เคาะแล้ว! โครงการผันน้ำ 1.26 หมื่นล้าน วางระบบส่งน้ำ 75 กม. ป้อนชลบุรี-รองรับขยายตัว EEC

ครม. ไฟเขียวผันน้ำ “ประแสร์–หนองค้อ–บางพระ” วางระบบส่งน้ำกว่า 75 กม. เติมน้ำต้นทุนชลบุรี 1.26 หมื่นล้านบาท รองรับการขยายตัวของ EEC
 
14 ตุลาคม 2569 - ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ดำเนินโครงการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์–หนองค้อ–บางพระ วงเงินงบประมาณรวม 12,656 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570–2574 เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้อ่างเก็บน้ำบางพระประมาณ 60 ล้านลูกบาศก์เมตร รองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นของประชาชน ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยว ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
 
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า น้ำเป็นปัจจัยสำคัญทั้งต่อการดำรงชีวิตของประชาชนและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ มีทั้งชุมชนเมือง แหล่งท่องเที่ยว และภาคอุตสาหกรรมที่ต้องใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงแหล่งน้ำจึงเป็นอีกแนวทางในการเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำ เตรียมรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต และสนับสนุนการเติบโตของ EEC อย่างต่อเนื่อง
 
สำหรับโครงการนี้จะเชื่อมโยงแหล่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง ผ่านอ่างเก็บน้ำหนองค้อ ไปยังอ่างเก็บน้ำบางพระ จังหวัดชลบุรี โดยมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่
 
1. สถานีสูบน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อส่งน้ำเข้าสู่ระบบผันน้ำ
 
2. ระบบท่อส่งน้ำระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร เชื่อมจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ไปยังอ่างเก็บน้ำหนองค้อ จังหวัดชลบุรี
 
3. ปรับปรุงคลองระบายน้ำเดิมประมาณ 5.35 กิโลเมตร เชื่อมจากอ่างเก็บน้ำหนองค้อไปยังอ่างเก็บน้ำบางพระ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำเข้าสู่แหล่งน้ำต้นทุนปลายทาง
 
เมื่อโครงการแล้วเสร็จ คาดว่าจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้อ่างเก็บน้ำบางพระประมาณ 60 ล้านลูกบาศก์เมตร รองรับการใช้น้ำทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภค ภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว พร้อมสนับสนุนการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ EEC ซึ่งจำเป็นต้องมีทรัพยากรน้ำเพียงพอและมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ
 
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการบริหารจัดการแหล่งน้ำอย่างเหมาะสม โดยกรมชลประทานจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนและความต้องการใช้ในแต่ละปี เพื่อให้การผันน้ำเกิดประโยชน์สูงสุดและรองรับการใช้น้ำของประชาชนควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่
 
ทั้งนี้ โครงการมีกำหนดดำเนินการในช่วงปีงบประมาณ 2570–2574 โดยการบริหารจัดการน้ำจะต้องคำนึงถึงปริมาณน้ำต้นทุน ความต้องการของผู้ใช้น้ำแต่ละภาคส่วน และการจัดสรรน้ำอย่างเหมาะสม เพื่อเสริมความมั่นคงด้านน้ำและสนับสนุนการพัฒนาจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ EEC ในระยะยาว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชลประทาน แจงน้ำท่วม 'ชุมชนบางเค็ม' อ.เขาย้อย มาจากน้ำป่าราชบุรี ไม่ใช่เขื่อนปล่อยน้ำ

สำนักงานชลประทานที่ 14 ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีน้ำท่วมชุมชนบางเค็ม อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ยืนยันไม่ได้เกิดจากการระบายน้ำของเขื่อน

กรมชลฯ ปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เหลือ 2,100 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มลดลงต่อเนื่อง

กรมชลประทาน แจ้งปรับลดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 นครสวรรค์ 1,889 ลบ.ม./วินาที

แนวโน้มคลี่คลาย! กรมชลฯ ปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เหลือ 2,350 ลบ.ม./วินาที

สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น กรมชลประทานทยอยลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง พร้อมลดระดับน้ำเหนือเขื่อนเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝนระลอกใหม่ ขณะเดียวกัน พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังยังคงเร่งสูบและระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมคนและเครื่องจักรไว้ช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยง รับมือฝนช่วงวันที่ 9–13 ตุลาคมนี้ โดยเฉพาะภาคใต้ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

กรมชลฯ จับตาลุ่มบางปะกงหลังนํ้าทะเลหนุน

'กรมชลประทาน' เผยเขื่อนเจ้าพระยาเริ่มดีขึ้น ท้ายน้ำลดลง 10-15 ซม. เตือนกาญจนบุรี–ราชบุรี–สมุทรสาคร น้ำเพิ่ม 40–50 ซม. หลังเขื่อนแม่กลองเร่งระบาย จับตาลุ่มบางปะกงหลังนํ้าทะเลหนุน

กรมชลฯ เผย 2 เขื่อนใหญ่มีที่ว่างพอรับน้ำเหนือ 'กทม.' โล่งก้อนน้ำเจ้าพระยาไหลผ่านแล้ว

กรมชลประทาน เผย 2 เขื่อนใหญ่มีที่ว่างพอรับน้ำเหนือ ระบุ ก้อนน้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน กทม.แล้ว เฝ้าระวังลุ่มน้ำบางปะกงใกล้ชิด ระบุ เขื่อนแก่งกระจานพร้อมรับมือเต็มที่ ป้องกันตัวเมืองเพชรบุรี 10 – 11 ต.ค.นี้