นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงเวทียูเอ็นฯ ยกระดับมาตรฐานคุ้มครองผู้บริโภค

นายกฯ มุ่งประสานความร่วมมือกับ UNCTAD เสริมสร้างขีดความสามารถขององค์กรคุ้มครองผู้บริโภค และยกระดับมาตรฐานการดูแล

19 ก.ค.2565 - เวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญระหว่างรัฐบาลด้านกฎหมายและนโยบายการคุ้มครองผู้บริโภค ครั้งที่ 6 ซึ่งจัดโดยการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (The United Nations Conference on Trade and Development: UNCTAD) ภายใต้ระเบียบวาระกระบวนการประเมินนโยบาย (Voluntary Peer Review) โดยสมัครใจของประเทศไทย ผ่านการบันทึกเทปวีดิทัศน์

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการเสวนากับผู้แทนจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญระหว่างรัฐบาลด้านกฎหมายและนโยบายการคุ้มครองผู้บริโภค โดยกระบวนการประเมินนโยบายโดยสมัครใจของประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญอีกขั้นของรัฐบาลในการมุ่งพัฒนาประเทศและยกระดับนโยบายการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับการยอมรับในเวทีสากล และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคของสหประชาชาติ โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่ 5 ของโลก และเป็นประเทศที่ 2 ของภูมิภาคเอเชียที่ได้เข้าร่วมในกระบวนการดังกล่าวของ UNCTAD โดยสมัครใจ ซึ่งเป็นโอกาสให้รัฐบาลได้พิจารณาแนวทางการทบทวนกฎหมายและนโยบายการคุ้มครองผู้บริโภคในภาพรวมของทั้งประเทศ ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผ่านการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่า 20 หน่วยงาน

นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณผู้ประเมินจากสวีเดน เม็กซิโก และแอฟริกาใต้ ที่ได้ร่วมจัดทำข้อเสนอแนะต่าง ๆ อย่างเป็นอิสระ สร้างสรรค์และเป็นกลาง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศไทย และถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการคุ้มครองผู้บริโภคระหว่างประเทศต่าง ๆ ภายใต้การสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก UNCTAD ทั้งนี้ กระบวนการประเมินนโยบายฯ ครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การกระชับความเป็นหุ้นส่วนระหว่างกันจำเป็นต่อการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค ซึ่งสอดคล้องกับแนวปฏิบัติว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคของสหประชาชาติที่เสนอให้รัฐสมาชิกและหน่วยงานที่คุ้มครองผู้บริโภคใช้ประโยชน์จากเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีอยู่เดิม และเข้าร่วมในข้อตกลงทวิภาคี หรือพหุภาคี ตลอดจนข้อริเริ่มต่าง ๆ ตามความเหมาะสม เพื่อประกอบการอนุวัติแนวปฏิบัติดังกล่าว

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ต่อผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งจะเป็นโอกาสและบทเรียนสำคัญสำหรับทุกรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเร่งพัฒนาและกำหนดนโยบายใหม่ ๆ ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทของสถานการณ์โลกในปัจจุบัน เพื่อรับมือกับการดำเนินธุรกิจอย่างไม่เป็นธรรม ป้องกันการบิดเบือนตลาด และส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีความเข้มแข็ง รู้เท่าทัน และสามารถปรับตัวกับความปกติใหม่ได้ ขณะเดียวกัน ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างผู้บริโภคกับนักลงทุนในช่วงการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์โควิดฯ ในอีกทางหนึ่ง

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของหน่วยงานด้านการแข่งขันและการคุ้มครองผู้บริโภคของ UNCTAD ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูงในเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคภายใต้กรอบแนวปฏิบัติว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคของสหประชาชาติโดยรวม ซึ่งที่ผ่านมามีหลายโครงการที่ให้การสนับสนุนประเทศสมาชิกหลายประเทศ ในการเสริมสร้างขีดความสามารถขององค์กรคุ้มครองผู้บริโภคผ่านเครื่องมือเชิงนโยบายและความร่วมมือเชิงวิชาการต่าง ๆ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคของไทยจึงได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการความร่วมมือของ UNCTAD เพื่อยกระดับกระบวนการคุ้มครองผู้บริโภคที่มีอยู่เดิม ให้มีความสอดคล้องทัดเทียมมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น

โดยหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการประเมินนโยบายฯ แล้ว สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีแผนที่จะยกระดับเรื่องการระงับข้อพิพาทออนไลน์ตามที่รัฐบาลได้ริเริ่มไว้เมื่อปี ค.ศ. 2019 นอกจากนี้ รัฐบาลจะเริ่มนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกผู้บริโภคให้สามารถเข้าถึงบริการภาครัฐได้อย่างรวดเร็ว เป็นธรรม โปร่งใส และทั่วถึง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ภายในปีนี้ด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ประเทศไทยจะได้รับการสนับสนุนผ่านโครงการความร่วมมือของ UNCTAD เรื่อง “การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการค้าดิจิทัลและการระงับข้อพิพาทออนไลน์สำหรับผู้บริโภค เพื่อเป็นหนทางไปสู่การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” ซึ่งความมุ่งมั่นในการพัฒนากระบวนการระงับข้อพิพาทออนไลน์นั้น ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของอาเซียนในการเร่งสร้างเครือข่ายระบบระงับข้อพิพาทออนไลน์ให้ครอบคลุมทุกประเทศสมาชิกภายในปี ค.ศ. 2025 ตามแนวปฏิบัติอาเซียนว่าด้วยการระงับข้อพิพาทออนไลน์อีกด้วย

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณกลุ่มเส้นทางสายไหมจีนและ UNCTAD สำหรับการสนับสนุนทางเทคนิคมาโดยตลอด และขอขอบคุณผู้ร่วมประเมิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการจัดการข้อพิพาทผู้บริโภคแห่งสวีเดน สำนักงานอัยการกลางด้านคดีผู้บริโภคแห่งเม็กซิโก และคณะตุลาการผู้บริโภคแห่งชาติแอฟริกาใต้ พร้อมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเข้าร่วมการเสวนาจะบรรลุวัตถุประสงค์ของกระบวนการประเมินนโยบายโดยสมัครใจของประเทศไทย และจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศที่จะช่วยผลักดันให้กระบวนการการคุ้มครองผู้บริโภคของไทยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศล 99 พรรษา 'สมเด็จพระสังฆราช'

นายกฯ เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา 'สมเด็จพระสังฆราช'

'อนุทิน' ป้อง 'ปลัด มท.' ไม่ต้องแจงคลิปเพ้อเจ้อไร้สาระ ย้ำตรงไหนโกงสับให้เละ

นายกฯ ป้อง 'ปลัดมท.' หลังเพจ CSI LA ปล่อยคลิปว่อนภรรยาปลัดเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ซัดเพ้อเจ้อไปเรื่อย ไม่ต้องชี้แจงไร้สาระ ย้ำยึดข้อเท็จจริงผลสอบสวน ลั่นตรงไหนโกงสับให้เละ

นายกฯ เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร 15 วัน 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ'

นายกฯ เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร 15 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ครม.เศรษฐกิจพลัส! 'นายกฯ' ถก 'กรอ.' นัดแรก ดึงเอกชนร่วมกลั่นกรองเรื่องศก. ก่อนนำเข้า ครม.

นายกฯ ถก กรอ. นัดแรก ยกเป็น ‘ครม.เศรษฐกิจพลัส’ ดึงเอกชนเข้าร่วม ให้กลั่นกรองเรื่องศก. ก่อนนำเข้าครม.ได้

'ปธ.หอการค้า' เชื่อไตรมาส 4 ไม่ชะงัก มั่นใจรัฐบาลมีมาตรการพยุง ศก.ไทย

'ประธานหอการค้า' มั่นใจรัฐบาลมีมาตรการพยุงเศรษฐกิจไทย แม้ผลวิเคราะห์ไตรมาส 4 ชะงัก รอผลยุติสงครามสหรัฐ-อิหร่าน

โชว์ปราบ 'พนันบอลโลก' ปิดกั้นเว็บพนันได้ถึง 1.38 หมื่น

รัฐบาล เดินหน้าปราบ 'พนันออนไลน์บอลโลก' เผย 18 วัน ปิดกั้นแล้วกว่า 1.3 หมื่นรายการ เตือนร้านค้า-ร้านอาหาร ถ่ายทอดสดโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุก 4 ปี ปรับ 8 แสนบาท