'สส.ภูมิใจไทย'จับตาปัญหาลอบเข้าเมือง หวั่นเป็นต้นเหตุคลัสเตอร์ใหม่

'ศุภชัย-สส.ภูมิใจไทย'จับตาปัญหาลอบเข้าเมือง หวั่นเป็นต้นเหตุคลัสเตอร์ใหม่ พาไทยกลับสู่วิกฤติโควิด - 19 ต้องปิดเมืองอีกรอบ ขอผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมาย

19 พ.ย.2564 - นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊ก Supachai Jaismut ระบุว่า

กังวลคลัสเตอร์ใหม่

ล่าสุด ผมเห็นประเทศไทยกลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง รอยยิ้มกลับคืนสู่ใบหน้าคนไทยอีกครั้ง ร้านรวงกลับมาเปิด แหล่งท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก คนไทยได้กลับมาหากิน รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นบรรยากาศแห่งความสุขกลับคืนมา

เรียกได้ว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัว มีความต้องการแรงงานเกิดขึ้นทั่วประเทศ

เมื่อมองไปยังชายแดน เราจะพบว่า ข่าวเรื่องการลักลอบเข้าเมืองปรากฏขึ้นรายวัน ทั้งจากการเดินทางมาโดยอิสระ และการเดินทางเข้ามาโดยมีนายหน้าจัดการให้ จากจำนวนข่าวที่เกิดขึ้นในช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา สัมผัสได้ว่า มีการลอบเข้าเมืองทุกวัน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

บางคนถูกจับ บางคนหลุดรอดเข้ามาได้ ที่น่ากลัวคือ พวกที่รอดเข้ามานั้น อาจจะพาเชื้อโควิด 19 เข้ามาด้วย ตรงนี้ ต้องขอวิงวอนผู้ประกอบการ ว่า กรุณาตั้งมั่นอยู่บนหลักของกฎหมาย อย่าพาตัวเอง และบ้านเมืองเข้าไปอยู่ในความเสี่ยง ให้ต้องกลับไปเจอกับวิกฤตโรคระบาดอีกหน ส่วนเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ก้ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ คอบสอดส่องดูแล เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคระบาด

เรื่องนี้สำคัญ หากเราย้อนดูการระบาดที่ จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2563 ก็มีจุดกำเนิดมาจากชุมชนแรงงานต่างด้าว ใช่หรือไม่ จากนั้น ก็มีการระบาดในทั่วประเทศ ผมไม่ลืมว่า แรงงงานต่างด้าว คือกลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการ แต่ก็ขอให้ทำกันอย่างถูกกฎหมาย อย่าประมาทมักง่าย

มีข่าวดีคือ ทาง ครม. มีมติให้นายจ้าง สถานการประกอบการนำแรงงานที่อยู่ในความดูแลเข้าสู่ระบบทั้งหมด เพื่อขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวรอบใหม่ ซึ่งรวมถึงแรงงานผิดกฎหมาย ดำเนินการได้ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

สิ่งที่ผม กลัวที่สุดคือ การที่เรารับแรงงานต่างด้าว เข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมาย บนการปล่อยปละของบางคน สุดท้าย กลายเป็นต้นเหตุให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่ๆ กลายเป็นปัญหาใหญ่ ที่กระเทือนระบบเศรษฐกิจไทย

หากวันนั้นมาถึง คนไทย อาจต้องกลับไปปิดบ้าน ล็อกเมือง หยุดทำมาหากินกันอีกรอบ จากวันนี้ ที่มีรอยยิ้ม เมื่อเกิดวิกฤติอีกรอบ ความหม่นหมอง ก็คงจะปรากฏบนใบหน้าคนไทยอีกหน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่อยากเห็น

อย่าลืมนะครับ

ไทย ช่วยไทย แล้วคนไทย จะไปรอด

#ปัญหาลอบเข้าเมือง

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศุภชัย' แจงประเด็นกฎหมายปมเลือกสว. ย้ำกระแสไม่ใช่หลักฐาน

“ศุภชัย” เปิด 7 ประเด็นกฎหมาย ปมเลือก สว. ย้ำ “กระแสไม่ใช่หลักฐาน” กกต.ต้องวัดที่ “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” ลั่นถึงก็ส่งศาล ไม่ถึงก็ยุติ ชี้ 14 ก.ย. กกต.ต้องตอบตามกฎหมาย ไม่ใช่แรงกดดัน

'ศุภชัย' สวน 'อภิสิทธิ์' กดดันส่งฟ้องคดีฮั้ว สว. ลั่น กกต. ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์

"ศุภชัย" โต้ "อภิสิทธิ์" ปมจี้ กกต. ส่งเรื่องฮั้วสว. ให้ศาลฎีกา บอก กกต.ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ ขอเคารพองค์กรอิสระ ยืนยันภูมิใจไทยไม่ปกป้องคนผิด

กระทุ้ง 'อ้วน-พท.' เคลียร์ปมรัฐบาลอิ๊งค์จุ้น 'คดีฮั้ว สว.'

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง และอดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "คดีฮั้ว สว. DSI ถูกรัฐบาลอุ๊งอิ๊งแทรกแซง?" โดยระบุว่า

'ศุภชัย' ลั่นภูมิใจไทยถูกป้ายสีคดีฮั้ว สว. มีธงตั้งแต่ต้น จับตา 14 ก.ย. มีเรื่องสุดช็อก

นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายมาตรา 32 งบประมาณรายจ่ายขององค์กรอิสะและองค์กรอัยการ ในส่วนของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า  มีคนตั้งธงให้สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คนตามสำนวนของ คณะอนุกรรมการ ชุดที่ 26 ทั้งนี้การทำคดีดังกล่าวมีธงตั้งแต่ต้น และตนตรวจสอบแล้วพบว่า คนร้อง เป็นกลุ่มผู้สมัครสว. ที่เป็นอดีตรองอธิบดีดีเอสไอ

'ศุภชัย' จวกฝ่ายค้านตรวจสอบหรือกดดัน กกต. ไม่ควรใช้สภาฯชี้นำคดีฮั้ว สว.

นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีการอภิปรายที่จะมาถึงของฝ่ายค้าน ตั้งคำถามว่า ‘ตรวจสอบ กกต. หรือกำลังกดดัน กกต.?’ การตรวจสอบองค์กรอิสระเป็นหน้าที่ของรัฐสภา แต่ต้องแยกให้ชัดระหว่างการตั้งคำถามต่อการทำงาน กับการชี้นำผลลัพธ์ของกระบวนการที่ยังไม่สิ้นสุด