
13 ตุลาคม 2569 กรมชลประทาน อัปเดตสถานการณ์ 2 ลุ่มน้ำ
โดยในส่วนของน้ำเจ้าพระยา เวลา 06.00 น.
สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,813 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มลดลง
สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท
ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,900 ลบ.ม./วินาที
ระดับน้ำเหนือเขื่อน +16.02 ม.รทก.
แนวโน้มลดลง
ส่วนอัปเดตสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำป่าสัก เวลา 06.00 น.
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี
ปริมาณน้ำเก็บกัก 824 ล้าน ลบ.ม. (95%)
ระบายน้ำ 279 ลบ.ม./วินาที
แนวโน้มลดลง
เขื่อนพระราม6 จ.พระนครศรีอยุธยา
ปริมาณน้ำไหลผ่าน 544 ลบ.ม./วินาที
แนวโน้มลดลง
แม่น้ำป่าสักไหลมารวมกับแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนจะไหลลงสู่สถานี C29B อ.สามโคก จ.ปทุมธานี (จุดวัดน้ำเจ้าพระยาก่อนไหลผ่านกรุงเทพฯ)
ปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ย 1,944 ลบ.ม./วินาที (ควบคุมไม่เกิน 3,600 ลบ.ม./วินาที )
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ปลอดประสพ' จี้ 'รมต.-ผู้ว่าฯ' ลงดูพื้นที่จริงบ้าง น้ำเหนือถึงนนทบุรี ชาวบ้านริมเจ้าพระยากำลังเดือดร้อน
ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ชี้ริมฝั่งเจ้าพระยากำลังเดือดร้อน จี้รมต.-อธิบดี-ผู้ว่าฯตื่นมาช่วยกันหน่อยเถิด
กรมชลฯ ปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เหลือ 2,100 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มลดลงต่อเนื่อง
กรมชลประทาน แจ้งปรับลดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 นครสวรรค์ 1,889 ลบ.ม./วินาที
ชาวบ้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังระทม! น้ำเน่า-ปลิงชุม ผวาน้ำเหนือท่วมซ้ำ
ชัยนาทน้ำลดกว่า 70 ซม. แต่ชาวบ้านสรรพยายังเดือดร้อนหนัก น้ำท่วมขังเริ่มเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็น ปลิงชุกชุม ไม่กล้าขนของกลับบ้าน หวั่นน้ำ
KPI Poll เผยปชช.จี้รัฐเร่งแก้ระบบเตือนภัยน้ำท่วมล่วงหน้า เพื่อเตรียมตัวก่อนน้ำมา
KPI Poll เผยปชช. 37.8% จี้รัฐเร่งแก้ระบบเตือนภัยน้ำท่วมล่วงหน้า เพื่อเตรียมตัวก่อนน้ำมา และเร่งระบายน้ำ ส่วนท้องถิ่นอยากได้ความปลอดภัยสูงสุด ตามด้วยส่งเสริมอาชีพ ขอรัฐจัดงบตรงตามความต้องการ
'สทนช.' รับสถานการณ์หนักกว่าปี 2556
'สทนช.' เผยน้ำเจ้าพระยาเริ่มทรงตัว จ่อลดการระบายแบบขั้นบันได เฝ้าระวังลุ่มน้ำเพชรบุรี รับมือฝนตกหนัก 11-12 ต.ค. ด้านลุ่มน้ำภาคตะวันออกมวลน้ำทะลักรอยต่อ กทม.-ฉะเชิงเทรา รับสถานการณ์หนักกว่าปี 56
แนวโน้มคลี่คลาย! กรมชลฯ ปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เหลือ 2,350 ลบ.ม./วินาที
สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น กรมชลประทานทยอยลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง พร้อมลดระดับน้ำเหนือเขื่อนเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝนระลอกใหม่ ขณะเดียวกัน พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังยังคงเร่งสูบและระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมคนและเครื่องจักรไว้ช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยง รับมือฝนช่วงวันที่ 9–13 ตุลาคมนี้ โดยเฉพาะภาคใต้ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

