"อนุชา" เผย งวด 1 ต.ค.นี้ เพิ่มสลากดิจิทัลเป็น 12.8 ล้านฉบับ ย้ำทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อรักษาสมดุลระหว่างสลากใบและระบบดิจิทัล พร้อมเพิ่มจุดจำหน่ายสลาก80 เป็น 1,076 จุด ทั่วประเทศ
13 ก.ย.2565 - เวลา 16.30 น. ที่ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคา พร้อมด้วย พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาว่า สำนักงานสลากฯ ได้ดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาตามโรดแมปที่วางไว้อย่างต่อเนื่อง การจำหน่ายสลากดิจิทัล จากการจำหน่ายสลาก 6 งวดที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากในการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคา ทำให้เห็นว่า สลากราคา 80 บาทมีอยู่จริง ประชาชนให้ความสนใจ เมื่อถูกรางวัลก็ขึ้นเงินรางวัล สะดวก ง่าย ไม่ยุ่งยาก สำหรับงวด 1 ตุลาคม 2565 จะเพิ่มสลากเข้าไปในระบบดิจิทัลเป็น 12,879,500 ฉบับ จำนวนตัวแทนจำหน่าย 25,759 ราย พร้อมกันนั้น ก็ได้เพิ่มจุดจำหน่ายสลาก 80 เป็น 1,076 จุด กระจายอยู่ทั่วประเทศและในระยะต่อไป จะมีการจำหน่ายที่จุดบริการน้ำมันทั่วประเทศด้วย
นายอนุชา กล่าวว่า สำหรับการบังคับใช้กฎหมาย กับแพลตฟอร์มที่กระทำผิดกฎหมายในความผิดฐานเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินกว่าราคาที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาลในระบบออนไลน์ทั่วประเทศ ขณะนี้มีทั้งหมด 17 แพลตฟอร์ม มีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินคดีแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นความผิดตาม พรบ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พรบ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค พรบ.คอมพิวเตอร์ พรบ.การพนัน และข้อหาฉ้อโกงประชาชน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอปิดเว็บไซต์ที่กระทำความผิด และต้องรอฟังคำสั่งศาล ในช่วงปลายเดือนนี้ต่อไป
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวในตอนท้ายว่า รัฐบาลมีความมุ่งหมายและตั้งใจจริงที่จะแก้ไขปัญหาสลากเกินราคา อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้ซื้อรักษาสิทธิ์ของตนเองโดยการซื้อสลากตามราคา ในช่องทางที่สำนักงานฯ ดำเนินการให้ และช่วยกันปฏิเสธการซื้อสลากเกินราคา เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายอนุชา นาคาศัย ว่าที่ สส.ชัยนาท เขต 1 ยินดีให้มีการนับคะแนนใหม่เพื่อความโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม
นายอนุชา กล่าวว่า “ตนจะยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากได้มีการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้น เพื่อทำให้เกิดความชัดเจนและเกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมกับทุกฝ่ายรวมทั้งตนเองด้วย
เสี่ยแฮงค์ อนุชา อดีตแชมป์ สส.ชัยนาท ใส่เสื้อชัยนาทฮอร์นบิล เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ชวนคนไทยออกมาใช้สิทธิเพื่ออนาคตประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.50 น. นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัครสมาชิกผู้แทนราษฏร เขต 1 จังหวัดชัยนาท เดินทางไปที่บริเวณหน่วยเลือกตั้งที่ 1 เขตเลือกตั้งที่ 1 ศาลาปู่หิน ต โพนางดำตก เทศบาลตำบลโพธิ์พิทักษ์ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เพื่อใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร และประชามติ
อนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส. เขต 1 จ.ชัยนาท ลงพื้นหาเสียงบ้านเกิด ตลาดโพนางดำขอคะแนนชนะขาดทั้งคนทั้งพรรค เข้าไปแก้ไขปัญหา เป็นปากเสียงคนในพื้นที่
นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส เขต 1 จ.ชัยนาท ลงพื้นที่ตลาดโพนางดำ อ. สรรพยา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายอนุชาและเติบโตที่นี้
โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ‘อนุชา’ หาเสียงช่วย ‘วุฒิพงษ์’ เขต 2 อยุธยาเบอร์ 6 ขอคะแนนให้วุฒิพงษ์ ไปยกมือให้อาจารย์เชนเป็นนายกฯ ย้ำสานต่อนโยบาย 30 บาทแน่นอน
นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส. เขต 1 เบอร์3 จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวุฒิพงษ์ พวงทอง ผู้สมัครเขต 2 เบอร์ 6 ณ ลานแสงฟ้า ต. ปากท่า อ. นครหลวง ซึ่งเป็นการปราศรัยรวมทุกเขต ทุกอำเภอ ของเขต 2 คือ อ.นครหลวง อ.ท่าเรือ อ.มหาราช อ.บางปะหัน และอ.บ้านแพรก
‘อนุชา’ ผู้สมัคร สส. เขต 1 ชัยนาท เพื่อไทย เบอร์ 3 ลงพื้นที่พบกลุ่ม อสม. และเดินตลาดหางน้ำสาคร อ.มโนรมย์ ประชาชนดีใจกลับมาอยู่เพื่อไทย พร้อมขอให้สานนโยบายที่ดีต่อ
นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส. เขต 1 จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย เบอร์3 ลงพื้นที่ พูดคุยกับพี่น้อง อสม. หมู่ 5 ต.ชัยนาท อ.สรรพยา และเดินตลาดหางน้ำสาคร ต.หางน้ำสาคร อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท พบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนที่มาเดินตลาด
‘อนุชา’ ลุยอยุธยา สิงห์บุรี ช่วย อัณณพ ผู้สมัคร สส.อยุธยา เขต 1 วุฒิพงศ์ ผู้สมัคร สส.อยุธยา เขต 2 และนัฐยุทธ ผู้สมัครสส.สิงห์บุรี เขต 1 ประชาชนในพื้นที่ชื่นชอบนโยบายพรรค อยากส่งลูกหลานสานต่อนโยบายพรรคเพื่อไทย
นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส.จ.ชัยนาท เขต 1 เบอร์ 3 ลงพื้นที่หวัดพระนครศรีอยุธยา หาเสียงช่วยนายวุฒิพงศ์ พวงทอง ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 6 จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 2 จุด ที่บริเวณ วัดเขียนลาย ต.บ้านแพรก อ.บ้านแพรก ละวัดจันทร์ ต.บางพระครู อ.นครหลวง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผู้สมัคร และได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี

