กยท.เดินหน้า โครงการส่งเสริมการจัดการสวนยางอารยเกษตร สู่เป้าหมาย100,000ไร่ ภายในปี2570 นำร่องผลักดันสวนยางต้นแบบ33แห่งในพื้นที่10จังหวัดภาคอีสานตอนบน มั่นใจสามารถช่วยเกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง ลดความเสี่ยงจากราคายาง เพิ่มรายได้สร้างความเข้มแข็งให้ชาวสวนยางอย่างยั่งยืน
นายดิษฐเดช วัฒนาพร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ การยางแห่งประเทศไทย(กยท.) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา3ปีที่ กยท.ได้ดำเนิน“โครงการส่งเสริมการจัดการสวนยางอารยเกษตร”คือ ตั้งแต่ปี2567-2569ประสบผลสำเร็จอย่างน่าพอใจ มีสวนยางของเกษตรกรรายย่อยเข้าร่วมโครงการมากกว่า 75,000ไร่ เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และในปี 2570กยท.จะผลักดันโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีสวนยางของเกษตรรายย่อยเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 25,000 ไร่ รวมแล้วไม่น้อยกว่า100,000 ไร่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะสวนยางในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 10 จังหวัด คือ จ.ขอนแก่น จ.เลย จ.กาฬสินธุ์ จ.หนองบัวลำภู จ.อุดรธานี จ.หนองคาย จ.บึงกาฬ จ.สกลนคร จ.นครพนม และจ.มุกดาหาร โดย กยท. จะใช้เครือข่ายแหล่งเรียนรู้ด้านนวัตกรรมยางพาราและสวนยางอารยเกษตรของ กยท. เป็นแหล่งต้นแบบและแหล่งศึกษาดูงานของเกษตรกรชาวสวนยางที่สนใจการทำสวนยางอารยเกษตร
สำหรับสวนยางที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการจัดการสวนยางอารยเกษตร จะเป็นสวนยางที่ปลูกใหม่ หรือ สวนยางที่เปิดกรีดแล้วก็ได้ แต่จะต้องเป็นสวนยางที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ กยท. ซึ่งจะได้รับเงินสนับสนุน ค่าปัจจัยการผลิตตามที่จ่ายจริงไร่ละ 1,500 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ รวมไม่เกินรายละ 15,000 บาท สำหรับค่าพันธุ์พืช ค่าปุ๋ยอินทรีย์ ค่าพันธุ์สัตว์ และอุปกรณ์เลี้ยงสัตว์บางส่วน เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อยต่อยอดการใช้พื้นที่สวนยางให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยกิจกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจะต้องเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ สามารถสร้างรายได้ และมีตลาดรองรับอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ สวนยางอารยเกษตร เป็นการทำการเกษตรแบบยั่งยืนโดยนำศาสตร์พระราชาในเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรพอเพียง มาใช้ร่วมกับ การเกษตรแบบผสมผสาน เกษตรอินทรีย์ และเกษตรธรรมชาติ ควบคู่กับการประยุกต์ใช้แนวคิด BCG Model ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมที่มุ่งเน้นการพัฒนา 3 เศรษฐกิจไปพร้อมกัน ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มของทรัพยากรชีวภาพ เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่าหรือยาวนานที่สุด และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) การพัฒนาเศรษฐกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืนของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับกระแสโลกในปัจจุบัน และนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่อง “เกษตรนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย” ที่มุ่งยกระดับรายได้และสร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกร ด้วยการส่งเสริมการทำเกษตรแบบผสมผสาน ลดการพึ่งพารายได้จากผลผลิตหลักเพียงอย่างเดียว

"โครงการส่งเสริมการจัดการสวนยางอารยเกษตร เป็นโครงการที่ส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนยางรายย่อยปรับรูปแบบการทำสวนยาง จากการปลูกยางเชิงเดี่ยวที่พึ่งพารายได้จากผลผลิตยางเพียงอย่างเดียว มาเป็นการทำสวนยางควบคู่กับการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การประมง ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชผัก โกโก้ และพืชอื่นๆ ที่ไม่ต้องการร่มเงา สำหรับสวนยางที่ปลูกใหม่ ส่วนสวนยางที่เปิดกรีดแล้ว อาจจะปลูกเนียง โกโก้ กาแฟ ไม้ผล เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา เป็นต้น ควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยคำนึงถึงสภาพเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคายางพารา เพิ่มความมั่นคงในการประกอบอาชีพการทำสวนยางได้อย่างยั่งยืน" รองผู้ว่าการ กยท.กล่าว
นายบุญนำ ภักดีพันดอน เกษตรกรที่ทำสวนยางแบบอารยเกษตร ในพื้นที่ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า หลังจากได้เข้าอบรมการทำสวนยางอารยเกษตร กับ กยท. แล้ว ได้นำความรู้ที่ได้มาทำการพัฒนาสวนยางพาราของตัวเองจากที่มีอยู่ประมาณ 80 ไร่ให้เป็นสวนยางอารยเกษตร โดยมีการปรับปรุงสวนยางให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ ลดการใช้ปุ๋ยเคมี หันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มขึ้นในอัตราส่วน ปุ๋ยเคมี 40% อีก 60% ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ พร้อมทั้งได้ทำการปลูกพืชแซมสวนยางแบบผสมผสาน ควบคู่กับการเลี้ยงสัตว์ และการประมง ตามเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยคำนึงถึงความต้องการของตลาดในพื้นที่เป็นสำคัญ พืชที่ปลูก เช่น เงาะ ทุเรียน มะม่วง อะโวกาโด ชะอม ยางนา ผักต่างๆ ชะอม เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้เพาะเห็ด เลี้ยงปศุสัตว์ ไก่ไข่ เลี้ยงปลา อีกด้วย โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งเป็นค่าปัจจัยการผลิตจาก กยท.

“ผมตั้งใจที่จะทำสวนยางอารยเกษตรให้เป็นแบบอย่าง เพื่อขยายผลไปยังสมาชิกที่ในเครือข่ายที่มีอยู่ประมาณ 190 ราย รวมทั้งเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่อื่นๆที่สนใจ ซึ่งการทำสวนยางอารยเกษตร จะทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงตลอดทั้งปี และสามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรม จากเดิมที่ต้องซื้อ ผัก ผลไม้ ไข่ ไก่ ปลา และอื่นๆ มารับประทาน ก็ไม่ต้องซื้อแล้ว และยังสามารถนำมาขายเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง รวมทั้งยังลดการในการซื้อปุ๋ยเคมีที่ใช้ในสวนยางพาราลงได้ถึงครึ่งหนึ่ง จากที่เคยจ่ายค่าปุ๋ย 1,000 บาท ต่อไร่ จะเหลือแค่ 500 บาทต่อไร่ ในขณะที่ผลผลิตยางไม่ได้ลดลง ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และทำสวนยางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมชนอีกด้วย ดังนั้น การทำสวนยางอารยเกษตร จึงเป็นคำตอบในการทำอาชีพเกษตรกรชาวสวนยางที่ยั่งยืน" เกษตรกรที่ทำสวนยางแบบอารยเกษตร ในพื้นที่ จ.อุดรธานี กล่าว
สำหรับเกษตรกรชาวสวนยางที่สนใจจะร่วม "โครงการส่งเสริมการจัดการสวนยางอารยเกษตร" ซึ่งเป็นโครง การที่จะช่วยพัฒนาอาชีพ ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวสวนยางอย่างยั่งยืน และสร้างความเข้มแข็งให้ภาคการเกษตรไทยในระยะยาว สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงาน กยท. สาขาใกล้บ้านทุกแห่งทั่วประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เบญจพล' นำทัพ กยท. วางแผนวิสาหกิจ 5 ปี ขับเคลื่อนยางพาราไทยมั่นคง-ยั่งยืน
ประธานบอร์ด กยท. ระดมผู้บริหารวางทิศทางร่างแผนวิสาหกิจปี 2571-2575 พร้อมเตรียมความพร้อมรั
กยท.เร่งเยียวยาชาวสวนยางน้ำท่วม ไฟเขียวตั้งวอร์รูมรับมือภัยพิบัติ-โรคใบร่วง
รักษาการผู้ว่าฯ กยท.ติดตามช่วยเหลือชาวสวนยาง หลังน้ำท่วม 4 จังหวัด กระทบกว่า 26,000 ไร่ เกษตรกรกว่า 1 หมื่นราย เปิดมาตรการเยียวยาสูงสุด 3,000 บาท พร้อมเงินกู้ฉุกเฉินไม่เกิน 50,000 บาท ตั้งวอร์รูมส่วนกลางประสานน้ำท่วม-โรคยางใบร่วง
กยท. ตั้งคณะทำงาน-ผนึก AI รับมือโรคยางใบร่วง
“เบญจพล“ประธานบอร์ด กยท. ถกวางระบบรับมือโรคยางพารา ตั้งคณะทำงาน เชื่อมข้อมูล 7 เขต ใช้ AI ประเมินความเสี่ยง - เตือนภัยล่วงหน้า ดัน Quick Win ฟื้นผลผลิตเกษตรกร
'สุริยะ' สั่ง กยท.เร่งสำรวจสวนยางเสียหาย เตรียมมาตรการช่วยเกษตรกร
“เบญจพล” เผย “สุริยะ” สั่ง กยท.เร่งสำรวจชาวสวนยางและพื้นที่ได้รับผลกระทบจ
มาตรฐาน Thai Traceability พลิกโฉมประเทศไทยก้าวสู่ผู้นำยางพาราโลก
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกิดกระแสการรักษ์โลกและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างภาวะที่ท้าทายอย่างรุนแรงต่อระบบการเกษตรทั่วโลก มีการตืิ่นตัวในการทำการเกษตรยั่งยืนที่เป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อมและสังคม
กยท.เร่งยกระดับยางพาราไทยสู่ตลาดพรีเมี่ยม ตั้งเป้าดันสวนยาง 350,000 ไร่ ผ่านมาตรฐาน FSC ภายในปี 2570
กยท.ยกระดับยางพาราไทยขึ้นสู่ระดับพรีเมี่ยม รองรับกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จับมือภาคเอกชนเร่งเดินหน้าส่งเสริมการทำสวนยางตามมาตรฐานการจัดการป่าไม้ยั่งยืน "FSC” ตั้งเป้า 350,000 ไร่ภายในปี 2570


