ศธ.ประกาศนโยบาย ‘โรงเรียนปลอดภัย’ ย้ำห้ามตัดกล้อนผมนักเรียน

ศธ. เดินหน้า “โรงเรียนปลอดภัย” รอบด้าน รับมือภัยออนไลน์–AI ย้ำห้ามตัดกล้อนผม เปิดโอกาสเด็กทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษา

4 ตุลาคม 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่ปลอดภัย เคารพสิทธิและศักดิ์ศรีของเด็กและเยาวชน ควบคู่กับการสร้างโอกาสให้เด็กทุกคนเข้าถึงการศึกษา โดยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ได้หารือร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อขับเคลื่อนแนวทางด้านสิทธิ ความปลอดภัย และโอกาสทางการศึกษาของผู้เรียนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า ประเด็นแรก คือ การยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการมีมาตรการด้านความปลอดภัย 7 ข้อ ครอบคลุมการตรวจคัดกรองบุคคล ของมีคม และสิ่งของผิดกฎหมาย พร้อมจัดตั้ง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความปลอดภัยในสถานศึกษา” ขับเคลื่อนผ่าน 3 กลไก ได้แก่ การป้องกัน การรับแจ้งเหตุ และการสอบสวนเยียวยา รวมถึงเปิดช่องทางรับแจ้งเหตุผ่าน LINE Traffy Fondue แบบเรียลไทม์ และกำหนดมาตรการทางวินัยกรณีผู้บริหารปกปิดข้อมูลเหตุการณ์ เพื่อให้ปัญหาได้รับการรับรู้ ตรวจสอบ และช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

ประเด็นที่สอง คือ การรับมือภัยออนไลน์และความเสี่ยงจาก AI ซึ่งเป็นความท้าทายที่เด็กและเยาวชนต้องเผชิญมากขึ้น กระทรวงศึกษาธิการเตรียมผลักดันการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเพื่อเพิ่มการคุ้มครองเด็กจากภัยออนไลน์ พร้อมจัดทำกรอบการใช้ AI และแนวทาง Screen Time ที่เหมาะสม รวมถึงเตรียมหารือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อร่วมกันป้องกันการบูลลี่และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กในโลกดิจิทัล

ประเด็นที่สาม คือ การคุ้มครองสิทธิทรงผมนักเรียน โดยกระทรวงศึกษาธิการย้ำชัดว่า ห้ามตัดกล้อนผมนักเรียนโดยเด็ดขาด พร้อมส่งเสริมให้สถานศึกษาเปิดพื้นที่ให้นักเรียนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อการกำหนดระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กติกาของสถานศึกษาอยู่บนพื้นฐานของการรับฟังและเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีของผู้เรียน

ประเด็นที่สี่ คือ การเปิดโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กทุกกลุ่ม โดยกระทรวงศึกษาธิการยึดหลัก “All for Education” พร้อมเปิดโอกาสให้เด็กผู้หนีภัยในพื้นที่พักพิงชั่วคราวเข้าถึงการศึกษาเมื่อได้รับอนุมัติ และเตรียมเปิดระบบ “จดแจ้ง” ศูนย์การเรียนรู้เด็กข้ามชาติ หรือ Migrant Learning Center (MLC) เพื่อให้การจัดการศึกษาสำหรับเด็กกลุ่มดังกล่าวมีระบบและสามารถเชื่อมโยงกับการกำกับดูแลของภาครัฐได้อย่างเหมาะสม

“เด็กทุกคนต้องได้เรียนอย่างปลอดภัย มีศักดิ์ศรี และไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง การคุ้มครองสิทธิเด็กไม่ใช่เรื่องที่แยกออกจากคุณภาพการศึกษา เพราะหากโรงเรียนไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย เด็กก็ไม่สามารถเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ รัฐบาลจึงเดินหน้าทั้งความปลอดภัยในโลกจริง ความปลอดภัยในโลกออนไลน์ การเคารพสิทธิของผู้เรียน และการเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เด็กทุกกลุ่มไปพร้อมกัน” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงศึกษาธิการยังเตรียมเดินหน้าปรับรูปแบบการจ้างงานครูธุรการและภารโรงให้มีความมั่นคงมากขึ้น ควบคู่กับการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยหลังจากนี้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประสานความร่วมมือและติดตามความคืบหน้าของมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ที่ “ปลอดภัย เคารพสิทธิ และเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้เรียนรู้” อย่างเป็นรูปธรรม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาล ชวนผู้ประสบภัยใช้ 'ศูนย์ Fix it Center' 57 แห่ง ฟรีทุกบริการซ่อม ฟื้นชีวิตหลังน้ำท่วม

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก

คุมเข้มความปลอดภัยโรงเรียน เพิ่มบทลงโทษผู้บริหารปกปิดเหตุ

รัฐบาลเพิ่มบทลงโทษผู้บริหารโรงเรียนปกปิดเหตุ เดินหน้าคุมเข้มความปลอดภัยในโรงเรียน รับมือภัยออนไลน์ เปิด Traffy Fondue แจ้งเหตุ

รัฐบาลชวนโหลด 'เช็คน้ำ' แอปเดียวรู้ทันน้ำท่วม

รองโฆษกรัฐบาลชวนประชาชนดาวน์โหลด “เช็คน้ำ” ของ GISTDA ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมแบบเรียลไทม์ เช็กพิกัดพื้นที่เสี่ยง น้ำล้นตลิ่ง ฝน และระดับน้ำ พร้อมระบบคาดการณ์รายชั่วโมง ช่วยประชาชนวางแผนเดินทาง ยกของขึ้นที่สูง และเตรียมอพยพได้ทันท่วงที

โอกาสมาแล้ว! รัฐบาลชวนครู-นักเรียนไทยสร้างเครือข่ายกับ รร.ออสเตรเลีย-อาเซียน

รัฐบาลเปิดโอกาสโรงเรียนไทยสร้างเครือข่ายกับ รร.ออสเตรเลียและอาเซียน ผ่านโครงการ BRIDGE School Partnership 2026-2027 คัดเลือก 15 รร.จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ รร.ออสเตรเลีย

เฮ! รบ.เปิดโอกาสนักศึกษาไทยฝึกงานภาคบริการที่มาเก๊า 20 อัตรา เงินเดือนสูงสุด 7.1 หมื่นบ.

รัฐบาล เปิดโอกาสนักศึกษาไทย ฝึกงานภาคบริการที่มาเก๊า 20 อัตรา เงินเดือนสูงสุด 7.1 หมื่นบาท สมัครฟรี ถึง 23 ก.ย.นี้