ฝ่ายปกครองลุยทั่วประเทศ! ตั้งด่าน 9.6 หมื่นครั้ง ยึดยาบ้า 14 ล้านเม็ด-ปืน 383 กระบอก

สรุปผลงานฝ่ายปกครองรอบสัปดาห์ 22-28 ส.ค. เดินหน้าปราบอาชญากรรม-ยาเสพติด-ปืนเถื่อน พร้อมรื้อช่องโหว่ทะเบียน บุกพิษณุโลกเจอพิรุธ ป.3 กว่า 2,255 รายการ ขณะที่ปฏิบัติการไชยปราการพบจัดทำทะเบียนบุคคลไม่มีสถานะโดยมิชอบกว่า 5 พันราย พร้อมเร่งช่วยประชาชนทบทวนสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐก่อนเส้นตาย

28 สิงหาคม 2569 - กรมการปกครองสรุปผลการปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 22-28 สิงหาคม 2569 โดยเดินหน้าภารกิจตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ทั้งการปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด อาวุธปืน การทุจริตทางทะเบียน และการดูแลสิทธิสวัสดิการประชาชน ผ่านการบูรณาการกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หนึ่งในภารกิจสำคัญ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการขับเคลื่อนภารกิจ “การปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่ โดยพนักงานฝ่ายปกครองร่วมกับภาคีเครือข่าย” ซึ่งเป็นการประสานการทำงานระหว่างกรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ปปง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกัน ปราบปราม สืบสวน ขยายผล และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด

นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ยังร่วมแถลงผลปฏิบัติการ “รื้อ-แก้-บล็อก” เพื่อปิดช่องโหว่ของระบบทะเบียน โดยเน้นตรวจสอบจากพฤติการณ์และข้อมูลเชิงลึก ไม่ยึดเฉพาะตัวบุคคลหรือชื่อที่ปรากฏในระบบ เพื่อให้สามารถป้องกัน เฝ้าระวัง ระงับ และแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วขึ้น

ผลการดำเนินงานของทั้ง 878 อำเภอ ข้อมูล ณ วันที่ 27 สิงหาคม 2569 มีการตั้งจุดตรวจและจุดสกัดสะสม 96,530 ครั้ง ตรวจพบกรณีเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธปืน 333 กรณี ผู้กระทำผิด 349 ราย ตรวจยึดอาวุธปืน 383 กระบอก แบ่งเป็นปืนถูกกฎหมาย 42 กระบอก ปืนผิดกฎหมาย 341 กระบอก และเครื่องกระสุน 24,193 นัด

ด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตรวจพบ 2,346 กรณี ผู้กระทำผิด 2,941 ราย ของกลางประกอบด้วยยาบ้า 14,239,746 เม็ด ไอซ์ 205.33 กิโลกรัม เฮโรอีน 44.22 กรัม โคเคน 15 กิโลกรัม กัญชา 212.6 กิโลกรัม ฝิ่น 38 กรัม ยาอี 56 เม็ด และคีตามีน 443.11 กิโลกรัม

ขณะเดียวกัน ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองเปิดปฏิบัติการ “ล้างปืนเถื่อนเมืองสองแคว” เข้าตรวจค้นสถานที่ตามหมายศาลจังหวัดพิษณุโลกและสถานที่ต้องสงสัย หลังตรวจพบความผิดปกติจากระบบข้อมูลอาวุธปืนของอำเภอเมืองพิษณุโลก

จากการตรวจสอบพบข้อมูลผู้ได้รับใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนส่วนบุคคล (แบบ ป.3) แต่ไม่ปรากฏการนำใบอนุญาตดังกล่าวมาออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ในช่วงปี 2563-2569 รวม 2,255 รายการ ก่อนมีการร้องทุกข์กล่าวโทษผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้อง 9 ราย เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการทางคดีอาญา

อีกภารกิจสำคัญคือปฏิบัติการ “สยบภัยไชยปราการ” ของศูนย์ต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E. - Center) ร่วมกับ 6 หน่วยงาน เพื่อปราบปรามเครือข่ายทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน รวมถึงขบวนการจัดทำบัตรเลข 0 ให้บุคคลต่างด้าว

