ผบ.ตร. ห้ามจราจรสวมไอ้โม่ง ร้อนจัดงดตั้งด่าน ขู่ย้าย ผกก.ใน 24 ชม. หากพบบ่อน-ค้ามนุษย์

“บิ๊กราญ” สั่งตำรวจจราจรเลิกสวมหมวกไอ้โม่งปิดหน้า หากกลัวมลพิษให้ใช้หน้ากากอนามัยสีขาวแทน อากาศร้อนจัดงดตั้งด่าน เน้นตักเตือนก่อนออกใบสั่ง หากจำเป็นต้องปรับให้ใช้แบบขั้นบันได กำชับทุกด่านต้องชี้แจงเหตุผลได้ พร้อมคาดโทษย้ายผู้บังคับการ-ผู้กำกับการภายใน 24 ชั่วโมง หากปล่อยให้มีบ่อนการพนันและการค้ามนุษย์ในพื้นที่

9 ตุลาคม 2569 - ที่ห้องแจ้งยอดสุข อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังมอบนโยบายการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงแนวทางการตั้งด่านตรวจและการบังคับใช้กฎหมายจราจรว่า ได้กำชับให้ตำรวจจราจรแสดงความจริงใจต่อประชาชน โดยสั่งยกเลิกการสวมหมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้าระหว่างปฏิบัติหน้าที่

พล.ต.อ.สำราญกล่าวว่า หากเจ้าหน้าที่กังวลเรื่องมลพิษทางอากาศ สามารถใช้หน้ากากอนามัยสีขาวแทนได้ ส่วนกรณีสภาพอากาศร้อนจัด ให้งดการตั้งด่านไว้ก่อน โดยการปฏิบัติงานจราจรต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งให้เน้นการว่ากล่าวตักเตือนเป็นหลัก หากจำเป็นต้องออกใบสั่งปรับ ให้พิจารณาการลงโทษแบบปรับขั้นบันได เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ทั้งนี้ จุดตรวจทุกแห่งต้องสามารถชี้แจงต่อสังคมได้ว่าตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใด และต้องมีผู้ควบคุมการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน

ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า สำหรับการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ได้วางโครงสร้างการดูแลความปลอดภัยออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับปฐมภูมิ คือพื้นที่บ้านเรือนประชาชน เมื่อได้รับแจ้งเหตุตำรวจต้องเดินทางไปถึงให้รวดเร็วที่สุด และในช่วงที่ไม่มีเหตุให้สุ่มตรวจเยี่ยมเยียนประชาชน

ระดับทุติยภูมิ คือพื้นที่ห้างสรรพสินค้าและหมู่บ้านจัดสรร ให้บูรณาการการทำงานร่วมกับพนักงานรักษาความปลอดภัยภาคเอกชน ซึ่งมีอยู่กว่า 350,000 คน เพื่อสร้างเครือข่ายช่วยสอดส่องดูแลความปลอดภัย

ส่วนระดับตติยภูมิ คือพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของตำรวจ โดยต้องสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า เมื่อเดินทางออกจากบ้านแล้วจะได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

พล.ต.อ.สำราญกล่าวว่า ในส่วนของงานสอบสวน ไม่จำเป็นต้องทำสำนวนเพื่อสั่งฟ้องให้ได้ 100% แต่ต้องสั่งคดีให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริง 100% เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งผู้เสียหายและผู้ต้องหา ขณะที่งานสืบสวนต้องนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามจับกุมผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว

นอกจากนี้ ได้กำหนดกรอบการทำงานหลักไว้ 5 ด้าน โดยเน้นย้ำว่างานเร่งด่วนที่สุดคือการปราบปรามภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะแหล่งอบายมุข บ่อนการพนัน และการค้ามนุษย์ หากพบว่าพื้นที่ใดมีการปล่อยปละละเลย ผู้บังคับการและผู้กำกับการในพื้นที่นั้นจะต้องถูกสั่งย้ายอย่างเร่งด่วนภายใน 24 ชั่วโมง

ผบ.ตร.ยังกำชับให้ทุกหน่วยเร่งดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ทั้งการปราบปรามยาเสพติด กลุ่มทุนนอมินี แก๊งสแกมเมอร์ และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเด็ดขาด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปปง. ลุย 3 คดีใหญ่ ยึดเพิ่มแก๊งโกงสอบ ชงศาลริบ 118 ล้าน 'เฉิน จื้อ' คืนเงินเหยื่อ Forex

ปปง. ฟันไม่เลี้ยง 3 คดีใหญ่ ชงศาลริบทรัพย์เครือข่าย 'เฉิน จื้อ' 118 ล้านตกเป็นของแผ่นดิน พร้อมเดินหน้าคืนเงินเหยื่อ Forex-3D กว่า 581 ล้าน พร้อมลุยอายัดเพิ่มแก๊ง ขรก. ทุจริตสอบท้องถิ่น

เปิดปฏิบัติการ 'เผยเงาเหนือ' ทลายแก๊งสวมสิทธิ เงินหมุนเวียนหลายร้อยล้าน

'บิ๊กราญ' สั่งการ 'พล.ต.ท.นพศิลป์- น.1' สนธิกำลังกรมการปกครอง DOPA N.I.C.E เปิดปฏิบัติการ 'เผยเงาเหนือ' แกะรอย 4 ตัวละครสำคัญ โยงสวมสิทธิ - บัตรหัว 0 - หมายแดง เงินหมุนเวียนหลายร้อยล้าน

หวานเจี๊ยบ! อดีตตำรวจดัง ยก 'ผบ.ราญ' แบ่งงาน รองผบ.ตร. สมบูรณ์สุดในประวัติศาสตร์ตำรวจไทย

นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย อดีต อดีตตำรวจคนดัง มั่นใจ 'ผบ.สำราญ' แบ่งงาน รองผบ.ตร. มีประสิทธิภาพสุด

'พล.ต.ท.นพศิลป์' ลุยปราบอาชญากรรมข้ามชาติ จับหนุ่มจีนหัวหน้าแก๊งค้ายา

'พล.ต.ท.นพศิลป์' ผบช.สตม.คนใหม่ ลุยปราบอาชญากรรมข้ามชาติ รวบหนุ่มแดนมังกรหัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติด พบเงินเข้าบัญชีเกินกว่า 50 ล้านบาท