณะกรรมาธิการฯ แล้ว กรรมาธิการที่สอบถามได้เข้าใจที่มาของตัวเลขดังกล่าวและไม่ติดใจในประเด็นนี้อีก

ทั้งนี้ สำนักงานศาลยุติธรรมน้อมรับข้อสังเกตจากคณะกรรมาธิการฯ และจะนำไปปรับปรุงวิธีการอธิบายและนำเสนอข้อมูลในรายงานงบการเงินให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า ศาลยุติธรรมมีเงินรายรับจำนวนมากที่สามารถนำไปใช้จ่ายได้เอง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กมธ.งบฯ' อึ้ง! ศาลยุติธรรม มีเงินสด-เงินฝาก รวม 3.6 หมื่นล้าน แนะดึงมาใช้ให้เกิดประโยชน์

ในการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานกมธ. คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาการของบประมาณของหน่วยงานศาล

ครบ 10 ปีศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยืนหยัดหลักนิติธรรม ปราบคอร์รัปชันเชิงรุก

มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำงานของศาลยุติธรรม ในส่วนของ”ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ”ในโอกาสครบรอบสิบปี โดยวันที่ 11 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา

ศาลยุติธรรมชูทำงานแทนค่าปรับ ผ่อนจ่ายได้ กักขังเป็นทางเลือกสุดท้าย

ศาลยุติธรรมเดินหน้าคุ้มครองสิทธิประชาชน ปรับแนวทางบังคับโทษปรับคดีอาญา เปิดทางผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ทำงานบริการสังคมแทนค่าปรับ คิดอัตรา 500 บาทต่อวัน พร้อมให้ผ่

ก.ต.เห็นชอบแต่งตั้ง 'เผ่าพันธ์ ชอบน้ำตาล' นั่งเลขาฯศาลยุติธรรมคนใหม่

ก.ต.มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง “เผ่าพันธ์ ชอบน้ำตาล” รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมคนใหม่ มีผล 1 ต.ค. 2569 พร้อมจับตาการเดินหน้าพัฒนาร

มติ ก.ต. ไล่ออก 'อดีตอธิบดีผู้พิพากษา' ช่วยเหลือคู่ความคดีพิพาทตระกูลณรงค์เดช

ก.ต. ลงโทษไล่ออก อดีตอธิบดีศาล โดนคลิปวงจรปิดเข้าออกบ้านคู่ความตระกูล “ณรงค์เดช” คดีพิพาทหลายพันล้าน

อดีตผู้พิพากษาถอดรหัสคำแนะนำ 'ประธานศาลฎีกา' ว่าด้วยการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต

อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา วิเคราะห์คำแนะนำประธานศาลฎีกาฉบับใหม่ ว่าด้วยการดำเนินคดีโดยไม่สุจริต ชี้เป็นหมุดหมายสำคัญของก