รัฐบาลเดินหน้าปราบทุจริต กำชับหน่วยงานรัฐยึดหลักโปร่งใส

‘โฆษกรัฐบาล’ ชี้รัฐมุ่งมั่นแก้ปัญหาทุจริต นายกฯ กำชับยึดหลักทำงานโปร่งใส -ตรวจสอบได้ ส่งผลคะแนนประเมินคุณธรรมหน่วยงานภาครัฐปี 65 เพิ่มสูงขึ้น

31 ต.ค. 2565 – ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตเป็นวาระแห่งชาตินั้น จากรายงานผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พบว่า ประเทศไทยได้รับคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 87.57 เพิ่มสูงขึ้นจากปี 2564 ที่มีคะแนนเฉลี่ย 81.25

ทั้งนี้ โครงการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐมีการกระบวนการดำเนินงานที่เปิดเผยและโปร่งใส ซึ่งมีการกำหนดให้โครงการก่อสร้างของส่วนราชการ องค์การบริหารส่วนจังหวัด และท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ (กทม./พัทยา) ที่งบประมาณสูงสุด 1 โครงการ รวมทั้งโครงการก่อสร้างของรัฐวิสาหกิจที่มีงบประมาณตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไปทุกโครงการ และโครงการก่อสร้างของเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล ที่มีงบประมาณตั้งแต่ 7 ล้านบาทขึ้นไปทุกโครงการ จะต้องเข้าร่วมโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (Infrastructure Transparency initiative : CoST) เพื่อเปิดเผยข้อมูลโครงการตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งสิ้นสุดโครงการ ผ่านเว็บไซต์ CoST Thailand เพื่อให้สาธารณชนสามารถติดตามและตรวจสอบข้อมูลได้ รวมทั้งยังมีการติดตามความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างที่เข้าร่วมโครงการ CoST จากการลงพื้นที่สุ่มตรวจของคณะทำงานตรวจสอบข้อมูล ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก และสำนักงานคลังจังหวัดในพื้นที่โครงการอีกด้วย

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า สำหรับโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่มีวงเงินงบประมาณ ตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องส่งโครงการเข้าร่วมจัดทำข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact : IP) โดยจะมีผู้สังเกตการณ์ซึ่งเป็นผู้แทนจากภาคประชาชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่เริ่มจัดทำร่างขอบเขตของงาน (TOR) จนกระทั่งสิ้นสุดโครงการ รวมทั้งจะต้องดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบการจัดซื้อจัดจ้างด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ซึ่งเป็นระบบที่ผู้ค้าสามารถยื่นข้อเสนอผ่านออนไลน์ และไม่มีการพบเจอกันระหว่างผู้ค้าและหน่วยงานที่ต้องการจัดซื้อจัดจ้าง โดยหลังจากเสนอราคาและได้ผู้ชนะการเสนอราคาแล้ว ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการจัดซื้อจัดจ้างจะมีการเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th

“รัฐบาลมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาการทุจริต และพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อให้ภาครัฐมีความโปร่งใส ปลอดการทุจริต บริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล และมุ่งสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต โดยนายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงานภาครัฐ ยึดหลักการทำงานด้วยความโปร่งใส และตรวจสอบได้” นายอนุชา ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โฆษกรัฐบาล ยันไม่มีมติต่อใบอนุญาตทำงานให้แรงงานกัมพูชา

รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่มีการแชร์ข้อมูลทางออนไลน์เกี่ยวกับการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานกัมพูชากว่า 200,000 คน ที่ยังอยู่นอกระบบนั้น เป็นเพียงข้อเสนอของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

นายกฯ สั่งคกก.นโยบายที่ดินฯ เร่งรับรองสถานะโฉนดชุมชนให้เสร็จใน 60 วัน 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องที่ดินทำกินเป็นนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งมั่นให้เกษตรกรและประชาชนมีที่ดินทำกินเป็นของตัวเองเพื่อความมั่นคงในการดำเนินชีวิต โดยในสัปดาห์ที่แล้วมีการยกเลิกระเบียบ

ครม. โละบอร์ดสรรหา 'คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน'

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกมติ ครม.เดิมเมื่อวันที่ 29 ต.ค.67 ที่เคยอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)

ครม. อนุมัติงบกลาง 452 ล้านบาท เยียวยากำลังพลชายแดนไทย-กัมพูชา

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินห

รัฐบาล ยันไทยยังไม่ตกลงยินยอม ประนอมข้อพิพาททางทะเลตามกฎหมาย UNCLOS

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีสำนักข่าวกัมพูชาเผยแพร่รายงาน เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ระบุว่าฝ่ายไทยได้ตกลงเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)