จากข้อมูลของสำนักงาน ป.ป.ช. และเบาะแสที่ได้รับ ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า ช่วงปี 2559-2565 มีการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบกว่า 5,044 ราย โดยพบพฤติการณ์หลีกเลี่ยงระบบตรวจสอบ เช่น จัดเก็บลายนิ้วมือไม่สมบูรณ์ สร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ เพิ่มชื่อบุคคลเข้าทะเบียนบ้านทั้งที่ไม่มีภูมิลำเนาหรือพักอาศัยจริง ตลอดจนการจัดทำเอกสารทางทะเบียนโดยมิชอบ

เบื้องต้นพบรายการกระทำผิดชัดเจน 74 รายการ ซึ่งมีการจำหน่าย ยกเลิก หรือเพิกถอนรายการทางทะเบียนที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมายแล้ว ส่วน 23 รายที่มีการจับกุม จะเร่งดำเนินการจำหน่าย ยกเลิก หรือเพิกถอนรายการทางทะเบียน ขณะที่อีก 4,947 รายการที่ต้องสงสัยว่าอาจได้รายการทางทะเบียนมาโดยมิชอบ จะถูกกำหนดเป็นบุคคลเฝ้าระวัง (Caution Sign) ระหว่างการตรวจสอบและขยายผล

ส่วนภารกิจด้านสวัสดิการแห่งรัฐ นายนฤชากำชับฝ่ายปกครองทั่วประเทศเร่งลงพื้นที่ถึงบ้าน เพื่อติดตามประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์และประสงค์ขอทบทวนสิทธิ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการของรัฐ พร้อมย้ำว่าต้องกด “ขอทบทวนสิทธิ” ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

นอกจากนี้ กรมการปกครองยังจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่ รุ่นที่ 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.ขอนแก่น โดยนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน มีนายอำเภอและผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 และภาค 4 เข้าร่วมรวม 810 คน

การประชุมมุ่งให้ฝ่ายปกครองและตำรวจทำงานร่วมกันแก้ปัญหาความมั่นคง 9 ด้าน ได้แก่ การบุกรุกที่สาธารณะ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ธุรกิจที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางหรือนอมินี การฟอกเงิน ผู้มีอิทธิพล หนี้นอกระบบ ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว การเชื่อมโยงข้อมูลด้านความมั่นคง และยาเสพติด

นายพลพีร์ยังเน้นย้ำ 4 เรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ ได้แก่ การควบคุมไม่ให้อาวุธปืนตกอยู่ในมือผู้ที่ไม่ควรครอบครอง การตรวจสอบสถานบริการ การตรวจสอบการพนัน และการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชายแดน เพื่อให้ฝ่ายปกครองและตำรวจขับเคลื่อนมาตรการในพื้นที่ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม.

 
 
 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใกล้เดดไลน์! รบ.เตือน 31 ส.ค.วันสุดท้ายยื่นทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

รัฐบาลย้ำ 31 ส.ค. วันสุดท้ายยื่นทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังมี 4.54 ล้านรายไม่ดำเนินการ แนะยื่นคำขอก่อน–แก้ไขข้อมูลผ่าน OSS ได้ถึง 20 ก.ย.

PEA ภาคใต้ ส่งมอบอุปกรณ์ไฟฟ้า ร่วมฟื้นฟูบ้านเรือน ช่วยเหลือชาวน่าน

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคใต้) จังหวัดยะลา ส่งมอบอุปกรณ์และวัสดุไฟฟ้าสำหรับซ่อมแซมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน เพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือและฟื้นฟูบ้านเรือนของประชาชนในจังหวัดน่านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย

โฆษกภูมิใจไทย ซัด 'ลิซ่า' ไม่ให้เกียรติคนทำงาน ปมตั้งผู้ว่าฯบุรีรัมย์ นั่งอธิบดี สถ.

น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ในฐานะโฆษก ภท. ให้สัมภาษณ์ตอบโต้น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ  โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) กรณีออกมาแสดงความเห็นถึงแต่งตั้งโยกย้ายกระทรวงมหาดไทย