โทรโข่งรัฐบาลแจงเหตุผลย้ายอธิบดีกรมอุทยานฯ เพื่อให้ตรวจสอบง่ายมากขึ้น!

โฆษกรัฐบาลแจงการโยกย้ายอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ นายกฯ ใช้อำนาจตามกฎหมาย เพื่อให้สืบสวนหาข้อเท็จจริงได้เต็มที่ ยืนยันไม่ปกป้องใคร เพราะให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน

04 ม.ค.2565 - นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จับกุมอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าเป็นประเด็นที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญ และเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนทำงานได้อย่างสะดวกไร้ข้อครหา นายกฯ ได้ลงนามในคำสั่งให้นำตัวเข้ามาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยใช้อำนาจ ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 11

ทั้งนี้ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติมถึงปัจจุบัน (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2553 มาตรา 11 ข้อ (4) นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลมีอำนาจ (4) สั่งให้ข้าราชการซึ่งสังกัดกระทรวง ทบวง กรมหนึ่งมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยจะให้ ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิมหรือไม่ก็ได้ ในกรณีที่ให้ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิม ให้ได้รับ เงินเดือนในสำนักนายกรัฐมนตรีในระดับ และขั้นที่ไม่สูงกว่าเดิม

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ นายกฯ ต้องการให้เกิดความโปร่งใสที่สุดในการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ซึ่งการลงนามในคำสั่งดังกล่าวนั้น เพื่อไม่ต้องการให้เกิดการแทรกแซง และให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการสอบสวนได้อย่างเต็มที่

“นายกฯ ไม่ได้ต้องการปกป้องความผิดของผู้ใด และต้องการให้เจ้าหน้าที่สืบสวน หาข้อเท็จจริง สอบสวนด้วยความโปร่งใส ไม่มีการแทรกแซง เพื่อให้เกิดความกระจ่างในสังคม ซึ่งหนึ่งในข้อปฏิบัติในการทำงานที่นายกฯ ยึดถือมาตลอดคือ ตั้งใจจะแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในทุกแวดวง ต้องโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้” นายอนุชากล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' กล่าวสารวันข้าราชการพลเรือนบอกให้ตระหนักถึงคุณค่าและเกียรติภูมิของคำว่าข้าราชการ

'อนุทิน' กล่าวสารในวันข้าราชการพลเรือน ให้ ขรก.พัฒนาตนเองเสมอ เพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชน ช่วยขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ป.ป.ช. ได้ฤกษ์! นัดถกรับรองคำร้องคดี '44 สส.ส้ม' ส่งศาลฎีกา

ความคืบหน้าในคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ร่วมกันเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งก่อนหน้านี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิด 44 สส.