
19 ก.ย.2565-นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง ประเทศไทยจะร่ำรวย ระบุว่า ในท่ามกลางวิกฤติที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องพลังงานแพง ได้สร้างปัญหาให้ทุกประเทศ รวมทั้งประเทศไทยเรา ยิ่งมาเจอวิกฤติซ้อนนั่นคือ ภาวะโลกร้อน ประเทศในยุโรปประกาศ เก็บภาษีคาร์บอน(CBAM) ในปีค.ศ. 2026 เรื่องนี้ที่ดูเหมือนยังไกล กลับกลายเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก เนื่องจากผู้ประกอบการหลายบริษัท ของต่างชาติ ได้แจ้งให้บริษัท ที่ผลิตชิ้นส่วนส่งในประเทศ ต้องใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ในปี2025อันใกล้นี้ บางบริษัทกำลังดูทิศทาง พร้อมจะย้ายฐานการผลิต ถ้าเรื่องพลังงานสะอาดไม่ชัดเจน
ขณะที่ทิศทางของกระทรวงพลังงาน กำลังเดินตามเทคโนโลยีของต่างชาติ นั่นคือเพิ่มการใช้พลังงานจากโซลาร์ และพลังงานลม ซึ่งพรรคไทยภักดี อาจจะมีมุมมองที่เห็นต่าง เพราะประสิทธิภาพของโซลาร์ คิดได้เพียง4-5ชั่วโมงต่อวัน ส่วนลม ก็ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตลอด เพราะบางช่วงเวลาก็ไม่มีลม การที่จะใช้ทั้งสองแบบนี้ เพื่อมารองรับไฟฟ้าพลังงานสะอาดทั้งประเทศ จึงไม่มีประสิทธิภาพยกเว้นนำมาใช้เพื่อโครงการเฉพาะ เช่น โครงการสูบน้ำด้วยโซลาร์ ใช้เพื่อครัวเรือน หรือในพื้นที่ห่างไกล ที่สำคัญทั้งโซลาร์และพลังงานลม เราต้องซื้อวัตถุดิบจากต่างชาติ ไม่ได้มีส่วนซื้อจากประชาชนในประเทศ
ท่ามกลางวิกฤตินี้ เป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทย ที่จะผันตัวเองเป็น ประเทศเจ้าของพลังงานสะอาดของโลก และสามารถส่งออกได้ทั่วโลก เพราะเราพบว่า 1.ตำแหน่งทางภูมิรัฐศาสตร์ ของประเทศไทยอยู่ในโซนร้อน มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การปลูกพืชได้ทั้งปี โดยเฉพาะพืชพลังงานเช่นหญ้าเนเปียร์ 2.พบว่านักวิจัยไทย ค้นพบknow how ที่สามารถปลูกเนเปียร์ ได้ปริมาณต่อไร่สูงเป็นสองเท่า เหมาะแก่การส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกได้ทั้งประเทศ สามารถผลิตพลังงานได้ตลอด24 ชั่วโมง และผลิตทั้งปี อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญ เราแทบไม่ต้องนำเข้าฟอสซิลจากต่างประเทศ แต่ซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรแทน
3.วิศกรชาวไทย เป็นผู้คิดค้นนวัตกรรม ในการแปลงเนเปียร์ ให้เป็นพลังงานสะอาด ในราคาต่อหน่วยที่ถูกมากไม่เกินหน่วยละ1บาท(ไม่แปลกที่เราสามารถลดค่าไฟฟ้าครัวเรือน เหลือหน่วยละ 2.50 บาท) รวมทั้งผลิตแก๊สหุงต้มราคาถูก CNG,LNG ,HYDROGEN, AMMONIA ,UREA ใช้ในประเทศและส่งออกต่างประเทศ
นี่คือโอกาสครั้งสำคัญของประเทศ ที่เราต้องเดินให้ถูกทิศทาง ถ้าเราเดินตามเทคโนโลยี ของต่างชาติ ประเทศไทยก็จะอยู่ในวังวนที่เป็น แต่ถ้าเราเดินบนเทคโนโลยีของไทย ประเทศไทยทั้งประเทศ จะเป็นเจ้าของแหล่งพลังงานสะอาดของโลก สามารถพึงพาตนเองได้ นำมาสู่ความมั่งคั่งรุ่งเรือง สมกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นนั่นคือ “ประเทศใดครอบครองแหล่งพลังงาน ถ้าไม่ใช่ชาติมหาอำนาจ ก็เป็นชาติที่ร่ำรวย” เราจะทำให้ประเทศไทยและคนไทยรวยครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ไซมิส แอสเสท’ ลุยพลังงานสะอาดมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero
‘ไซมิส แอสเสท’ ลุยพลังงานสะอาด ขยายการลงทุนผ่านการติดตั้ง Solar System มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zeroช่วยลดค่าไฟฟ้า-ลดคาร์บอน ตอกย้ำแผนเติบโตยั่งยืน
JR โชว์แบ็คล็อคแน่น 6,266ล้านพร้อมรุกธุรกิจพลังงานสีเขียว
JR เปิดกลยุทธ์การเติบโตในปี 69 ตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้น 10-15% จากปีก่อน ฟุ้งแบ็คล็อคแน่น 6,266 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าลุยธุรกิจเทรดดิ้ง Oil & Gas พร้อมรุก Green Energy สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
สภาส่อเดือด! ถกรายงานงบกองทุนบำนาญ สส. 'หมอวรงค์' ทุบโต๊ะเลิกสถานเดียว
ประชุมสภาฯ 2 เม.ย. ส่อเดือด! ถกรายงานงบกองทุนบำนาญ สส. ผู้ทรงเกียรติ 'หมอวรงค์' ทุบโต๊ะยกเลิกสถานเดียว หลังเปิดข้อมูลเป็น สส. แค่ปีเดียว ก็ได้สิทธิ เผยตัวเลขงบการเงิน สินทรัพย์ลด-ค่าใช้จ่ายพุ่ง
หมอวรงค์ โต้ วิโรจน์ ยันยกเลิกอาหาร สส. ทำได้ เป็นเรื่องเจรจากับผู้รับเหมา
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า #ยกเลิกอาหารสส.
เอกชนโอด!สงครามดันเม็ดพลาสติกพุ่ง 50-70%
‘เอกชน’โอดสงคราม กระทบอุตฯปิโตรเคมีดันต้นทุนเม็ดพลาสติกพุ่ง 50-70% ห่วงหากยืดเยื้อ 'เอสเอ็มอี' อ่วมหนักต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งวัตถุดิบและการขนส่ง ด้าน ส.อ.ท.แนะ เร่งกระจายแหล่งนำเข้าวัตถุดิบ- หนุนใช้พลังงานสะอาด-ลดการพึ่งพาวัตถุดิบต่างประเทศ
หมอวรงค์ ฉีกเอกสารตั้ง 'ผู้ช่วย สส.' ทิ้งกลางสภาฯ ลั่นมีเยอะเกินเปลืองงบ ตั้งแค่ 3 คนพอ
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี แถลงข่าวการแต่งตั้งผู้ช่วย สส. และ บำนาญ สส. ว่า สิ่งแรกที่เราเรียกร้อง คือ การยกเลิกอาหารของ สส. สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล

