
16 ส.ค.2569-ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “ปีนี้ภาวะโลกร้อนจนเดือด มีส่วนกระ ตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวถี่และรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะ..แนววงแหวนแห่งไฟ” ระบุว่า ปีนี้แผ่นดินไหวเกิดขึ้นบ่อยครั้งในบริ เวณวงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) เป็นผลมาจากความผันแปรตามธรรมชาติทางธรณีวิทยาและการปลดปล่อยพลัง งานของแผ่นเปลือกโลก ข้อมูลล่าสุดจนถึงเดือนสิงหาคม 2026 ทั่วโลกตรวจพบแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่มีความรุน แรงตั้งแต่ 7.0 ขึ้นไปแล้วถึง11ครั้ง ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเขตวงแหวนแห่งไฟ เช่น ในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เม็กซิโก และโคลอมเบีย
1.สาเหตุหลักของการเกิดแผ่นไหวในแนววงแหวนแห่งไฟ..ดังนี้
1.1.การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก (Tectonic Plate Movements) วงแหวนแห่งไฟเป็นแนวรูปเกือกม้าที่มีการชนกันและมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกหลายแผ่น เช่น แผ่นแปซิฟิก แผ่นฟิลิปปินส์ และแผ่นนาสกา เป็นต้น เมื่อแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนที่เบียดหรือมุดตัวลงไป แรงเค้น (Stress) จะสะสมอยู่ตามรอยต่อและเมื่อถึงจุดที่หินทนแรงกดดันไม่ไหว พลังงานจะถูกปลดปล่อยออกมาเป็นแผ่นดินไหว
1.2.เกิดการกระจายและปรับสมดุลแรงเค้น (Stress Redistribution)
เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในจุดหนึ่ง พลังงานและคลื่นไหวสะเทือนที่เดินทางผ่านโลกสามารถเข้าไปกระตุ้น หรือส่งต่อแรงกดดันไปยังรอยเลื่อนอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงหรือในระบบเดียวกัน ทำให้เกิดแผ่นดินไหวตามมาเป็นชุดในเวลาไล่เลี่ยกัน
1.3.ความผันแปรตามธรรมชาติ (Natural Variability)
ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาจาก สถาบันสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริ กา (USGS) ระบุว่า ในแต่ละปีโลกจะมีแผ่นดินไหวขนาด7.0ขึ้นไป เฉลี่ยประ มาณ15ครั้งอยู่แล้ว การที่ปีนี้ดูเหมือนเกิดขึ้นบ่อยในบางช่วงเวลา เป็นเพียงความผันแปรทางสถิติที่เกิดขึ้นแบบสุ่ม (Random Cluster) เท่านั้น
2.ภาวะโลกร้อนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น
นักวิทยาศาสตร์เชือว่าแม้ว่าภาวะโลกร้อนจะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก แต่การที่โลกร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกือบถึง1.5 องศาได้ส่งผลกระทบต่อ”แรงกดทับบนผิวโลก”(Isostatic Rebound)ซึ่งได้กระ ตุ้นให้รอยเลื่อนปล่อยพลังงานออกมาเร็วขึ้น ดังนี้
2.1.การละลายของธารน้ำแข็งและแผ่นน้ำแข็ง (Glacier Melting) เมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้น น้ำแข็งบนบกและภูเขาสูงละ ลายหายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำหนักที่เคยกดทับเปลือกโลกด้านล่างลดลง เมื่อเปลือกโลก”ดีดตัวกลับ” (Rebound) จึงส่งผลให้รอยเลื่อนที่ตึงตัวอยู่แล้วเกิดการขยับและปล่อยพลังงานออกมาเป็นแผ่นดินไหวได้ง่ายขึ้น
2.2.ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น (Sea Level Rise) น้ำหนักจากมวลน้ำมหาศาลที่ไหลลงสู่มหาสมุทรจะไปเพิ่มแรงกดทับต่อเปลือกโลกใต้ทะเลโดยเฉพาะในบริ เวณเขตมุดตัวของแผ่นเปลือกโลก (Subduction Zones) รอบวงแหวนแห่งไฟ แรงดันน้ำที่เพิ่มขึ้นนี้สามารถซึมเข้า ไปในรอยแตกของเปลือกโลกและทำหน้าที่เสมือน”สารหล่อลื่น”ให้รอยเลื่อนไถลตัวได้ง่ายขึ้น
2.3.สภาพอากาศสุดขั้วและปริมาณน้ำฝน (Extreme Weather) โดยพายุที่รุน แรงขึ้นและปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในบางฤดูกาล จะเพิ่มน้ำหนักและความดันน้ำใต้ดิน (Pore Water Pressure) ซึ่งนักวิจัยพบว่าสามารถกระ ตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กถึงปานกลางในพื้นที่ที่มีความไวต่อสิ่งเร้าได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สำนักวิจัยแห่งชาติ แนะสิ่งที่ปปช.ไทยควรเฝ้าระวัง เหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.0 ขึ้นไปทั่วโลก
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โพสต์ สิ่งที่ประชาชนไทยควรเฝ้าระวังกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.0 ขึ้นไปทั่วโลกในปี 2569
กรมอุตุฯ ประกาศแผ่นดินไหวขนาด 6.4 เขย่าสุมาตราเหนือ อินโดฯ สั่นไหวบริเวณ จ.ภูเก็ต
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง แผ่นดินไหวที่ Northern Sumatra Indonesia ฉบับที่ 1 ระบุว่า วันนี้ เวลา 17.54 น. เกิดแผ่นดินไหว จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณทางตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ที่ละติจูด 2.98 องศาเหนือ ลองจิจูด 99.06 องศาตะวันออก ขนาด 6.4 ความลึก 168 กิโลเมตร
แผ่นดินไหวเขย่าเมียนมา ขนาด 2.6 ห่างแม่ฮ่องสอน 148 กม.
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 03:36 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมา
ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลาพุ่งสูงเกิน 6,000 ราย
นายฮอร์เก โรดริเกซ ประธานสภาแห่งชาติเวเนซุเอลา กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า แผ่นดินไหวสองครั้งที่เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 6,125 คน
แผ่นดินไหวเขย่า 'เชียงใหม่' ขนาด 2.2 ลึก 10 กม.
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 02.13 น. เกิดแผ่นดินไหวขนาด 2.2 ลึก 10 กิโลเมตร ศูนย์กลางอยู่ที่ต.เวียงแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่

