บอร์ด กยท.นัดพิเศษ ตั้งคณะกรรมการสรรหาชุดใหม่ เดินหน้าหาผู้ว่าฯ กยท.คนใหม่ “เบญจพล” กำชับทุกขั้นตอนโปร่งใส-ชัดเจน ห่วงเก้าอี้ว่างนาน 2 ปี กระทบการตัดสินใจเชิงนโยบายและชาวสวนยาง พร้อมเห็นพ้องให้ “วีริศ” นั่งรักษาการแทน “โกศล” มีผล 17 ส.ค.นี้
11 สิงหาคม 2569 - ที่สำนักงานการยางแห่งประเทศไทย นายเบญจพล นาคประเสริฐ ประธานคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ กยท. กรณีพิเศษ โดยมีกรรมการบอร์ด กยท. ทั้ง 7 คน ประกอบด้วย นายวีริศ อัมระปาล นายศันสนะ สุริยะโยธิน นายวรสัณฑ์ บูรณากาญจน์ นายชุติวัต ชัยดรุน นายนพชัย ภู่จิรเกษม นางรุ้งพร ภักดีพันดอน และนายนวนิตย์ พลเคน คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ก่อนเริ่มการประชุม นายเบญจพลได้แสดงความยินดีกับบอร์ดที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่จากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันผลักดันการทำงานให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์กับพี่น้องชาวสวนยางและอุตสาหกรรมยางของไทย
เมื่อเข้าสู่วาระการประชุม นายเบญจพลแสดงความห่วงใยกรณีตำแหน่งผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยว่างเว้นมานาน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 เนื่องจากอาจส่งผลต่อการตัดสินใจที่ต้องใช้อำนาจเด็ดขาดในเชิงนโยบายสำคัญ รวมถึงการขับเคลื่อนมาตรการแก้ไขปัญหาราคายาง
เนื่องจากผู้รักษาการแทนมีอำนาจค่อนข้างจำกัด อาจทำให้พี่น้องเกษตรกรเสียประโยชน์ได้ จึงได้สอบถามถึงขั้นตอนการสรรหาผู้ว่าฯ กยท. ว่าจะต้องใช้เวลานานเพียงใด โดยฝ่ายเลขานุการที่ประชุมรายงานว่า กระบวนการดังกล่าวอาจใช้เวลาถึง 4 เดือน กว่าจะได้ตัวผู้ว่าฯ กยท. อย่างสมบูรณ์
ต่อมา ที่ประชุมมีมติแต่งตั้ง คณะกรรมการสรรหาชุดใหม่ เพื่อดำเนินการสรรหาผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) คนใหม่ โดยนายเบญจพลขอให้กระบวนการสรรหาเป็นไปอย่างโปร่งใสและชัดเจนในทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้บุคคลที่เหมาะสมเข้ามาบริหารงานและสร้างประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องชาวสวนยาง
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการฯ ได้หารือและเห็นพ้องกับการเสนอให้นายวีริศ อัมระปาล รักษาการผู้ว่าฯ กยท. แทนนายโกศล บุญคง รองผู้ว่าฯ กยท. โดยนายวีริศเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพื่อเร่งเดินหน้ากระบวนการสรรหาผู้ว่าฯ กยท. ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคมนี้
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือหลายประเด็นเกี่ยวกับโครงการสำคัญของ กยท. เช่น การขายทอดตลาด โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง การดำเนินโครงการคาร์บอนเครดิต รวมถึงการดำเนินการน้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำและอะมิโนนม เป็นต้น
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้นัดประชุมอีกครั้งในช่วงสิ้นเดือนสิงหาคม เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กยท. เตรียมเสนอโครงการปลูกยาง 1 ล้านไร่ เพิ่มศักยภาพผู้นำยางพารา/แก้ปัญหาฝุ่นPM2.5
กยท. รอไฟเขียว ก.เกษตรฯ เดินหน้าบูรณาการขับเคลื่อน โครงการปลูกสร้างสวนยางในพื้นที่แห่งใหม่ 1 ล้านไร่ เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5
กยท. เฝ้าระวังโรคใบจุดกลมระบาดในสวนยางฤดูฝน เตรียมความพร้อมรับมือเอลนีโญ
กยท. เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคใบจุดกลมในสวนยางในช่วงฤดูฝน ย้ำ!! ปีนี้ราคายางดี ต้องหมั่นสำรวจดูแลรักษาสวนยาง หนุนใช้น้ำหมักปลาหมอคางดำ-น้ำนมดิบ ช่วยดินร่วนซุย ต้นยางแข็งแรงเพิ่มปริมาณน้ำยาง พร้อมแนะกักเก็บน้ำสำรองเพื่อรับมือ "เอลนีโญ" ที่ทำให้ฝนตกน้อย สวนยางอาจขาดแคลนน้ำได้
รัฐบาลตีปี๊บ ประมูลยางค้างสต็อก 1.8 หมื่นตัน ได้เงิน 1.23 พันล้านบาท
รัฐระบายยางค้างสต็อกกว่า 1.8 หมื่นตัน ประมูลทะลุ 1.23 พันล้านบาท ย้ำไม่กระทบราคาตลาด ช่วยรักษาเสถียรภาพรายได้ชาวสวนยาง
กยท.พลิกวิกฤตปุ๋ยแพงเป็นโอกาสขยายผลสวนยางอินทรีย์ เร่งส่งเสริมเพิ่มการใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำร่วมปุ๋ยเคมีเพิ่มผลผลิตลดต้นทุน
กยท. ผลิกวิกฤตปุ๋ยเคมีแพงเป็นโอกาส เร่งส่งเสริมและสนับสนุนสวนยางพาราใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำหมักปลาหมอคางดำและน้ำนมดิบ หลังผ่านการขึ้นทะเบียนรับรองเป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำ ร่วมกับปุ๋ยเคมี ตามนโยบาย 70:30 ของกระทรวงเกษตรฯ หวังช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ยืนยันไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง พร้อมขยายผลขับเคลื่อนสวนยางอินทรีย์รองรับเทรนด์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เดินหน้าจับมือชุมนุมสหกรณ์โคนมฯ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์น้ำแก้ปัญหาน้ำล้นตลาดอย่างยั่งยืน
กยท.วางยุทธศาสตร์บริหารตลาดยางเชิงรุก สร้างเสถียรภาพ คาดครึ่งปีหลังทิศทางราคายังดีต่อเนื่อง
แนวโน้มสถานการณ์ราคายางครึ่งปีหลังสดใส จากความต้องการใช้ที่ยังต่อเนื่อง หนุนราคาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น มีความเป็นไปได้จะทะลุ 100 บาท/กิโลกรัม กยท. เดินหน้าใช้ยุทธศาสตร์บริหารจัดการตลาดเชิงรุกเสริมเสถียร ภาพและยกระดับราคายางไทยสู่จุดสูงสุด
กยท.ตอบโจทย์แก้ปัญหาปุ๋ยเคมีแพง ดัน"น้ำนมดิบ"เตรียมพัฒนาสู่"ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ"
“กยท.มีน้ำหมักชีวภาพรวมกว่า 4.62 ล้านลิตร แบ่งเป็นน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ 1.12 ล้านลิตร และน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ 3.5 ล้านลิตร ซึ่งเกิดจาก ดำเนินการของ

