นายกฯ แนะนำหนังสือ “ทุนนิยมในศตวรรษที่ 21 : Capital in the Twenty-First Century” อธิบายเศรษฐศาสตร์จากการรวบรวมข้อมูล ซึ่งใช้เวลาเก็บข้อมูลยาวนานจากกว่า 20 ประเทศ
28 พ.ย.2565 - นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แนะนำหนังสือ "ทุนนิยมในศตวรรษที่ 21 : Capital in the Twenty – First Century" เขียนโดย Thomas Piketty (โทมัส พิเก็ตตี) นักเศรษฐศาสตร์ชาวฝรั่งเศส
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอธิบายว่า หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ให้ข้อมูลว่ากลไกอะไรที่ทำให้คนเรามีทุนไม่เท่ากัน ทำไมคนรวยรวยมากขึ้น โดยโทมัสใช้วิธีรวบรวมข้อมูลเป็นเวลายาวนาน ซึ่งรวบรวมทั้งข้อมูลด้านภาษี เงินเดือน รายได้ประชาชาติ ความมั่งคั่ง ผลตอบแทนรายปีของทุน ฯลฯ ครอบคลุมเวลาทั้งสิ้น 3 ศตวรรษ (ศตวรรษที่ 18 – ต้นศตวรรษที่ 21) จากมากกว่า 20 ประเทศ เมื่อได้ข้อมูลแล้วนำมาสังเคราะห์ และค้นหาแบบแผนทางประวัติศาสตร์ ซึ่งถือเป็นการใช้ข้อมูลมากที่สุด ในช่วงเวลาที่นานมากที่สุด และในระดับที่ใหญ่ที่สุด
นายอนุชา กล่าวเพิ่มเติมว่า วัตถุประสงค์ของหนังสือเล่มนี้คือ การตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับการกระจายความมั่งคั่ง และจริงหรือไม่ที่พลวัตของการสะสมทุนเอกชนจะทำให้ความมั่งคั่งกระจุกตัวอยู่ในมือคนจำนวนน้อยลง หรือความสมดุลจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ การแข่งขัน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะลดความเหลื่อมล้ำจนนำไปสู่ความกลมกลืนทางชนชั้นได้ในที่สุดใช่หรือไม่ รวมทั้งมีบทเรียนหรือความรู้อะไรบ้างที่ได้รู้จากวิวัฒนาการของความมั่งคั่งและรายได้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นคำถามที่พยายามตอบโดยใช้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์และเชิงเปรียบเทียบ
“นายกรัฐมนตรีอ่านหนังสือเพื่อเพิ่มพูนความรู้ เพื่อนำมาใช้ในการบริหารบ้านเมืองเสมอ โดยเชื่อมั่นในการอ่าน ศึกษาเพิ่มเติมว่าจะช่วยพัฒนาระบบคิด ที่เป็นไปตามหลักการและเหตุผล โดยหนังสือเล่มนี้เกี่ยวโยงถึงอดีต มุ่งเน้นไปที่ปัญหาเรื่องการกระจายความมั่งคั่งและรายได้ ใช้วิธีการรวบรวมข้อมูล ผ่านการศึกษาอย่างมีระบบ และแบบแผน นำมาวิเคราะห์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเชื่อว่าจะเป็นตัวอย่างที่ต่อยอดแสวงหาทางออกในการแก้ไขปัญหาได้ โดยนายกรัฐมนตรีแนะนำหนังสือเล่มนี้ ให้เป็นหนังสือที่เพิ่มพูนความรู้ มุมมอง และแนวคิดแก่ผู้อ่าน เชื่อว่าอ่านแล้วได้ประโยชน์ นำมาประยุกต์ใช้ได้จริง” นายอนุชา กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศบก. ชี้กองทุนน้ำมันติดลบ 4.2 หมื่นล้าน ไม่ชัดตรึงราคาช่วงสงกรานต์
ศบก. แถลงจับเพิ่มผู้ประกอบการกักตุนน้ำมัน สระบุรี 3 ราย อยุธยา 2 ราย ตีปี๊บเริ่มจำหน่าย E20 แล้ว เผยกองทุนน้ำมันติดลบ 4.2 หมื่นล้านบาท ไม่ชัดตรึงราคาช่วงสงกรานต์ ยันพยายามดูแลเต็มที่
นายกฯ จ่อตั้ง 'โบว์ ณัฏฐา' นั่ง 'โฆษก ศบก.' เจ้าตัวโผล่สังเกตการณ์แถลงข่าวประจำวัน
ภายหลังที่นายเกษมสันต์ วีระกุล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ ได้กล่าวเสนอแนะแนวทางการสื่อสารของรัฐบาลต่อหน้า นายอนุทิน
ทบ. แจงเยียวยาทหารเสียชีวิตสู้รบไทย-กัมพูชา เงินรัฐบาล 10 ล้าน อยู่สำนักงบฯ รออนุมัติ
ทบ. แจงเงินเยียวยาทหารเสียชีวิตจากการเหตุสู้รบไทย-กัมพูชา ในส่วนรัฐบาล 10 ล้านบาท เรื่องอยู่ที่สำนักงบประมาณ ขณะที่เงินพระราชทาน สินไหมทดแทนภัยสงคราม และบำนาญพิเศษ มอบให้ครอบครัวผู้สูญเสียแล้ว
'นิพิฏฐ์' สวน 'พิพัฒน์' อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยวัดคนจน
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความว่า อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยไปวัดคนจน
ดร.เจษฎ์ จี้รัฐบาลเปิดความจริงโครงสร้างราคาน้ำมัน หวั่นผลประโยชน์ทับซ้อนทำลายความเชื่อมั่น
ดร.เจษฎ์ ชี้ประเทศยังไม่เข้าสู่ขั้นวิกฤตพลังงาน แต่หากรัฐบาลบริหารจัดการไม่ดี อาจลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
'สนธิรัตน์' ซัดปมความโปร่งใสรัฐบาล วิกฤตกว่าราคาน้ำมัน แนะ 4 ข้อสำคัญต้องลงมือทำทันที
ในสถานการณ์ที่หลายอย่างเพิ่มขึ้น สิ่งที่ยังไม่เพิ่มและมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องคือความโปร่งใสของรัฐบาลในการจัดการวิกฤต ซึ่งนำไปสู่การลดลงของความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อรัฐ

