‘สุขสมรวย’ ชู ‘ระเบียบวาทะศิลป์’ ต้นแบบกองทุนหมู่บ้าน จากหนี้นอกระบบสู่ศิลปินระดับประเทศ

“สุขสมรวย” ยกเส้นทาง “ระเบียบวาทะศิลป์” ตัวอย่างสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน ใช้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเป็นทุนตั้งต้น ฝ่าวิกฤติหนี้นอกระบบ ต่อยอดอาชีพจนวงหมอลำเติบโตมีชื่อเสียงระดับประเทศ ชี้โครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ช่วยลดภาระหนี้-หนุนเศรษฐกิจฐานราก

13 สิงหาคม 2569 - นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) กล่าวถึงโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ว่า โครงการนี้จะช่วยรับภาระจ่ายดอกเบี้ยให้ร้อยละ 50 โดยมุ่งหวังให้เป็นนโยบายเชิงรุกในการลดภาระค่าใช้จ่ายและแก้ปัญหาหนี้สิน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนฐานราก ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

นางสุขสมรวยกล่าวอีกว่า วงหมอลำชื่อดัง “ระเบียบวาทะศิลป์” เป็นหนึ่งในประจักษ์พยานตัวจริง และถือเป็นต้นแบบของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านที่มีวินัยทางการเงิน โดยสามารถนำเงินทุนที่กู้ยืมไปต่อยอดประกอบอาชีพจนประสบความสำเร็จในระดับประเทศ มีชื่อเสียงโด่งดังและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง

ตนจึงนำเรื่องราวความสำเร็จนี้มานำเสนอให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบ ในพิธีเปิดตัวโครงการเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การให้โอกาสทางการเงินจากกองทุนหมู่บ้านเพียงไม่กี่หมื่นบาท ซึ่งเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำในระดับชุมชน สามารถช่วยให้สร้างอาชีพที่มั่นคง และช่วยเหลือให้เกิดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจฐานรากได้จริง

“เวลาลงพื้นที่ไปเห็นกองทุนที่มีสถานะการเงินดี ก็รู้สึกภาคภูมิใจว่า เงินอัดฉีดเพิ่มทุนจากรัฐบาลเพียง 2 ล้านบาท ปัจจุบันสมาชิกสามารถบริหารจนเติบโตเป็นเงินหมุนเวียนถึง 10 ล้านบาท” นางสุขสมรวยกล่าว

ด้าน “พ่อเอ๊ะ” ภักดี พลล้ำ ผู้บริหารและหัวหน้าวงระเบียบวาทะศิลป์ เปิดเผยถึงเบื้องหลังความสำเร็จของวงว่า กองทุนหมู่บ้านมีบทบาทสำคัญอย่างมากในช่วงก่อร่างสร้างวง เนื่องจากในขณะนั้นไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันในการขอกู้เงินจากธนาคาร และต้องเผชิญกับปัญหาหนี้นอกระบบ

ครอบครัวของตนซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนหมู่บ้านอยู่ 4-5 คน จึงตัดสินใจใช้สิทธิกู้เงินมาคนละ 20,000 บาท รวมเป็นเงินประมาณ 60,000 บาท ซึ่งเงินก้อนนี้ถือเป็นทุนตั้งต้นสำคัญที่นำมาพัฒนาวงหมอลำจนเติบโตและมีชื่อเสียงอย่างในปัจจุบัน

“การมีกองทุนหมู่บ้านช่วยให้เราไม่ต้องไปพึ่งพิงเงินกู้นอกระบบที่อันตรายและมีดอกเบี้ยสูงมหาโหด นอกจากนี้ ยังถือเป็นช่องทางสำคัญในการสนับสนุนงานศิลปะพื้นบ้าน ซึ่งเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสพัฒนาและต่อยอดอาชีพของตนเองได้อย่างยั่งยืน” หัวหน้าวงระเบียบวาทะศิลป์ กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สุขสมรวย' กางแผนปี 70 ดันเงินค้างท่อ 3.4 พันล้าน เติมทุนหมู่บ้าน สร้างงาน-สร้างอาชีพ

“สุขสมรวย” เดินหน้ากองทุนหมู่บ้านฯ ปี 2570 เตรียมนำงบค้างท่อสะสมตั้งแต่ปี 2555 กว่า 3.4 พันล้านบาท กระจายสู่กองทุนที่มีความพร้อมแต่ยังไม่ได้รับเพิ่มทุน แห่งละ 1 ล้านบาท มุ่งสร้างงาน-สร้างอาชีพ ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ต่อยอดโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” วงเงิน 4,452 ล้านบาท ช่วยสมาชิกกว่า 12 ล้านคนทั่วประเทศ

‘สุขสมรวย’ รับนโยบาย ‘อนุทิน’ ลดค่าครองชีพ เร่งดึงกองทุนหมู่บ้านเข้าโครงการ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’

“สุขสมรวย” ขานรับนโยบาย “อนุทิน” เร่งเดินหน้า “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ชวนกองทุนหมู่บ้านฯ ทั่วประเทศ เข้าโครงการ ลดค่าครองชีพ-เสริมสภาพคล่องเศรษฐกิจฐานราก

รัฐบาลตีปี๊บ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เงินสะพัด 1 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้วกว่า 1.06 แสนล้านบาท โดยข้อมูล ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 23.00 น. มียอดใช้จ่ายรวม 106,630.53 ล้านบาท จากผู้ได้รับสิทธิ 26,040,623 ราย และมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ 1,099,641 ร้านค้า สะท้อนการกระจายกำลังซื้อไปยังร้านค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และเศรษฐกิจฐานรากในวงกว้าง

'อนุทิน' เดินงานโอทอปศิลปาชีพ บอกจะพยายามสานต่อ 'ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2'

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–16 สิงหาคม นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาเปิดงานอย่างเป็นทางการ ในวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม

โฆษกรัฐบาล ชูมาตรการลดค่าครองชีพ ตรึง LPG 423 บาท ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ดันเงินหมุนแสนล้าน

โฆษกรัฐบาลเผยกำลังซื้อเริ่มฟื้น หลังดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคขยับขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เดินหน้าตรึงก๊าซหุงต้มถัง 15 กก. ที่ 423 บาท ควบคู่ “ไทยช่วยไทย พลัส” กระจายเม็ดเงินสู่ฐานราก พร้อมจับตาฐานะกองทุนน้ำมันฯ ติดลบกว่า 7.1 หมื่นล้านบาท